บทความทั่วไป ธันวาคม 54

สารบัญ

เนื่อเรื่อง

หน้า
ฮือฮา!ภาพนักร้องดังเสพยาว่อนเน็ต 1
4วิธีดึงสติสร้างสมาธิ 2
นิสสัน อัลเมร่า อีโคคาร์คันโต 3
แนะวิธีเช็ครถยนต์หลังลุยน้ำ 4
ฝ่ามืออากง 5
ประดิษฐ์'เซ็กซ์ทอย'ช่วย'โลกสวยด้วยมือเรา 6
จอมแปลงปลอม ฟอสซิลดึกดำบรรพ์ 7
ยลภาพสุดยอดปรมาจารย์ ว่าด้วยศาสตร์แห่งการพรางตัว 8
ฆ่าตัวตายพิสดาร! หนุ่มโบลิเวียโดดน้ำให้'ปิรันยา'แทะ 9
เนรมิตหอไอเฟลโด่งดังของโลก ให้เป็นต้นไม้ยักษ์สูงค้ำฟ้าข้ามปี 10
กรี๊ด...เทสต์ 'เสียว ตับ ไต ไส้ พุง' กระเพื่อมกับ 8 เครื่องเล่นสวนสยาม!! 11
ตึกหมอก"สุดเหมือน 12
ปฏิบัติการนี้...ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ 13
4 ชาติพันธมิตรเตือนญี่ปุ่นดันทุรังล่าวาฬ อาจเจอประท้วงรุนแรง 14
สุดสยอง ลิฟต์หนีบผู้บริหารหญิงบ.โฆษณานิวยอร์กเสียชีวิตคาที่ 15
ให้รางวัลชีวิตตัวเองกันเถอะ 16
สาวโรตีครองสถิติ "ตัวเล็ก" ที่สุดในโลก สูงแค่ 23 นิ้ว 17
สังเกตอาการ 'ผู้หญิง' กำลังตกหลุมรัก!!!! 18
ภาพไม้กางเขน 19
นายพรานถูกสุนัขตัวเองยิง 20
6 อภิมหาเรือยอชต์ 21
ผู้กุมชะตาโลก 2011 22
คู่มือเที่ยวอุทยานฯ" 23
Trend can do : ติ๊กต่อก ๆ นาฬิกาแผ่นเสียง 24
กำเนิด "ตินติน" อมตะการ์ตูนผจญภัย 25
ตายแล้วไม่ต้องทำการบ้าน 26
ซานตาคลอส มาแล้ว... 27
ที่สุดแห่งปี 2554 28
ดาวเด่น-ดาวดัง-ดาวดับ 2554 29
'ไฟร์ฟอกซ์'เผย Infographic แสดงภาพรวมตลอดปี 2011 30
ถอดรหัสปฏิวัติเขียว 31

วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ฮือฮา!ภาพนักร้องดังเสพยาว่อนเน็ต

ตะลึง ! ภาพนักร้อง “ขาร็อคชื่อดัง” อัพยาว่อนเน็ต เผย “ภรรยา” เป็นมือโพสต์ พร้อมแฉหมดเปลือก ชีวิตรันทด ด้าน “ต้นสังกัด” เตรียมเรียกศิลปินผู้อื้อฉาวเข้ามาเคลียร์กับผู้ใหญ่

วันนี้ (3 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเรื่องฮือฮาขึ้นในหมู่นักท่องโลกอินเทอร์เน็ตหรือโลกออนไลน์ โดยเฉพาะวัยรุ่นไทย เมื่อพบว่ามีการส่งต่อ (ฟอร์เวิร์ด) ภาพของนักร้องเพลงร็อคชื่อดังของค่ายเพลงแห่งหนึ่งกำลังเสพยาไอซ์อย่างสบายอารมณ์ไปทั่วอินเตอร์เน็ตผ่านทางเว็บไซต์เฟซบุ๊กดอทคอม (www.facebook.com) ยิ่งไปกว่านั้นเป็นที่น่าตกตะลึงว่า ภรรยานักร้องชายคนดังกล่าวเป็นผู้โพสต์ภาพดังกล่าว พร้อมกันนี้ยังได้เขียนข้อความระบายความในใจ และแฉปัญหาความร้าวฉานภายในครอบครัวที่สร้างความเจ็บช้ำให้กับตัวเอง อาทิ เรื่องที่ถูกทำร้ายร่ายกาย ไม่ได้รับการเหลียวแลทั้งภรรยาและลูกอีก 3 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทันทีที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อความดังกล่าวได้มีเพื่อนของฝ่ายหญิงเข้ามาเกลี้ยกล่อมเป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกันกลุ่มเพื่อนในโลกออนไลน์ได้กดแชร์หรือส่งต่อกันเป็นพันครั้ง ซึ่งเชื่อว่าภายในไม่กี่ชั่วโมงอาจจะกระจายไปทั่ว นอกจากนี้ยังเกิดปฏิกิริยาในทางลบต่อศิลปินคนดัง บางคนระบุว่าหมดศรัทธา บ้างก็บอกว่ายาเสพติดเป็นของคู่กับศิลปิน เป็นต้น

สำหรับนักร้องชายผู้นี้แรกเริ่มเข้าวงการในนามศิลปินกลุ่ม โดยยึดแนวร็อคมาตั้งแต่ต้น เพียงอัลบั้มแรกก็กลายเป็นขวัญใจขาร็อกไปในพริบตา ต่อมาได้ออกอัลบั้มอีกหลายอัลบั้มจนดังเป็นพลุแตกเทียบชั้นกับตำนานขาร็อกอีกหลาย ๆ วง แต่ท้ายที่สุดก็จำต้องยุติและแยกวงกันไป ซึ่งนักร้องชายผู้นี้ได้ผันตัวมาเป็นศิลปินเดี่ยว แต่เริ่มมีข่าวในทางลบออกมาอยู่บ่อยครั้ง เช่น การติดสุราจนควบคุมตัวเองไม่อยู่จนไม่สามารถขึ้นเวทีไปแสดงได้

ขณะนี้ต้นสังกัดของนักร้องชายคนดังกล่าวได้ปล่อยผลงานเพลงชุดใหม่ออกมาทดสอบกระแสแฟนคลับ และคาดว่าอัลบั้มของนักร้องชายผู้นี้จะวางจำหน่ายในช่วงกลางเดือนนี้ ล่าสุดต้นสังกัดได้ทราบเรื่องอื้อฉาวในโลกออนไลน์นี้แล้ว และวันที่ 3 ธ.ค. จะเรียกนักร้องคนดังกล่าวเข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ในค่ายเพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และเตรียมจะเปิดแถลงข่าวชี้แจงในเร็ว ๆ นี้.

หน้า 2

วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

4วิธีดึงสติสร้างสมาธิ

ปรารถนาจะเรียนหนังสือเก่ง ทำงานดี มีความจำเลิศ อย่าละเลยการสร้าง “สมาธิ” ตัวช่วยสำคัญหยุดจิตสับสน ว้าวุ่น ทำสมองปลอดโปร่ง ฝึกง่าย ๆ ด้วย 4 วิธี

ปรารถนาจะเรียนหนังสือเก่ง ทำงานดี มีความจำเลิศ อย่าละเลยการสร้าง “สมาธิ” ตัวช่วยสำคัญหยุดจิตสับสน ว้าวุ่น ทำสมองปลอดโปร่ง ฝึกง่าย ๆ ด้วย 4 วิธี

สร้างสมาธิก่อนเรียน หรือ ทำงาน โดยนั่งบนเก้าอี้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องหลับตา เพียงให้มีสติรู้ลมหายใจเข้า-ออก กำหนดจุดเพ่งมอง ปฏิบัติประมาณ 5-10 นาที ช่วยขจัดความยุ่งเหยิงทางใจ สมองคลายเครียด พร้อมใช้ความคิด ทั้งยังรับรู้ และเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

ลดความเร็วในการเดิน ให้จิตใจจดจ่ออยู่กับการก้าว สลับกับพิจารณาสิ่งแวดล้อมรอบตัว ช่วยผ่อนคลายความเครียด และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต สามารถประยุกต์ใช้เมื่อเดินเล่น เดินไปเรียน และทำงานได้

รับประทานช้าลง โดยค่อย ๆ ตักอาหาร และเคี้ยวให้ละเอียด ไม่เพียงลดอาการท้องอืด และลดการทำงานหนักของกระเพาะอาหาร ยังเป็นการฝึกรวบรวมสมาธิให้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำด้วย

เลี่ยงคาเฟอีนเข้มข้น แม้คาเฟอีนจัดเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ลดความง่วง เหนื่อยล้า เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า ทำให้กลไกการคิดรวดเร็ว และมีสมาธิขึ้น แต่ทั้งนี้ ต้องได้รับในปริมาณไม่มากเกินไป โดยเฉพาะวัยเรียน อาจลดความเข้มข้นจากการดื่มกาแฟเป็นชาแทน

หากต้องการกำจัดความฟุ้งซ่าน เข้าสู่โหมดสงบ มีสติ ลองสร้างสมาธิด้วยวิธีข้างต้น สามารถฝึกปฏิบัติได้ทุกที่ เมื่อสติมาปัญญาย่อมเกิดแน่นอน.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

หน้า 3

วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554

นิสสัน อัลเมร่า อีโคคาร์คันโต

อัลเมร่าเป็นรถแบบอีโคคาร์รุ่นที่ 2 ของค่ายนิสสัน ที่ได้รับการพัฒนามาจากมาร์ช อีโคคาร์รุ่นแรก โดยนิสสันได้ออกแบบรูปทรงของอัลเมร่าออกมาในแบบรถเก๋ง 4 ประตู พร้อมทั้งได้มีการขยายฐานล้อให้กว้างขึ้นอีก 150 มม. เป็น 2,600 มม. ส่งผลให้อัลเมร่าเป็นรถอีโคคาร์ที่มีมิติตัวถังใหญ่พอ ๆ กับบรรดารถซับคอมแพ็คอย่างฮอนด้า ซิตี้ และโตโยต้า วีออส

ส่วนรูปลักษณ์เมื่อเทียบกับมาร์ช รุ่นพี่แล้ว จะเห็นได้ว่ากระจังหน้า กันชน และไฟหน้า ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ช่วยให้อัลเมร่าสวยและแฝงความเป็นสปอร์ตซีดานจากล้อแม็กลายเท่ ไฟท้ายแบบ 2 สี (ขาวแดง) และไฟตัดหมอกที่ให้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

การตกแต่งภายในใหม่ ทั้งคอนโซลกลางและแผงหน้าปัด เป็นการผสมระหว่างความหรูหราและสปอร์ตที่ลงตัว ในส่วนของทัศนวิสัยโดยรอบคันกว้างและโปร่งตา มีมุมอับน้อย เสียแต่ว่ากระจกมองข้างและกระจกมองหลัง มีขนาดเล็กไปหน่อย ทำให้เห็นภาพได้มุมไม่กว้างนัก

ส่วนความสะดวกสบายในการขับขี่นั้น อัลเมร่าเป็นรถที่มีช่วงหลังคากับแผงหน้าปัดอยู่ในตำแหน่งที่สูง และใช้พวงมาลัยวงเล็ก จึงช่วยทำให้ผู้ขับนั่งได้สบาย หรือแม้จะเป็นคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ก็ไม่รู้สึกอึดอัด สำหรับตำแหน่งอุปกรณ์และสวิตช์ต่าง ๆ อยู่ในระยะที่ใช้งานง่าย ห้องโดยสารตอนหลังสามารถนั่งได้ 3 คนอย่างสบาย เพราะมีช่วงวางขากว้างถึง 636 มม. แถมอุโมงค์กลางพื้นรถอยู่ในระดับต่ำ ไม่เป็นปัญหากับคนนั่งกลาง หมอนรองศีรษะเปลี่ยนมาเป็นแบบแยกชิ้นรองรับต้นคอกำลังดี

สำหรับสมรรถนะของเครื่อง HR12DE 79 แรงม้า ที่ใช้ระบบส่งกำลังแบบเกียร์ซีวีทีนั้น โดยรวมแล้วทำให้อัลเมร่ามีอัตราเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งที่ดี แต่ยังไม่ประทับใจนัก ช่วงรู้สึกสนุกกับรถจะเป็นช่วงความเร็วระหว่าง 80-140 กม./ชม. หลังจากนี้อัตราเร่งจะเป็นแบบไหลขึ้นไปเรื่อย ๆ จนไปสุดอยู่ที่ประมาณ 160 กม./ชม. อัตราการกินน้ำมันในเมืองอยู่ที่ประมาณ 14 กม./ลิตร ถ้าวิ่งทางไกลความเร็วช่วง 90-110 กม./ชม. ได้มากกว่า 20 กม./ลิตร สบาย ๆ

การตอบสนองของพวงมาลัยที่ความเร็วต่ำเป็นไปอย่างคล่องตัว น้ำหนักของพวงมาลัยเพาเวอร์หนักกำลังดี ไม่มีอาการเบาและวอกแวกขณะใช้ความเร็วสูง การทรงตัวของรถทั้งช่วงความเร็วต่ำและความเร็วสูงทำได้ดีมีความมั่นคงสูง ซึ่งเป็นผลมาจากฐานล้อที่ยาวขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้รัศมีวงเลี้ยวกว้างขึ้นด้วย การทำงานของเบรก จับตัวเร็วจนรถมีอาการหน้าทิ่มที่ความเร็วต่ำ และล้อมีอาการล็อกเร็ว แต่ไม่พบอาการเสียการทรงตัว ดังนั้นผู้ขับควรจะหมั่นมองกระจกหลังด้วย เพื่อเว้นระยะห่างจากรถคันหลังให้มากพอ จะได้ไม่ถูกชนท้ายเวลาที่ต้องเบรกอย่างกะทันหัน

โดยรวมแล้ว นิสสัน อัลเมร่าเป็นอีโคคาร์คันโต ที่มีจุดเด่นในเรื่องของราคาไม่แรง อุปกรณ์ติดรถเยอะ ความกว้างขวางเยี่ยม กินน้ำมันน้อย สมรรถนะดีพอตัว เดินทางไกลไม่มีปัญหา ถ้าคุณไม่ใช่พวกจอมยุทธเท้าหนัก.

.............................

ข้อมูลทางเทคนิค นิสสัน อัลเมร่า 1.2 วีแอล ซีวีที

มิติ (ยาว/กว้าง/สูง) 4,425/1,695/1,500 ม.ม.

เครื่องยนต์ เบนซิน 3 สูบ 12 วาล์ว

ความจุกระบอกสูบ 1,196 ซีซี

กำลังสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที

แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที

เกียร์ อัตโนมัติ เอ็กซ์ทรอนิก-ซีวีที

ราคา 599,000 บาท.

.............................

เหล่าคู่แข่งของ นิสสัน อัลเมร่า

ฮอนด้า บริโอ้ วี เอที : มิติ (ยาว/กว้าง/สูง) 3,610/1,680/1,485 มม. เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว ความจุกระบอกสูบ 1,198 ซีซี กำลังสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 330 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ ซีวีที ราคา 508,500 บาท

มิซูบิชิ มิราจ : มิติ (ยาว/กว้าง/สูง) 3,710/1,665/1,490 มม. เครื่องยนต์ เบนซิน 3 สูบ 12 วาล์ว ความจุกระบอกสูบ 1,000-1,200 ซีซี กำลังสูงสุด ยังไม่มีข้อมูล แรงบิดสูงสุด ยังไม่มีข้อมูล เกียร์ อัตโนมัติ ซีวีที ราคา ยังไม่มีข้อมูล

นิสสัน มาร์ช 1.2 วีแอล ซีวีที : มิติ (ยาว/กว้าง/สูง) 3,780/1,665/1,515 มม. เครื่องยนต์ เบนซิน 3 สูบ 12 วาล์ว ความจุกระบอกสูบ 1,196 ซีซี กำลังสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที เกียร์ อัตโนมัติ เอ็กซ์ทรอนิก-ซีวีที ราคา 542,000 บาท

สมฤกษ์ รื่นสัมฤทธิ์

หน้า 4

วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554

แนะวิธีเช็ครถยนต์หลังลุยน้ำ

อย่ามองข้าม 6 กลุ่มอุปกรณ์สำคัญ หากละเลยเสี่ยงพัง ก่ออันตราย รวมถึง “สิ่งควรทำ-ต้องห้าม! ทั้งขณะ และหลังลุยน้ำ”

อย่ามองข้าม 6 กลุ่มอุปกรณ์สำคัญ หากละเลยเสี่ยงพัง ก่ออันตราย รวมถึง “สิ่งควรทำ-ต้องห้าม! ทั้งขณะ และหลังลุยน้ำ”

โดยทั่วไปรถยนต์นั่งที่ไม่มีการปรับแต่งช่วงล่าง หรือ โหลด นั้น สามารถขับลุยน้ำได้สูงระหว่าง 10-12 เซนติเมตร ซึ่งไม่ก่อให้เกิดปัญหาภายในระบบใด ๆ แต่หากลุยน้ำลึกระดับ 30-50 เซนติเมตร หรือ มากกว่านี้ รวมถึงขับลุยน้ำบ่อย ๆ เข้าขั้นอันตราย ผู้ขับขี่ไม่ควรมองข้ามการตรวจเช็คอุปกรณ์ เพื่อความปลอดภัย และถนอมรถยนต์ให้คงประสิทธิภาพดีนานที่สุด

อาจารย์เนรมิตร กระแสร์ลม หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เผยถึงสิ่งที่ควรตรวจเช็ค คือ ลูกปืนล้อทั้ง 4 ล้อ, ระบบเบรคคลัทช์, น้ำมันหล่อลื่นต่าง ๆ (น้ำมันเครื่อง เกียร์ เฟืองท้าย), เพลาขับ ไดชาร์จ คอมแอร์ สายพาน, อุปกรณ์ภายในห้องเครื่อง (กล่องฟิวส์ เซ็นเซอร์ต่าง ๆ) และพรม รวมทั้งผ้าปูพื้น

“หากจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำลึกมากกว่า 12 เซนติเมตร ควรปิดแอร์ เพื่อไม่ให้ใบพัดของพัดลมพัดน้ำกระจายทั่วห้องเครื่อง แล้วส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ นอกจากนั้น ควรใช้เกียร์ต่ำ โดยเกียร์ธรรมดา ใช้เกียร์ 1 หรือ 2 ส่วนเกียร์ออโต้ ใช้เกียร์ L ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำสม่ำเสมอ ป้องกันอันตรายจากระบบคลัทช์ลื่น และเครื่องยนต์ดับ ทั้งนี้ ไม่ควรเร่งเครื่องให้รอบสูง เพราะรถจะมีความร้อนสูงขึ้น ทำให้ใบพัดระบายความร้อนทำงาน และขณะพบรถกำลังขับสวนมา ควรลดความเร็วลง เพื่อหยุดการก่อตัวของคลื่นน้ำเข้าปะทะเป็นอันตรายต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ

นอกจากนี้ จะสังเกตว่า ในช่วงแรกหลังลุยน้ำลึกมามักเบรคไม่อยู่ ควรพยายามย้ำเบรคไล่น้ำ สำหรับเกียร์ธรรมดาควรย้ำคลัทช์ด้วย จากนั้น ตรวจสอบภายในว่า น้ำเข้าพรมหรือไม่, เปิดกระโปรงรถเช็คน้ำมันเครื่อง และน้ำมันเกียร์ว่า มีสีผิดปกติหรือไม่ เช่น เปลี่ยนเป็นสีชา หรือ มีน้ำปน หากพบปัญหาควรนำรถเข้าศูนย์บริการ เพื่อตรวจส่วนอื่น ๆ ร่วมด้วยอย่างละเอียดต่อไป”.

หน้า 5

วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ฝ่ามืออากง

ชมภาพ "เปลือยกาย เปิดใจ" ต่อต้านความเกลียดชังของ "คำ ผกา" และคุยกับคนคิดแคมเปญ "ฝ่ามืออากง" สะท้านFB

ประวิตร โรจนพฤกษ์ สัมภาษณ์ "ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์" นักรัฐศาสตร์ สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาแห่งสิงคโปร์ ถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของแคมเปญฝ่ามือ "อากง" ซึ่งกำลังได้รับการกล่าวขานถึงมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับในโลกเฟซบุ๊ก



1) ทำไมจึงมีการรณรงค์นี้


เรามาจนถึงปลายทางแล้วเมื่อพูดถึงความยุติธรรมในประเทศไทย กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อทำลายฝั่งตรงข้ามมากขึ้น ... แคมเปญนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการ "ความไม่กลัว" ของพม่า ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนางอองซาน ซูจี เพื่อสนับสนุนความกล้าหาญให้แก่นักโทษทางการเมืองจำนวนมากในพม่า นี่เป็นการรณรงค์อย่างสงบสันติ เราต้องการส่งสาร โดยการเขียนชื่อ "อากง" บนฝ่ามือ เพื่อสนับสนุนและรณรงค์เพื่ออิสรภาพของเขา


2) ทำไมจึงเป็นอำพล ไม่ใช่นักโทษทางมโนสำนึกรายอื่นๆ


อำพลได้ตกเป็นเหยื่ออย่างแท้จริงในเกมการเมืองนี้ เขาเป็นเหยื่ออย่างสมบูรณ์แบบ ในแง่ที่ว่า นี่คือชายชราเชื้อไทย-จีน ผู้ซึ่งอาจไม่เคยรู้จักกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเลย ผู้ซึ่งอาจจะไม่ได้พูดภาษาไทยได้อย่างดี ผู้ซึ่งอาจจะไม่ได้ชำนาญทั้งการใช้โทรศัพท์มือถือและการส่งข้อความทางมือถือดีนัก ผู้ซึ่งไม่ได้แอคทีฟ (กระตือรือร้น - มติชนออนไลน์) ทางการเมือง แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้ป้องกันเขาจากการถูกกล่าวหาและจับกุม สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือระยะเวลาของการตัดสินโทษ 4 เอสเอ็มเอส เท่ากับ 20 ปี นี่คือประเทศไทยหรือ ...


3) คุณคาดหวังอะไรจากแคมเปญนี้


หวังว่านี่จะเป็นการส่งสัญญาณที่เข้มข้นไปยังรอยัลลิสต์ เพื่อให้เห็นเหตุผลเบื้องหลังคำตัดสินอากง ได้เห็นว่าพวกเขาหาประโยชน์จากกฎหมายหมิ่นฯ และที่สำคัญกว่าคือ พวกเขาอาจทำให้สถาบันอันเป็นที่รักเสื่อมถอยลงได้จริงๆ ข้อโต้แย้งของผมคือ ยิ่งกฎหมายนี้ถูกใช้มากเท่าไหร่ กลับจะยิ่งทำให้สถาบันฯ อยู่ในสถานะที่ลำบากขึ้น


4) ใครเป็นคนเริ่มความคิดนี้


ผมเป็นคนเริ่มความคิดนี้ อย่างที่บอก ผมได้แรงบันดาลใจจากแคมเปญ "ความไม่กลัว" ของพม่า ชาวพม่ามีความกล้าหาญในการต่อสู้กับความอยุติธรรมและสนับสนุนนักโทษทางการเมือง ทำไมคนไทยจึงไม่สามารถทำคล้ายๆ กันได้


5) ตอนนี้มีผู้ร่วมรณรงค์แล้วเท่าไหร่ (เช้าวันพฤหัส 1 ธ.ค.)


มี 150 คนบนเฟซบุ๊กที่แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมแคมเปญ ก็ไม่เลว คิดดูว่ามันเพิ่งเริ่มเมื่อวาน ... หลายสิบคนส่งรูปของพวกเขาที่มีคำว่า "อากง" บนฝ่ามือมาร่วมแคมเปญ


ทั้งนี้ หนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมรณรงค์กับแคมเปญนี้ ก็คือ คอลัมนิสต์ชื่อดัง "คำ ผกา" ที่ลงทุนเปลือยกายพร้อมเขียนข้อความ "No Hatre (d) for Naked Heart" ด้วยหมึกดำบนหน้าอก พร้อมคำว่า "อากง" อยู่บนฝ่ามือ


นักเขียนดังให้สัมภาษณ์เว็บไซต์ประชาไท ถึงโครงการศิลปะชิ้นนี้ว่า อยากจะสื่อออกไปยังสังคมไทย ให้ถอดอคติส่วนตนออกไปจากจิตใจ และลองเปลือยใจเพื่อสำรวจถึงความมีมนุษยธรรมในฐานะเพื่อนมนุษย์ และตั้งคำถามดูว่าทำไมกรณีของอากงจึงเกิดขึ้นได้ มันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ไหม และมันมากเกินไปหรือเปล่า


"แทนที่จะหลบอยู่หลังตู้เย็น หลบอยู่หลังหน้าจอคอมพ์ อย่างน้อยเราก็ได้ทำอะไรซักอย่าง ที่จะก้าวข้ามความกลัวนั้นไป และส่งข้อความออกไปยังสังคม...ให้สังคมไทยนั้นก้าวพ้นความกลัวไปด้วยกัน" เธอกล่าว


คำ ผกา กล่าวปิดท้ายว่า งานชิ้นนี้ เปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่ใช้ร่างกายประท้วงต่อความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งการกล้าเปิดกาย-ใจ และการกล้าเปิดเผยตัวตนนี่เอง ที่เป็นการเผชิญหน้าและเอาชนะความกลัวได้อย่างแท้จริง

----------

ตัวอย่างรูปถ่ายของผู้เข้าร่วมแคมเปญฝ่ามือ "อากง"





หน้า 6

วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ประดิษฐ์'เซ็กซ์ทอย'ช่วย'โลกสวยด้วยมือเรา

Pic_219997

สำหรับผู้ชายขี้เหงาที่อยากมีตัวช่วยผ่อนคลายยามมีอาการหงุดๆ หงิดๆ งึกๆ งักๆ เรามีวิธีการประดิษฐ์ของเล่นแบบง่ายๆ ที่สามารถทำจากของใช้ภายในบ้านแปลงร่างกลายเป็นของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ที่ (คาดว่า) เมามันส์ได้อารมณ์


ติ๋มแก้วพลาสติก

 

วัสดุอุปกรณ์ : แก้วน้ำ, ฟองน้ำ, โลชั่น
วิธีการทำ :
1. นำฟองน้ำ 2 แผ่นไปชุบน้ำบิดให้หมาด
2. ยัดฟองน้ำทั้ง 2 แผ่นลงในแก้ว โดยพยายามเว้นช่องว่างให้เกิดรูตรงกลาง
3. บีบโลชั่นหรือเบบี้ ออยล์เพื่อหล่อลื่น
4. บรรเลงกิจกรรมรัก(เจ้า)โลกได้ตามสบาย

 


รูชวนเสียวสร้างได้ภายใน 2 นาที

 

วัสดุอุปกรณ์ : ผ้าขนหนู, ถุงมือยาง, โลชั่น

 

วิธีการทำ :
1. พับผ้าขนหนูตามยาวเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
2. วางถุงมือยางลงไป โดยให้ปากถุงมือพ้นขอบผ้าออกมา
3. ม้วนผ้าขนหนูจนสุด
4. ปลิ้นปากถุงมือยางออกมารัดผ้าขนหนูเอาไว้
5. ชโลมโลชั่นเพื่อให้สัมผัสลื่นไหล
6. เริ่มต้นลุยให้ภารกิจที่ตั้งใจไว้สำเร็จโดยเร็ว

ติ๋มกระป๋องคงทนถาวร

 

 

วัสดุอุปกรณ์ : กระป๋องมันฝรั่ง, ฟองน้ำ, ถุงมือยาง, เชือกรองเท้า
วิธีการทำ :
1. เจาะรูที่ก้นกระป๋องมันฝรั่ง
2. นำฟองน้ำถูตัววัดขนาดให้เท่าปากกระป๋องและตัดให้พอดี
3. ใช้มีดเจาะรูตรงกลางฟองน้ำ ให้เป็นรูปดอกจัน
4. ทากาวที่ฟองน้ำ เพื่อยึดให้ฟองน้ำติดแน่นที่ปากกระป๋อง
5. สอดเชือกรองเท้าเข้าไปที่รูกระป๋อง ให้ปลายเชือกโผล่ที่รูด้านฟองน้ำที่เราตัดเอาไว้
6. มัดนิ้วถุงมือยางทั้ง 4 น้ิวเข้าด้วยกัน ยกเว้นนิ้วโป้งเอาไว้ จากนั้นเอาปลายเชือกรองเท้าที่โผล่จากฟองน้ำมัดที่นิ้วโป้ง
7. ดึงปลายเชือกด้านก้นกระป๋องอย่างช้าๆ ให้ถุงมือยางเข้าไปในรูฟองน้ำที่เจาะเอาไว้ โดยระวังอย่าดึงถุงมือลงไปหมด ให้เหลือไว้พอให้ครอบปากกระป๋องได้ทั้งหมด
8. ปลิ้นปลายถุงมือครอบปากกระป๋องและฟองน้ำ
9. ดึงปลายเชือกรองเท้าที่ก้นกระป๋องให้ตึง และผูกเงื่อนอย่าให้หลุด
10. ใช้สก็อตเทปพันรอบปลายถุงมือและปากกระป๋องให้ดูสวยงามลูกตา
11. หยดโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้น
12. อย่ารอช้า ทดลองผลงานการประดิษฐ์โดยเร็ว

แบบนี้ผู้ชายไทยคงไม่ต้องเสียเงินทีละหลายพันบาท สั่งซื้ออุปกรณ์ช่วยตัวเองจากเมืองนอกให้เสียงบดุลประเทศแล้ว แค่นำของใช้ภายในบ้านมาประดิษฐ์เองตามขั้นตอนข้างต้น ก็จะได้อุปกรณ์เก๋ๆ แต่รับรองถูกใจคุณหนุ่มๆ แน่นอน

ภาพ/ข้อมูล : FHM ฉบับเดือนธันวาคม

หน้า 7

วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

จอมแปลงปลอม ฟอสซิลดึกดำบรรพ์

Pic_220970

นักวิชาการกำลังพิจารณากระดูกมนุษย์พิลท์ดาวน์.

หลังจากที่ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Daswin) ได้ตีพิมพ์บทความ “ต้นตระกูล” (Origin of Species) อันลือลั่นออกมาในปี ค.ศ.1859 โดยมีข้อสันนิษฐานว่ามนุษย์นั้นมีบรรพบุรุษเป็นวานร ก็ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการวิทยาศาสตร์อย่างใหญ่หลวง แม้ทฤษฎีนี้จะมีความเป็นไปได้ หากทว่ายังขาดหลักฐานสำคัญ คือซากฟอสซิล (Fossil) ที่มีลักษณะกึ่งวานรกึ่งมนุษย์อันจะเป็นตัวเชื่อมโยงช่วงการแปรสภาพ หลักฐานหรือโครงกระดูกที่ยังไม่อาจค้นพบ (the missing link) นี้ จึงเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายค้นหาเพื่อจะได้ประกอบทฤษฎีของดาร์วินให้ครบถ้วนสมบูรณ์

Caloneura dowsoni หนึ่งในฟอสซิลที่ชื่อวิทยาศาสตร์ลงท้ายด้วย ดอว์โซนิ

Caloneura dowsoni หนึ่งในฟอสซิลที่ชื่อวิทยาศาสตร์ลงท้ายด้วย ดอว์โซนิ


ดาร์วินเองชี้แจงยืนยันมนุษย์กับลิงไร้หาง (ape) นั้นสืบทอดมาจากเผ่าพันธุ์เดียวกันแน่ๆ แต่ผู้ไม่เห็นด้วยก็แย้งว่า งั้นทำไมจึงไม่มีซากฟอสซิลให้เห็นประจักษ์ตาเล่า ฝ่ายสนับสนุนก็ตอบว่า มี...แต่ยังหาไม่เจอเท่านั้นแหละ

และแล้ว หลังกาลเวลาผ่านพ้นไป 50 ปี หลักฐานสำคัญนี้ก็มีการประกาศว่าได้ ค้นพบแล้วจนได้ โดยนายชาร์ลส์ ดอว์สัน (Charles Dawson) ชาวอังกฤษ ได้ขุดค้นพบชิ้นส่วนกระดูกและฟันของสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะครึ่งมนุษย์ครึ่งลิง บริเวณที่ขุดพบคือหลุมกรวดใกล้เมืองพิลท์ดาวน์ คอมมอน (Piltdown Common) ในมณฑลซัสเซกส์ตะวันออก (East Sussex) อังกฤษ

กรามมมุษย์ที่ถูกเสริมแต่งด้วยฟันลิงอุรังอุตัง.

กรามมมุษย์ที่ถูกเสริมแต่งด้วยฟันลิงอุรังอุตัง.


ดอว์สันมีอาชีพเป็นนักกฎหมาย แต่สนใจในการเสาะหาและรวบรวมสะสมซากฟอสซิล ก่อนหน้าที่เขาจะค้นพบซากที่เรียกกันว่า “มนุษย์พิลท์ดาวน์” นั้น เขาได้เคยค้นพบซากดึกดำบรรพ์แปลกๆมาแล้วหลายอย่าง อาทิ ซากสัตว์เลื้อยคลานยุคก่อนประวัติศาสตร์ (Prehistoricreptile) รวมทั้งซากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและฟอสซิลพืชโบราณ จนเขาได้รับสมญานามว่า “พ่อมดแห่งซัสเซกส์” (Wizard of Sussex) ผลงานแต่ ละชิ้นที่เขาพบนั้นจะมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ลงท้ายด้วยคำว่า “ดอว์โซนิ” (dowsoni) เพื่อเป็นเกียรติยศแก่ผู้ค้นพบ และเช่นกัน มนุษย์พิลท์ดาวน์อันเป็นผลงานลำดับ 4 ของเขาก็ได้รับชื่อในต่อมาว่า Eoanthropus dawsoni จุดมุ่งหมายที่ดอว์สันต้องการ ก็คือบรรดาศักดิ์พระราชทาน หรือเป็นท่านเซอร์ (Sir) นั่นเอง

ดอว์สันได้ส่งสิ่งต่างๆที่เขาขุดพบในหลุมดังกล่าว อันประกอบด้วยเครื่องมือเครื่องใช้ยุคหิน ฟันและชิ้นส่วนกะโหลกมนุษย์ที่มีความหนากว่าปกติ ไปให้เจ้าหน้าที่แห่งพิพิธภัณฑ์อังกฤษที่เขาติดต่อด้วยเป็นประจำ คือ ดร.อาร์เธอร์ สมิธ วูดวาร์ด (Arthur Smith Woodward) ก่อความตื่นเต้นแก่วูดวาร์ดจนติดตามดอว์สันไปดูบริเวณที่ขุดพบเป็นครั้งคราว เพราะนับเป็นครั้งแรกที่เพิ่งค้นพบของหลักฐานเชื่อมโยงที่ขาดหายไป

มนุษย์นีนเดอร์ธาล.

มนุษย์นีนเดอร์ธาล.


นอกจากวูดวาร์ดซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโนเบลไพรซ์แล้ว นักวิชาการดังๆของอังกฤษในยุคนั้น อาทิ อาร์เธอร์ คีธ (Arthur Keith), กราฟตัน เอลลิออต์ สมิธ (Grafton Elliot Smith) ต่างตื่นเต้นและยอมรับรองว่าซากดึกดำบรรพ์นั้นเป็นของแท้แน่นอน พร้อมกับร่วมกันสันนิษฐานความเป็นมาของฟอสซิลนั้น แล้วก็ขนานนามว่า “สตรีพิลท์ดาวน์” (Piltdown Woman) ด้วยว่าชิ้นส่วนกระดูกชี้ชัดว่าเป็นผู้หญิง นอกจากนี้ วูดวาร์ดยังกล่าวว่า จากความสึกกร่อนของฟันทำให้รู้ว่าเธอนั้นเป็นมังสวิรัติ กินแต่พืชผักผลไม้และที่สำคัญเธอเป็นใบ้-เนื่องจากไม่มีริ้วรอยบนกะโหลกที่เชื่อมต่อไปยังกล้ามเนื้อสำหรับออกเสียง

การวิเคราะห์ได้ลึกซึ้งถึงกึ๋นทำให้หลายคนเกิดความหมั่นไส้ ดังเช่น นสพ. “เดอะ เดลี เอ็กซเพรสส์” ได้เขียนเสียดสีกระแนะกระแหนว่า “เธอทำอาหารไม่เป็น เธอซักผ้าไม่ได้ ก่อไฟไม่ได้”

ชาร์ลส์ ดอว์สัน

ชาร์ลส์ ดอว์สัน


ใครจะว่ายังไง ดอว์สันก็ไม่แยแส ขอดังก็พอ โดยเฉพาะเมื่อ ดร.วูดวาร์ดในฐานะผู้บริหาร บริติชมิวเซียม ได้ตกลงใจให้เกียรติตั้งนามฟอสซิลนี้ว่า “อีโอนโธรปุส ดอโซนิ” ดังกล่าวแล้ว อีกทั้งโชคยังช่วยให้ดอว์สันขุดพบชิ้นส่วนฟันและกระดูก รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้จากหลุมกรวดเพิ่มเติมอีกหลายชิ้นในช่วง 3 ปีถัดมา กระทั่งปี 1915 เขาก็ขุดพบกะโหลกและฟันชุดที่ 2 ของมนุษย์พิลท์ดาวน์ ห่างจากหลุมเดิมไปราว 2 ไมล์ ซากกระดูกเหล่านี้มีสีคล้ำแสดงถึงอายุอันยาวนานนับหมื่นปี อีกหนึ่งปีถัดมา ปี 1916 ดอว์สัน
ก็เสียชีวิตในวัย 52 ปี

ทว่า เสียงเล่าลือคัดค้านการค้นพบของดอว์สันก็เริ่มมีขึ้นก่อนเขาตายแล้ว โดย ศ.เดวิด วอเตอร์สตัน (David Waterston) ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาแห่งคิง’ส คอลเลจ, ลอนดอน ได้ให้ความเห็นว่ากรามของมนุษย์พิลท์ดาวน์นั้น คล้ายคลึงกับกรามของลิงชิมแปนซีมาก ส่วนนักโบราณคดีวิทยาอเมริกัน นายวิลเลียม โฮเวลลส์ (William Howells) ก็เห็นเช่นเดียวกัน แถมยังมีข่าวเล่าลือว่า ในวันหนึ่งมีคนเข้าไปเยี่ยมเยือนห้องทำงานของดอว์สันโดยไม่ได้เคาะประตู เขาได้เห็นดอว์สันกำลังง่วนอยู่กับการแต่งแต้มสีลงบนชิ้นส่วนกระดูกและกะโหลก

อย่างไรก็ตาม นักวิทย์ส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่าหลักฐานเหล่านั้นเป็นของจริง และได้มีการปกปักรักษาชิ้นส่วนต่างๆ อย่างเข้ม งวด กันมิให้ใครเข้าไปยุ่มย่าม

กะโหลกมนุษย์พิลท์ดาวน์ในพิพิธภัณฑ์.

กะโหลกมนุษย์พิลท์ดาวน์ในพิพิธภัณฑ์.


กาลผ่านไปจน ถึงปี ค.ศ. 1949 ดร.เคนเน็ธ โอคลีย์ (Dr.Kenneth Oakley) นักธรณีวิทยาหนุ่มของบริติชมิวเซียม ได้รับอนุญาตให้ใช้เทคนิคใหม่ในการเอาชิ้นส่วนนิดๆของกระดูกไปทดสอบ ทั้งนี้ ถ้ากระดูกใดๆถูกฝังดินอยู่ช้านาน ก็จะดูดซึมเอาธาตุฟลูออไรด์เข้าไป ปริมาณฟลูออไรด์จะชี้บอกอายุของซากกระดูกนั้นได้อย่างแม่นยำ

ผลการทดสอบพบว่ากะโหลกและกรามเหล่านั้นมีอายุเพียง 50,000 ปี

รูปจำลองมนุษย์พิลท์ดาวน์ชาย.

รูปจำลองมนุษย์พิลท์ดาวน์ชาย.


จากทฤษฎีที่บ่งชี้ว่า มนุษย์ปัจจุบันหรือ Homo sapien กำเนิดช่วง 30,000-50,000 ปี โดย พัฒนามาจากมนุษย์นีนเดอร์ธาล (Neanderthal) ที่มีชีวิตในช่วง 100,000 กว่าปี-50,000 ปีก่อน โน้น ส่วนช่วงแปรสภาพจากวานรเป็นมนุษย์ก็ควรเกิดล่วงหน้านีนเดอร์ธานไปอีกนับแสนปี แต่การที่พิสูจน์อายุของมนุษย์ พิลท์ดาวน์แล้ว พบว่าอยู่เพียงแค่ช่วงเดียวกับนีนเดอร์ธาล ทำให้ผู้รู้ทั้ง หลายตั้งข้อสงสัยขึ้นทันที

นักวิชาการที่ไขข้อสงสัยนี้ออกมาได้แก่ ดร.เจ.เอส. ไวเนอร์ (Dr. J.S. Weiner) แห่งมหา วิทยาลัยออกซฟอร์ด เขาพยายามหาข้อสรุปว่าทำไมมนุษย์พิลท์ดาวน์จึงมีกะโหลกหนาผิดปกติ และฟันกรามคล้ายกับฟันลิง ครั้นแล้วก็ตรวจสอบพบว่าการที่ฟันมีร่องรอยสึกกร่อนจนแบนราบนั้นเป็นเพราะมันถูกตะไบ!

ฟันของมนุษย์พิลท์ดาวน์.

ฟันของมนุษย์พิลท์ดาวน์.


ดังนั้น ดร.ไวเนอร์จึงหาฟันของชิมแปนซีมาซี่หนึ่ง แล้วเอามาตะไบจนเรียบ แล้วแต่งเติมสีคล้ำๆเข้าไป ผลที่ได้คือฟันที่มีลักษณะเหมือนฟันมนุษย์พิลท์ดาวน์แทบไม่ผิดเพี้ยน

เพื่อสนับสนุนการสืบสวนของ ดร.ไวเนอร์ ดร.โอคลีย์จึงลงมือทดสอบอายุของฟันที่ได้มาจากดอว์สันอีกครั้งในปี 1953 แล้วก็สรุปออกมาได้ว่า แม้กะโหลกจะเป็นฟอสซิลแท้ที่มีอายุ 50,000 ปี แต่ฟันกรามนั้นถูกปลอมแปลงขึ้น เพราะสีคล้ำในเนื้อฟันมิได้เกิดจากการดูดซึมฟลูออไรด์มาช้านาน ทว่ามาจากแต่งแต้ม แท้จริงแล้วเป็นฟันของลิงอุรังอุตังที่มีชีวิตอยู่ในยุคใหม่นี้เอง และมันถูกตะไบเรียบร้อยก่อนจะนำมาลงสี

ใครคือตัวการที่ปลอมแปลงฟันเพื่อหลอก ลวงชาวโลก?

ทุกคนเพ่งเล็งไปยังดอว์สัน เพราะเขาเป็นผู้ครอบครองฟอสซิลเหล่านี้ ประกอบกับมีความรู้แตกฉานในเรื่องโครงสร้างของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ แถมยังมีความสามารถในการใช้สารเคมีแต่งเติม สี และเมื่อเขาตายไปในปี 1916 นับจากนั้นก็ไม่มีผู้ใดค้นพบชิ้นส่วนมนุษย์พิลท์ดาวน์อีกเลย แม้แต่ ดร.วูดวาร์ดผู้ให้ความสนับสนุนดอว์สัน และก็ยังคงสำรวจค้นหาฟอสซิลพิลท์ดาวน์ต่อไปอีกหลายปีหลังการตายของดอว์สัน

การขุดค้นที่เมืองพิลท์ดาวน์ คอมมอน.

การขุดค้นที่เมืองพิลท์ดาวน์ คอมมอน.


อีกคนหนึ่งซึ่งอาจเป็นตัวการปลอมแปลงก็คือ มาร์ติน ฮินตัน (Martin Hinton) ซึ่งภายหลังได้เป็นผู้ดูแลรักษาซากสัตว์ต่างๆในบริติชมิวเซียม โดยในปี 1975 ได้มีการพบหีบใบใหญ่บนห้องเพดานของพิพิธภัณฑ์ ภายในหีบบรรจุไว้ด้วยชิ้นส่วนกระดูกต่างๆที่มีการแต้มเติมสีไว้ในแบบเดียวกันกับกระดูกพิลท์ดาวน์ เชื่อกันว่าเป็นหีบของฮินตัน ทั้งนี้ผู้ที่ทำงานอยู่ในพิพิธภัณฑ์เปิดเผยว่า วูดวาร์ดเคยปฏิเสธไม่ยอมรับฮินตันเข้ามาทำงานในพิพิธภัณฑ์ ฮินตันจึงแกล้งสร้างหลักฐานปลอมแปลงเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อแหกตาวูดวาร์ด และทำให้เขาเสียหน้า ทว่าผลของการแหกตาได้ไปไกลสุดกู่เกินกว่าที่เขาคาดคิด

แต่ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของใครก็ตาม ผลงาน ของเขาสามารถตบตาได้แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ชั้นเยี่ยมที่สุดของยุคนั้นถึง 3 คน ได้แก่ วูดวาร์ด, คีธ และสมิธ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

คำตอบก็คือ นักวิทย์อังกฤษทั้งหลายมีความรู้สึกต้อยต่ำที่มิได้มีส่วนร่วมในการค้นพบหลักฐานมนุษย์ดึกดำบรรพ์ดังชาติอื่น อาทิ เยอรมันได้ค้นพบมนุษย์นีนเดอร์ชาลในปี 1856 ฝรั่งเศสค้นพบมนุษย์โครมันยอง (Cro-Magnon) ในปี 1868 ด้วยเหตุนี้พอมีโอกาสมีส่วนร่วมในการค้นพบครั้งสำคัญนี้ ความภาคภูมิใจจึงได้ปิดบังสายตาของเหล่านักวิทย์อังกฤษ จนไม่ทันสังเกตเห็นร่องรอยแห่งการตะไบหรือการตกแต่งสี

ส่งผลให้หน้าแตกเย็บไม่ติดโดยถ้วนหน้ากัน.

ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน

หน้า 8

วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ยลภาพสุดยอดปรมาจารย์ ว่าด้วยศาสตร์แห่งการพรางตัว

Pic_222039

Picture : Caters News Agency

สัตว์นานาชนิดพรางตัวให้กลมกลืนกับธรรมชาติรอบตัว อย่างแยบยลเพื่อเลี่ยงการโจมตีจากศัตรู...

สำนักข่าวต่างประเทศ เผยภาพเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ถึงการอำพรางตัวของสัตว์นานาชนิด อาทิ กิ้งก่า ตุ๊กแก แมงมุม นก กบ คางคก ปลา ตั๊กแตน และเสือดาวหิมะ ที่เหนือชั้น สามารถลวงตาสิ่งมีชีวิตอื่นได้อย่างแยบยล และต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะสังเกตเห็นได้ชัด

สำหรับการพรางตัวให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวนั้น เป็นสัญชาติญาณในการเอาชีวิตรอดของสัตว์หลายๆ ชนิด เพื่อให้ไม่ตกเป็นเป้าสายตาของนักล่า หรือเลี่ยงการโจมตีจากศัตรู อาทิ การเกาะอยู่นิ่งๆ บนกิ่งไม้ เพื่อลวงว่าเป็นใบไม้ เป็นต้น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หน้า 9

วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ฆ่าตัวตายพิสดาร! หนุ่มโบลิเวียโดดน้ำให้'ปิรันยา'แทะ

Pic_222116

ตำรวจพบศพนักตกปลาหนุ่มวัย 18 ปี ที่แม่น้ำยาตา ของโบลิเวีย ศพมีบาดแผลถูกกัดโดยปลาปิรันยาหลายสิบแห่ง เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเป็นการฆ่าตัวตาย...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นของเมืองโรซาริโอ เดล ยาตา ทางตอนเหนือของประเทศโบลิเวีย เผยว่าพบศพ นายออสการ์ บาร์โบซา นักตกปลาวัย 18 ปี ลอยมาตามแม่น้ำยาตา ตามตัวมีบาดแผลถูกกัดหลายสิบแห่ง และเสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดมาก

 

จุดเกิดเหตุ

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า นายบาร์โบซาใช้เรือแคนูของเขาล่องไปตามแม่น้ำยาตา ซึ่งในช่วงนี้ของปีจะมีปลาปิรันยาแดงชุกชุมมาก จากนั้นเขาจึงกระโดดลงไปเพื่อฆ่าตัวตาย โดยเจ้าหน้าที่แดเนียล คายายา หัวหน้าฝ่ายสืบสวน ระบุว่า ในขณะเกิดเหตุ นายบาร์โบซาอาจมีอาการมึนเมาจากการดื่มสุราด้วย

นายคายายา กล่าวเสริมว่า นายบาร์โบซาเป็นคนท้องถิ่น จึงรู้จักสภาพแม่น้ำยาตาดี และต้องรู้แน่นอนว่า ในช่วงนี้จะมีปิรันยามารวมตัวกันที่แม่น้ำยาตา จึงไม่น่าที่จะกระโดลงไป ถ้าไม่ใช่ต้องการฆ่าตัวตาย

 

ฟันคมกริบ

ทั้งนี้ ปิรันยาแดง หรือปิรันยาท้องแดง มีขนาดเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 33 ซม. ออกหากินรวมกันเป็นฝูง และเป็นที่ทราบกันดีในท้องถิ่นว่า มันสามารถใช้ฟันซึ่งแหลมคมคล้ายเลื่อย กัดแทะงูขนาดใหญ่ หรือเสือจากัวร์ จนเหลือแต่กระดูกได้ภายในไม่กี่นาที

อนึ่ง เหตุปิรันยาทำร้ายมนุษย์นั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก แต่เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวหลายคน ถูกฝูงปิรันยาหลายร้อยตัวจู่โจม ที่แม่น้ำสายหนึ่งของบราซิลมาแล้ว.

หน้า 10

วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เนรมิตหอไอเฟลโด่งดังของโลก ให้เป็นต้นไม้ยักษ์สูงค้ำฟ้าข้ามปี

Pic_221900

หอไอเฟลอันเป็นหอคอยแบบสัญลักษณ์ที่โด่งดังที่สุดของโลก จะกลายเป็นต้นไม้ยักษ์สูงค้ำฟ้าถึง 327 เมตร หากว่าความฝันของกลุ่มวิศวกรเขียวกลุ่มหนึ่งเป็นจริงขึ้นมา

หนังสือพิมพ์รายวัน “เดอ ฟิกาโร” อันเก่าแก่ของฝรั่งเศส รายงานว่า กลุ่มวิศวกรอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มขิง” ได้เพียรพยายาม ทำโครงการ เพื่อจะประดับประดาหอเหล็กอันมีชื่อเสียงแห่งนี้ด้วยพืชพันธุ์ 600,000 ต้น ซึ่งต้องใช้ทุนรอนสูงถึง 2,976 ล้านบาท มานาน 2 ปีแล้ว

ทั้งวิศวกรและสถาปนิกได้ร่วมกันสร้างหอต้นแบบสูงหลายเมตร เพื่อจะทดสอบดูว่าโครงสร้างของมันจะสามารถรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอีก 378 ตัน ไหวหรือไม่ โดยจะทราบผลในเดือนนี้ จะมีการเพาะพืชพันธุ์เรื่อยไปจนถึงเดือนมิถุนายนปีหน้า จึงจะย้ายไปประดับตามโครงของหอ ในเดือนมกราคม 2556 แล้วจะปล่อยให้มันเจริญงอกงามจนถึงเดือนมกราคม พ.ศ.2557 ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้น จนเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ.2559 จึงจะค่อยเอาออก

ทางกลุ่มได้คำนวณว่า โครงการอาจก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ขึ้นถึง 84.2 ตัน หากแต่พืชพันธุ์เหล่านั้นจะดูดซับก๊าซไว้ได้ถึง 87.8 ตัน เป็นกำไรเสียอีก.

 



หน้า 11

วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กรี๊ด...เทสต์ 'เสียว ตับ ไต ไส้ พุง' กระเพื่อมกับ 8 เครื่องเล่นสวนสยาม!!

Pic_222412

ในวันหยุดยาวๆ แบบนี้ ไทยรัฐออนไลน์พาทุกคนไปคลายเครียดกันที่สวนสยาม ไปเล่นเครื่องเล่น มากมายที่ต้องบอกว่าคนที่ไม่ชอบความหวาดเสียว กระทั่งคนที่ชอบความหวาดเสียวชอบความท้าทาย ได้ทดลองเพราะเมื่อเราตื่นเต้นแล้วสารอะดรีนาลีนจะหลั่งออกมา ความสุขก็จะบังเกิด ...

1. "VORTEX" ซูเปอร์เกลียวเหาะมหาสนุก


มากระชากอารมณ์และร่างกายต่อที่พระเอกสุดหล่อของสวนสยามกันเลยดีกว่ากับเจ้า "VORTEX" ซูเปอร์เกลียวเหาะมหาสนุก เป็น 1 ใน 2 เครื่องเล่นรถไฟเหาะตีลังกาเกลียวสว่านที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลิตและควบคุมการติดตั้งโดยบริษัทเวโกม่า ประเทศเนเธอร์แลนด์ความยาวกว่า 765 เมตร พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วถึง 80 กม./ชม. รางยกสูงจากพื้นกว่า 33 เมตร ความพิเศษคือไร้พื้นสัมผัสและการปิดกั้น เปิดอิสระในมุมมองและความสนุกสนานแปลกใหม่ ควงสว่านถึงใจกัน 5 รอบติด เร้าใจแบบตั้งตัวไม่ทันเลยทีเดียว(สำหรับผู้เล่นความสูงเกิน 130 ซม.) ทริคเด็ดนั่ง VORTEX สุดมันส์ อยากเล่นรถไฟเหาะให้มันส์สุดๆ การเลือกตำแหน่งที่นั่งสำคัญเช่นกัน ต้องเลือกที่นั่งให้ถูกด้วย เพราะความเร็วของแต่ละที่นั่งจะไม่เท่ากัน เมื่อขบวนรถวิ่งผ่านจุดเดียวกัน คนที่นั่งด้านหลังสุดของขบวนรถจะเสียวสุดๆ เมื่อรถผ่านจุดสูงสุดของราง กลับกันกับคนที่นั่งด้านหน้าสุดของขบวนรถ จะตื่นเต้นกว่าคนอื่น เมื่อรถไฟเหาะผ่านจุดต่ำสุดของราง เพราะการเปลี่ยนแปลงของความเร่ง คือความลับของความตื่นเต้นของรถไฟเหาะนั่นเอง

 

2.Giant Drop ยักษ์ตกตึก

กระตุ้นน้ำย่อยกันไปเบาๆ มาต่อที่เจ้าเครื่องเล่นเครื่องต่อไปกันเลยดีกว่ากับ Giant Drop ยักษ์ตกตึก โดยผู้ผลิตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ความสูงกว่า 75 เมตร ความพิเศษของมันคือสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สนุกสุดเหวี่ยงในสภาพไร้การควบคุมจนแทบลืมหายใจ เมื่อถูกปล่อยลงมาจากจุดสูงสุดของ Giant Drop แรงโน้มถ่วงจะเคลื่อนทั้งที่นั่งและตัวคุณให้ตกลงมาพร้อมๆ กัน ในขณะเดียวกัน แรงที่เกิดจากความเฉื่อยในทิศทางตรงข้ามจะหักล้างกันจนหมด นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมขาจึงชี้ขึ้น หากได้ลองขึ้นไปเล่นสักครั้งคุณจะรู้สึกได้เลยว่าหัวใจไปอยู่ตรงตาตุ่มเป็นยังไง แนะนำว่าไม่ควรพลาดเจ้าเครื่องนี้ (สำหรับผู้เล่นความสูงเกิน 130 ซม.)

3.Log Flume ล่องซุงมหาสนุก

พลาดไม่ได้กับเครื่องเล่น Log Flume ล่องซุงมหาสนุก จากประเทศเยอรมนี ผจญภัยล่องไปบนท่อนซุงยักษ์ ฝ่ากระแสน้ำเชี่ยว ด้วยระยะทางยาว 572 เมตร ทิ้งตัวลงยอดเขาแบบทั้งเดินหน้าและกลับหลัง อีกทั้งระทึกใจเหมือนท่องไปในป่าด้วยการตกแแต่งด้วยต้นไม้และสัตว์ เช่น อนาคอนดา หวาดเสียวและเปียกเล็กน้อยถึงปานกลางกับการทิ้งดึงลงมาจากปากเสือ ด้วยความสูงประมาณ 27 เมตร ที่รับรองปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ควบคุมด้วยเซ็นเซอร์ทั้งระบบ (ความสูงขั้นต่ำ 100 ซม. เด็กสูงไม่ถึง 130 ซม. ต้องใช้บริการพร้อมผู้ปกครอง)

 

4.Boomerang รถไฟเหาะตีลังกา ความเสียว 360 องศา

ประเดิมเรียกน้ำย่อยกันที่เจ้า Boomerang รถไฟเหาะตีลังกาถอยหลังก่อนเลยดีกว่า กรี๊ดให้สุดเสียงด้วยการหกคะเมนตีลังกากันทั้งหมด 6 รอบ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความสูง 35 เมตร และความเร็ว 80 กม./ชม.(สำหรับผู้เล่นความสูงเกิน 130 ซม.) (รอบละ 150 บาท) ทริคเด็ดประสบการณ์ถอยหลังของรถไฟเหาะบูมเมอแรง จะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเล่นตอนกลางคืน

 

5.Dragon เรือเหาะไวกิ้ง

ต่อด้วยเครื่องเล่นในตำนานที่พลาดไม่ได้สักเม็ดอย่าง Twin Dragon เรือเหาะไวกิ้งสุดหฤหรรษ์ เคยรู้สึกถึงอาการท้องลั่นรึเปล่า มันไม่ได้ลั่นเพราะความหิวแต่มันลั่นเพราะความโหวงเหวงในท้องคุณอย่างไม่รู้ลืม ทริคเล่นอย่างไรให้หวาดเสียวสุดๆ คือเลือกที่นั่งปลายลำเรือเพราะจะทำให้คุณตื่นเต้นมากกว่ากลางลำ เนื่องจากที่จุดปลาย เรือมังกรจะแกว่งขึ้นไปสูงสุดประมาณ 75 องศา ขณะที่จุดตรงกลางจะแกว่งทำมุมได้เพียง 60 องศาเท่านั้น

 

6.คุยกับเทวดานางฟ้ากับ - หอคอยชมวิวลอยฟ้า

พักความปั่นป่วนของร่างกายกับหอคอยชมวิวลอยฟ้า (SI-AM Tower) หอคอยชมวิวปรับอากาศเย็นฉ่ำชื่นใจคลายร้อนได้ดีทีเดียว แถมยังได้ชมวิวกรุงเทพฯสุดสายตา 360 องศา ที่ความสูง 109 เมตร ที่สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

7.Grand Canyon Express

สนุกไปกับเครื่องเล่นน้องใหม่แนะนำ Grand Canyon Express แกรนด์แคนยอน เอ็กซ์เพรส ร่วมผจญภัยครั้งใหม่ กับเทคโนโลยีจากบริษัท Zamperla ประเทศอิตาลี ให้นักผจญภัยทั้งหลายเดินทางไปกับรถด่วนขบวนม้า ท่องไปในดินแดนแห่งหุบเขาแกรนด์แคนยอน สิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก (ความสูงขั้นต่ำ 100 ซม. เด็กสูงไม่ถึง 130 ซม. ต้องใช้บริการพร้อมผู้ปกครอง)

 

ปิดท้ายความประทับใจด้วยเครื่องเล่นสุดคลาสสิกกับ Double-Deck Merry-Go-Round ม้าหมุนสองชั้น ไม่จำกัดว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็สามารถปลดปล่อยจินตนาการให้โลดแล่นบนหลังอาชา และรถฟักทองในนิยายโบราณ โดยเฉพาะเวลาใกล้ค่ำจะทอดแสงสวยงามออกมาราวกับอยู่ในดินแดนแห่งเทพนิยาย พร้อมเก็บเรื่องราวประทับใจกลับบ้าน สมกับสโลแกน “โลกแห่งความสุข สนุกไม่รู้ลืม” จริงๆ

***รู้หรือไม่ว่า
***

1.สวนน้ำทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก รับรองโดยกินเนสเวิลด์เรคคอร์ด ให้ครอบครัวได้พักผ่อนร่วมกันได้ โดยไม่ต้องเดินทางไกล เพราะเรายกทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก มาให้บริการถึงกรุงเทพฯ พร้อมเครื่องเล่นทางน้ำแสนสนุก อย่างสปีดสไลด์เดอร์ และ ซุปเปอร์สไปรัล

2.สวนสาระที่ให้ความรู้ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวแสนสนุก ด้วยพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ที่จัดแสดงหุ่นไดโนเสาร์แอนิเมชั่นที่เคลื่อนไหวและส่งเสียงร้องได้ดุจมีชีวิต และนิทรรศการการขุดค้นซากกระดูกไดโนเสาร์ รวมถึงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริงที่หาดูได้ยาก, Jurassic Adventure ผจญภัยแดนไดโนเสาร์ การผจญภัยรูปแบบใหม่ ในดินแดนยุคจูราสสิก สัมผัสใกล้ชิดกับไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ กว่า 30 ชีวิต, Big Double Shock สนุกตื่นเต้นกับโลกหลังความตาย ที่ร้อยเรียงเรื่องเล่าและประสบการณ์สยองขวัญจากทุกชนชาติ

หน้า 12

 

วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ตึกหมอก"สุดเหมือน

อึ้ง เกาหลีใต้สร้าง"ตึกหมอก"สุดเหมือน"เวิล์ดเทรดถูกถล่ม" บริษัทปฎิเสธ"ไม่ได้ล้อเลียน"สหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ว่า บริษัท"MVRDV"สร้างความฮือฮาหลังถูกพบว่า วิศวกรของบริษัทได้วางแผนสร้างตึกรูปร่างคล้าย"อาคารเวิล์ดเทรดถูกเพลิงวอดไหม้"จากเหตุการณ์ 11 ก.ย.โดยอาคารmujถูกออกแบบดังกล่าวนี้ อาคารหนึ่งมีความสูง 206 เมตร และอีกอาคารสูง 300 เมตร เชื่อมกันด้วย"หมอกเทียม"โดย ขณะที่บริษัทบอกว่า บริษัทไม่ได้เห็น"ความคล้ายคลึง"ของตึกดังกล่าวว่า จะเหมือนกับอาคารเวิล์ดเทรดในสภาพถูกเพลิงไหม้ ในระหว่างการกระบวนการออกแบบ

บริษัท"MVRDV"ระบุว่า รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่อาคารแห่งนี้ทำให้เกิดความรู้สึกนึกถึงตึกแฝดเวิล์ดเทรดของสหรัฐ โดยบริษัทไม่ได้ตั้งใจที่จะสร้างที่คล้ายคลึงการโจมตีอาคารตึกแฝดของสหรัฐ และบริษัทไม่ได้เห็นความคล้ายคลึงใด ๆ ระหว่างการออกแบบเลย และเราขอโทษอย่างจริงจังต่อบุคคลที่อาจจะรู้สึกเจ็บปวดที่เราอาจก่อขึ้น

รายงานระบุว่า ตึกดังกล่าวซึ่งมีกำหนดจะสร้างเสร็จในปี 2015 เป็นอาคารหรู ตั้งอยู่ในกรุงโซล ในย่านชุมชนหนาแน่น โดยตึกแห่งหนึ่งมี 54 ชั้น และอีกตึกมี 60 ชั้น มีพื้นที่ครอบคลุมเท่ากับ 128,000 ตร.เมตร ตึกนี้มีชื่อว่า"เดอะ คลาวด์"และยังประกอบด้วยห้องฟิตเนส,สระว่ายน้ำ,ภัตตาหาร,ร้านคาเฟ่ และศูนย์ประชุม

หน้า 13

วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ปฏิบัติการนี้...ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้

Pic_222582

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียลทุกท่าน ถึงตอนนี้คนส่วนใหญ่ในประเทศคงจะสบายขึ้นบ้างจากภาวะน้ำท่วมที่คลี่คลายลงทุกขณะ แต่ในขณะเดียวกัน บางพื้นที่ก็ยังมีปัญหาอยู่ ก็ขอร่วมเป็นแรงใจให้ทุกคนได้ผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้ร่วมกันนะคะ

และด้วยเหตุการณ์ที่ผ่านๆมา ประกอบกับได้เห็นภาพของคุณพี่ทอม ครูซ ในหนังเรื่องใหม่ มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล ปฏิบัติการไร้เงา (Mission: Impossible Ghost Protocol) ก็เลยทำให้อยากจะเล่าเรื่องของมิชชั่น:อิมพอสซิเบิ้ล ให้แฟนๆได้สนุกสนานกันสักหน่อย เพราะจะว่าไป คำว่า มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล หรือปฏิบัติการที่เป็นไปไม่ได้ (แต่ก็ทำได้มาแล้วอย่างแสนเข็ญ) นั้น ก็เหมือนกับเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาของเรา คือ กว่าจะผ่านพ้นกันมาได้ ก็ต้องปฏิบัติการกันอย่างทุ่มเท

ภาพยนตร์เรื่อง Topkapi.

ภาพยนตร์เรื่อง Topkapi.


สำหรับคอหนังที่ติดตามภาพยนตร์ เรื่องนี้กันมาถึง 3 ภาค ตลอด 15 ปีแล้วนั้น บางทีอาจจะไม่ทราบว่าที่จริง มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล มีมานานเนมากแล้ว คือต้นฉบับนั้นเป็นซีรีส์ หรือละครโทรทัศน์ของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ ค.ศ.1966 หรือเมื่อ 45 ปีมาแล้ว เรียกว่า สายลับที่ปฏิบัติการโหดหินบนแผ่นฟิล์มนั้น ไม่ใช่เพิ่งเริ่มมี แต่สืบทอดปฏิบัติการกันมาจากรุ่นสู่รุ่นมาเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว

งานนี้ต้องยกความดีความชอบให้บรูซเกลเลอร์ ซึ่งรับหน้าที่ทั้งผู้สร้างและกำกับละครเรื่องนี้เองในช่วงแรกๆ โดยเกลเลอร์ได้คิดสร้างองค์กรลับขึ้นมาองค์กรหนึ่ง ชื่อ Impossible Mission Force โดยมี จิม เฟลป์ส รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีม และมีสายลับมากหน้าหลายตาวนเวียนกันมาปฏิบัติภารกิจ ซึ่งในระยะแรกๆก็เน้นการทำงานไปตามสภาพบ้านเมืองในยุคโน้น คือ การเข้าไปพัวพันกับสงครามเย็น การต่อต้านเผด็จการ หรือองค์กรเลวร้ายต่างๆ แต่ในระยะต่อๆ มา เมื่อสงครามเย็นสลายลง ภารกิจของหน่วยงานลับนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นการต่อสู้กับอาชญากรตัวเป้งต่างๆ

ระหว่างการถ่ายทำภาคล่าสุด

ระหว่างการถ่ายทำภาคล่าสุด


ละครเรื่องนี้ออกอากาศอยู่นานทีเดียวค่ะ คือตั้งแต่ ค.ศ.1966-1973 ก่อนจะหยุดลงไประยะหนึ่ง และกลับมาสร้างฉายต่ออีกในช่วง ค.ศ.1988-1990 ทำไปทำมา มีการสร้างกันมาก ถึง 171 ตอน ที่สำคัญละครเรื่องนี้โด่งดังข้ามประเทศ ในบ้านเราเองก็มีการซื้อลิขสิทธิ์มาฉายทางช่อง 4 บางขุนพรหม ซึ่งในยุคทศวรรษที่ 1960 นั้น ยังเป็นทีวีขาว-ดำอยู่ เรียกว่าคนไทยเราเองก็รู้จักองค์กรลับแห่งนี้กันมานานแล้ว ก่อนที่ทอม ครูซ จะตัด สินใจมารับบทเป็นสายลับมือฉมังในภาพยนตร์ และถึงตอนนี้เอง ส่วนของละครก็ยังมีสถานีโทรทัศน์บางแห่งในสหรัฐอเมริกานำมาฉายซ้ำเรื่อยๆ เพราะเข้าขั้น เป็นละครคลาสสิกที่คนดูชื่นชอบ ดูเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อไปเสียแล้ว

จากความโด่งดังของละครเรื่องนี้ ทำให้เกิดผลงานต่อเนื่องกันมาอีกมากทีเดียว เช่น นวนิยาย โดยเรื่องที่เด่นที่สุดเป็นนิยายที่มีชื่อเดียวกับละคร ผลงานของจอห์น ไทเกอร์ ซึ่งตีพิมพ์ออกมาในปี ค.ศ. 1967 หลังจากละครออกอากาศได้ไม่ถึงปี ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ อยู่เหมือนกัน เพราะโดยทั่วไปแล้วนิยายมักจะเกิดก่อนการสร้างเป็นละคร หรือภาพยนตร์ แต่ในกรณีนี้ละครเกิดมาก่อน แล้วค่อยเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนนิยาย

ในรูปแบบหนังสือ.

ในรูปแบบหนังสือ.


นอกจากนั้น ยังมีผู้พัฒนาเรื่องราวออกไปเป็นหนังสือการ์ตูนในช่วงทศวรรษที่ 1960 ก่อนจะกลายมาเป็นเกมที่ผู้เล่นจะสมมติตัวเองเป็นสายลับที่จะช่วยโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ซึ่งในยุคโน้นก็ยังเป็นเกมแบบล้าสมัยหน่อย แต่พอมาถึงยุควีดิโอเกมก็ทันสมัยขึ้นด้วยการพัฒนาของนิน–เทนโด ในปี ค.ศ.1991 และจนถึงวันนี้ การพัฒนาเกมแนวสายลับนี้ก็ยังมีออกมาอีกเรื่อยๆ ทั้งที่ใช้ชื่อว่า มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล ตรงๆ และในชื่ออื่นๆ เรียกได้ว่า มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล ของบรูซ เกลเลอร์ เป็นแรงบันดาลใจให้กับผลงานอื่นๆ อีกมากมายหลายร้อยชิ้น

มาถึง มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล ในยุคนี้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แฟรนไชส์สายลับที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก ก็ได้ชื่อว่า เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้สร้างภาพยนตร์และละคร เรื่องอื่นๆ อีกมากมายตามมา โดยเฉพาะการพัฒนา บุคลิกตัวละครให้เป็นสายลับที่มีความสามารถรอบด้าน กล้าหาญ พร้อมเผชิญกับทุกสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาสารพันเทคโนโลยีสมัยใหม่ไฮเทคต่างๆมาใช้กันอย่างเต็มที่ ก็ทำให้คำว่า “เป็นไปไม่ได้” กลายเป็นเรื่อง “เป็นไปได้” และพัฒนาแฟรนไชส์หนังกันต่อมาได้ยาวนานอย่างไม่ล้าสมัย

ในหนังสือการ์ตูน.

ในหนังสือการ์ตูน.


พูดถึงแรงบันดาลใจ ก็คงต้องย้อนกลับไปว่า แล้วบรูซ เกลเลอร์ ผู้สร้างสรรค์มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ลขึ้น ได้แรงบันดาลใจมาจากไหน อันนี้ต้องยกความดีความชอบให้จูลส์ แดสซิน สุดยอดผู้กำกับภาพยนตร์ที่ได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในผู้กำกับที่ดีที่สุดของโลกในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยหนึ่งในภาพยนตร์ที่ขึ้นชั้นกลายเป็นหนังคลาสสิกตลอดกาลของแดสซินคือ ภาพยนตร์เรื่อง ท็อปกาปึ (Topkapi) เรื่องราวเกี่ยวกับการจารกรรมเพชรพันล้านจากพิพิธภัณฑ์ท็อปกาปึ ในประเทศตุรกี ที่ออกฉายในปี ค.ศ.1964 และหนังสุดลุ้นระทึกเรื่องนี้นี่แหละค่ะ ที่บรูซ เกลเลอร์ ได้ดูแล้วก็เกิด “ปิ๊ง” นำแนวทางการสร้างเรื่องราวภารกิจที่ตื่นเต้นมาพัฒนาเป็นภาพยนตร์ยอดนิยมในที่สุด

อันว่าพิพิธภัณฑ์ท็อปกาปึนี้ เดิมเคยเป็นพระราชวังอันใหญ่โตโอฬารมาก่อนค่ะ แต่ปัจจุบันถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่มีทรัพย์สมบัติเก่าแก่มากมายของสุลต่านผู้เคยครองตุรกี รวมถึงเพชรเม็ดใหญ่ที่เป็นหนึ่งในเพชรที่มีค่ามากที่สุดในโลก และจากการติดตามเรื่องราวย้อนหลัง ก็ทำให้เราได้รู้แน่ ชัดแล้วว่า ท็อปกาปึ พระราชวังโบราณ อันตระการตาของตุรกีนี่เองที่เป็นต้นกำเนิดแฟรนไชส์เรื่องราวยิ่งใหญ่ ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่หลายๆท่านอาจจะได้เห็นใบปิด หรือโฆษณาว่า มีสถานที่ที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่ถูกดึงมาอยู่ในเรื่อง นั่นคือ ตึกสูงที่สุดในโลก เบิร์จ คาลิฟา ที่ดูไบ

จากภาพยนตร์มาสู่เกม.

จากภาพยนตร์มาสู่เกม.


ที่นี่เองค่ะ ที่ทอม ครูซ ไปไต่เล่น ท้าความตายในฉากสำคัญของเรื่อง ทำเอาคนที่ได้เห็นฉากนี้หวาดเสียวไปตามๆกัน และคิดไม่ถึงว่าพระเอกตลอดกาลของฮอลลีวูดจะยอมทุ่มเทกับฉากแอ็กชั่นท้านรกได้ขนาดนี้ เพราะการไปไต่ระห่ำบนตึกเบิร์จ คาลิฟา ที่คนธรรมดาแค่มองลงมา ยังเสียววูบนั้น เป็นเรื่องที่ยากจะคาดคิดจริงๆว่า พระเอกดังจะยอมแสดงเอง แต่ทอม ครูซ ก็ไม่ยอมใช้ตัวแสดงแทน ทำให้การแสดงในครั้งนี้กลายเป็นบทบาทที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาไปแล้ว

สำหรับ เบิร์จ คาลิฟานี้ สูง ตั้ง 828 เมตร มี 162 ชั้น เรียกว่าแหงนคอมองก็ยังเมื่อย สูงปรี๊ดมากกว่าตึกสูงอันดับ 2 ของโลกคือ ไทเป 101 ที่ตระหง่าน 509 เมตร ไปอย่างขาดลอย คนที่จะ ไปปีนเล่นเลยต้องใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ ก็นับว่าผู้สร้างเลือกสถานที่อัน เป็นหนึ่งในที่สุดของโลกมาเปิดตัวได้อย่างน่าสนใจ

ในยุคทีวีขาวดำ.

ในยุคทีวีขาวดำ.


จากพระราชวังท็อปกาปึอันเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ต้นกำเนิดอันเป็นแรงบันดาลใจให้เปิดมิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล เมื่อเกือบครึ่งศตวรรษก่อน มาจนถึงเบิร์จ คาลิฟา ตัวแทนของความทันสมัยในยุคนี้ ทำให้เราได้เห็นแล้วว่า ความเป็นไปไม่ได้ไม่เคยมีอยู่จริง และการท้าทายให้ได้ทุกสิ่งเป็นเรื่องน่าติดตาม.

ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน

หน้า 14

วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554

4 ชาติพันธมิตรเตือนญี่ปุ่นดันทุรังล่าวาฬ อาจเจอประท้วงรุนแรง

Pic_223614

รัฐบาลสหรัฐฯออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์ร่วมกันผ่านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 13 ธ.ค. เตือนญี่ปุ่นที่ยังคงนำเรือออกสู่น่านน้ำแอนตาร์กติกเพื่อล่าวาฬว่า อาจต้องเผชิญเหตุประท้วงขั้นรุนแรงจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจนอาจนำไปสู่การบาดเจ็บ หรือถึงขั้นเสียชีวิต...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 13 ธ.ค.ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ผ่านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เกี่ยวกับญี่ปุ่นที่ยังคงนำเรือออกสู่น่านน้ำแถบทวีปแอนตาร์กติกหรือขั้วโลกใต้เพื่อล่าวาฬตามประเพณีทุกปี โดยทั้ง 4 ชาติเตือนญี่ปุ่นให้ระวังเหตุประท้วงจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแนวกองโจรทั้งหลาย รวมถึงกลุ่มซี เชฟเพิร์ด ซึ่งมีสำนักงานในสหรัฐฯ ที่จะใช้วิธีการรุนแรงเข้าขัดขวางกองเรือล่าวาฬญี่ปุ่นจนอาจนำไปสู่การบาดเจ็บ หรือถึงขั้นเสียชีวิต

ท่าทีดังกล่าวของทั้ง 4 ชาติมีขึ้นหลังรัฐบาลญี่ปุ่นส่งเรื่องชี้แจงต่อคณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ กำหนดการจับวาฬมิงก์กับครีบวาฬปีนี้ราว 900 ตัว ทั้งที่การล่าวาฬเชิงพาณิชย์เป็นข้อห้ามตามสนธิสัญญาสากล แต่ก็ยังมีญี่ปุ่นกับไอซ์แลนด์และนอร์เวย์ที่ฝ่าฝืนกฎดังกล่าว

ขณะเดียวกัน นายพอล วัตสัน ผู้ก่อตั้งกลุ่มซี เชฟเพิร์ด เผยถึงแผนสกัดการล่าวาฬของญี่ปุ่นว่า ทางกลุ่มจะใช้วิธีอันตรายสุดชื่อว่า “ปฏิบัติการกามิกาเซ่” โดยมีฌอน คอนเนอร์รี อดีตพระเอกภาพยนตร์สายลับเจมส์ บอนด์ ชาวสกอตติช วัย 81 ปี ร่วมลงเรือครั้งนี้ด้วย พร้อมเรียกร้องให้ออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ส่งเรือลาดตระเวนคอยดูแลความสงบสุข แต่ทางการออสเตรเลียปฏิเสธ แม้เคยส่งเรือติดอาวุธเมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อรวบรวมหลักฐานเอาผิดกับญี่ปุ่น

วันเดียวกัน สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ เผยพบสารปนเปื้อนจากขี้เถ้าและของเสียจากโรงงานพลังงานถ่านหินตามทางน้ำกับบนดิน เกินค่ามาตรฐานใน 20 พื้นที่ของ 10 มลรัฐทั่วประเทศ .

หน้า 15

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สุดสยอง ลิฟต์หนีบผู้บริหารหญิงบ.โฆษณานิวยอร์กเสียชีวิตคาที่

เกิดอุบัติเหตุลิฟต์โดยสารหนีบผู้ใช้บริการที่อาคารสำนักงานสูง 26 ชั้นใกล้สถานีแกรนด์ เซ็นทรัล เทอร์มินอล นครนิวยอร์ก ทำให้ผู้บริหารหญิงของบริษัทโฆษณาวัย 41 ปีเสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้โดยสารอีก 2 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบสุขภาพจิต จากอาการเสียขวัญสุดขีด หลังจากที่เห็นคนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา

ภาพ: CBS/AP/Facebook

ตำรวจระบุว่าผู้เสียชีวิตคือนางซูซาน ฮาร์ท วัย 41 ปี ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ เนื้อหา และประสบการณ์ประเภทใหม่ จากบริษัทยังแอนด์รูบิแคม (วายแอนด์อาร์) ด้านเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและความปลอดภัยสาธารณะเปิดเผยว่า นางซูซาน ฮาร์ท เสียชีวิตจากลิฟต์หนีบ

ก่อนเกิดเหตุ นางฮาร์ทอยู่บนชั้นหนึ่งเพื่อเดินทางไปทำงานในเวลา 10.00 น. ณ อาคารเลขที่ 285 ถนนเมดิสัน เอเวนิว โดยเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อเท้าของเธอติดในช่องว่างระหว่างลิฟต์กับพื้น และถูกลิฟต์ลากขึ้นไปกระแทกชั้น 2 โดยที่เท้าติดอยู่และประตูลิฟต์ยังเปิด

ด้านผู้โดยสารลิฟท์ 2 รายที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งเป็นสตรีวัย 36 ปี และชายชาวเอเชีย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบสภาพจิต เนื่องจากเห็นเหตุการณ์โดยตลอด ขณะที่สาเหตุที่ลิฟท์ทำงานผิดพลาดยังคงไม่มีการระบุแน่ชัด

ทั้งนี้ จากบันทึกการตรวจสอบลิฟท์ระบุว่า ลิฟต์ตัวดังกล่าวได้รับการตรวจสอบครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากนั้นทางการยังพบว่าอาคารดังกล่าวกระทำการละเมิดบทบัญญัติว่าด้วยอาคารสูงของนครนิวยอร์กถึง 56 ข้อ ที่เกี่ยวข้องกับลิฟท์ 13 ตัวในอาคาร ที่ย้อนไปถึงปี 2001

รายงานระบุว่า อาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของบริษัทโฆษณาวายแอนด์อาร์ ของนางฮาร์ทมานานแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังสอบสวนหาสาเหตุร่วมกับสำนักงานอาคารนครนิวยอร์ก โดยมุ่งไปที่กลไกความปลอดภัยป้องกันลิฟต์ไม่ให้เคลื่อนที่ขณะประตูยังเปิดอยู่

โฆษกของสำนักงานอาคารนครนิวยอร์กกล่าวว่า มีการตรวจสภาพลิฟต์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และไม่พบสิ่งผิดปกติที่จะมีผลต่อความปลอดภัย และว่าครั้งสุดท้ายที่ลิฟต์ถูกตรวจพบไม่ได้ตามมาตรฐานความปลอดภัยเกิดขึ้นในปี 2003 แต่ก็ได้รับการแก้ไขแล้ว

ลิฟท์นี้เป็น 1 ใน 13 ตัวของอาคาร โฆษกของบริษัทวายแอนด์อาร์ เพิ่งประกาศเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า มีแผนจะย้ายไปอยู่สำนักงานแห่งใหม่

หน้า 16

วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ให้รางวัลชีวิตตัวเองกันเถอะ

Pic_224018

De Preco

เหนื่อยหนักกันมาทั้งปี แถมยังเจอวิกฤติใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มาให้รางวัลชีวิตตัวเอง และมอบความสุขให้คนที่คุณรัก ด้วยเครื่องประดับจิวเวลรี่ชิ้นสวย ที่บรรจงออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองที่กำลังจะมาถึง

ก็เพราะเพชรคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผู้หญิงทั้งโลก เพชร เดอ พรีโก้ (De Preco) แบรนด์เพชรที่สุดแห่งงานเจียระไน ขอร่วมส่งความสุขช่วงปลายปี ด้วยคอลเลกชั่นแหวนเพชรสไตล์โก้หรู “The Towers” เน้นตัวเรือนโมเดิร์นเสมือนแหวนเพชรหลายๆวงซ้อนกันในวงเดียวเป็นตึกสูงระฟ้า เพิ่มลูกเล่นด้วยการผสมผสานเพชรกลมกับเพชรบาเก็ต เพื่อให้ประกายเพชรได้เจิดจรัสอย่างเต็มที่

หน้า 17

วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สาวโรตีครองสถิติ "ตัวเล็ก" ที่สุดในโลก สูงแค่ 23 นิ้ว

Pic_224126

Picture : thesun.co.uk

สาวอินเดีย วัย 18 ปี ได้รับการบันทึกสถิติตัวเล็กที่สุดในโลกรายล่าสุด ด้วยส่วนสูง 23 นิ้ว หนักแค่ 11 ปอนด์...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 17 ธ.ค. ว่า เจโยติ อัมเก หญิงสาวชาวอินเดีย จากเมืองนักปูร์ ครองสถิติตัวเล็กที่สุดในโลกของกินเนสส์บุ๊ก หลังอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในวันเดียวกันนี้ ด้วยส่วนสูงเพียงแค่ 23 นิ้วครึ่ง หนักราว 11 ปอนด์

 

โดยช่วงเช้าของวันที่ได้รับการบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการ เจโยติฉลองวันเกิดพร้อมขนมเค้กก้อนโตขนาดเกือบเท่าตัวของเธอ โดยมีสมาชิกครอบครัวร่วมแสดงความยินดีด้วย ซึ่งเธอเผยด้วยว่า "มันเป็นความฝันของฉันที่รอคอยมาหลายปี ที่ได้เป็นเจ้าของสถิติตัวเล็กที่สุดในโลก"

ทั้งนี้ เจโยติ เป็นคนแคระจากสาเหตุภาวะกระดูกอ่อนไม่เจริญ พัฒนาการทางร่างกายหยุดเติบโตตั้งแต่อายุ 1 ขวบ นอกจากนี้ เจโยติยังจะได้ร่วมงานแสดงภาพยนตร์บอลลีวูดด้วยกันถึง 2 เรื่องในปีหน้า.

 

หน้า 18

วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สังเกตอาการ 'ผู้หญิง' กำลังตกหลุมรัก!!!!

Pic_223289

ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิง จะรักจะชอบใครมันก็ต้องเก็บอาการกันบ้าง แต่การเก็บงำอารมณ์แบบนี้ ยิ่งทำให้ผู้ชายที่กำลังตามส่งข้าวส่งน้ำ อาจจะรู้สึกท้อแท้ใจจนไม่อยากสู้ต่อ ไทยรัฐออนไลน์จึงอยากช่วยให้ชายหนุ่มมีกำลังใจในการพิชิตใจสาวในฝัน ด้วยการสังเกตท่าทาง หรือการกระทำบางอย่างของผู้หญิงที่หมายปอง ว่าตอนนี้เขากำลังชอบคุณตอบกลับมาเหมือนกัน

1. สนใจในสิ่งที่คุณสนใจ - ผู้หญิงที่เริ่มจะเทใจให้กับคุณผู้ชาย จะตั้งต้นศึกษาในกิจกรรมที่คุณสนใจ อย่างเช่น ภาพยนตร์ รถยนต์ หรือแม้แต่เกม เพื่อให้การสนทนาและการออกเดทราบรื่น และยิ่งทำให้คุณผู้ชายทั้งหลายรู้สึกคลั่งในตัวหญิงสาวคนนี้ เพราะว่าพูดคุยกันด้วยภาษาเดียวกัน

2. หัดเล่นกีฬาที่ไม่ชอบ - ถ้าผู้หญิงแอบหัดไปฝึกเล่นกีฬาที่ชายหนุ่มคนที่มาจีบชอบเล่นในช่วงวันหยุดแล้วล่ะก็ ขอให้ฟันธงได้เลยว่า คุณเธอมีใจให้คุณเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากพวกเธอคิดว่าการใช้เวลาช่วงวันหยุดด้วยการเล่นกีฬาพร้อมกัน จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์รุดหน้า และเป็นการเอาใจฝ่ายชายไปในตัว


 



3. ข้าวกล่องสื่อรัก - เสน่ห์ปลายจวักของผู้หญิงถือเป็นบ่วงรักที่ผู้ชายหลายคนถอนตัวไม่ขึ้น จึงไม่แปลกที่สาวๆส่วนใหญ่เลือกจะโชว์ฝีมือการทำอาหาร และนำมามอบให้กับชายที่หมายปอง โดยพวกเธออาจจะสงวนท่าทีว่า ทำมาเยอะเลยเอามาแบ่งให้ทาน หรือลองทำสูตรใหม่ก็อยากให้ชิมดู ซึ่งหนุ่มๆก็สมควรจะขอบคุณอย่างสุดซึ้ง พร้อมกับรับประทานให้หมด แม้รสชาติจะไม่ถูกปากก็ตามที

 


4. ยอมรับข้อเสีย - ถ้าผู้หญิงหยุดบ่นในสิ่งที่ขวางหูขวางตา และมองว่าสิ่งที่ชายตรงหน้ากำลังทำเป็นเรื่องที่อดทนได้ ถือว่าผู้หญิงกำลังมีใจ เนื่องจากเพศหญิงมักเป็นฝ่ายบ่น จู้จี้ ไม่สามารถหยุดปากจะพูดถึงสิ่งที่ไม่ชอบไม่ได้หรอก หากคนที่ทำตรงหน้าเป็นแค่เพื่อน แต่ถ้าฝ่ายหญิงเริ่มมองว่าคุณเป็นคนพิเศษ ความเกรงใจและอดทนจึงเกิดขึ้น

 


5. เชื่อมั่นในทุกคำพูด - ลองผู้หญิงรู้จักความรักแล้วล่ะก็ ความมั่นใจในตัวเองจะเริ่มถดถอยลง จะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง จะเริ่มถามหาคำปรึกษาจากชายหนุ่มผู้มาติดพันมากขึ้น ปล่อยให้เรื่องทุกเรื่องกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับชีวิตที่ต้องการคู่คิดตลอดเวลา ตั้งแต่ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า ไปจนถึงเรื่องเส้นทางบนท้องถนน ดังนั้นหากผู้หญิงเริ่มขยันโทรหาฝ่ายชาย โดยถามเรื่องเล็กๆน้อยๆก็สามารถคอนเฟิร์มได้เลยว่า ผู้หญิงคนนี้กำลังวางใจ และพร้อมจะรับคุณเข้ามาร่วมอนาคตด้วยกัน

ข้อมูล : http://nwso.net

Twitter : quet_thairath

หน้า 19

วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ภาพไม้กางเขน

ตะลึง ท่อนไม้ปรากฎ"ภาพไม้กางเขน" เชื่อเป็น"ไม้ศักดิ์สิทธิ์-ตัวแทนแห่งศรัทธาพระเจ้า"

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดกรณีชวนตะลึง ไม้ต้นหนึ่งในโบสถ์แห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียที่ถูกตัด ได้ปรากฎภาพลักษณะคล้าย"ไม้กางเขน"อยู่เหนือเนื้อไม้ที่ถูกตัด สร้างความฮือฮาให้ไปทั่วโลก และมีการขนานนามไม้ดังกล่าวด้วยฉายาต่าง ๆ นาน ๆ เช่น"กางเขนลึกลับ" สิ่งมหัศจรรย์ และ"การแทรกแซงของสวรรค์"

รายงานระบุว่า นายจิม แรนตส์ เจ้าของพื้นที่โบสถ์ดังกล่าวเป็นคนแรกที่พบเห็นไม้ต้นนี้ หลังจากมีการตัดไม้ไฟน์ และท่อนไม้ดังกล่าวได้ร่วงลงยังบริเวณโบสถ์ และเขากล่าว่า น่าอัศจรรย์มากที่สิ่งอย่างนี้จะปรากฎบนพื้นที่โบสถ์ และถือเป็นการแทรกแซงของสรวงสรรค์ ขณะที่บาทหลวงของโบสถ์ได้ขนานนามท่อนไม้ดังกล่าวว่าเป็น"สิ่งน่าประหลาดใจแห่งปิติสุข"และว่า สิ่งที่ปรากฎมาให้มนุษย์เห็นเช่นนี้ อาจเป็นแรงกระตุ้นให้แก่ผู้ศรัทธาแห่งคริสต์ศาสนา ซึ่งได้ไม้กางเขนซึ่งเป็นตัวแทนแห่งศรัทธาพระเจ้า ที่พระเจ้าได้ตายเพื่อให้เราได้มีชีวิตยืนยาว

หน้า 20

วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

นายพรานถูกสุนัขตัวเองยิง

Pic_224487

ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิตจังเล้ย...นายบิลลี่ อี.บราวน์ อายุ 78 ปี พรานชราชาวมะริกัน ขับรถพาเพื่อนพร้อมด้วย เอลี่ หมาล่าเนื้อพันธุ์บูลด๊อก ไปล่ากวางป่า

เพื่อนนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ เอลี่นั่งกลาง ส่วนปืนไรเฟิ่ลวางพิงไว้บนพื้น ระหว่างลงเนินถนนหินปูนขรุขระ ก่อนถึงจุดล่าสัตว์ในป่าเขตปาสโก้ เคาน์ตี้ รัฐฟลอริดา เจ้าเอลี่เห็นสัตว์วิ่งผ่าน มันฮึดฮัดกระดี๊กระด๊ากระโดดเห่าเสียงขรม และเผอิ๊ญบังเอิญตีนเจ้าเอลี่ตะกายเกี่ยวไกปืนเข้า

ส่งผลให้ปืนลั่นเปรี้ยงหนึ่งนัด ลูกกระสุนพุ่งเจาะทะลุขาอ่อนตาแก่บิลลี่ร้องจ๊าก หัวกระสุนฝังในต้องหยุดรถทันที เพื่อนทำหน้าที่สารถีแทนและนำส่งโรงพยาบาลเมืองแทมป้า

แพทย์ตรวจพบจุดกระสุนเข้าบริเวณเหนือหัวเข่าเล็กน้อย จึงรีบผ่าตัดเอาหัวกระสุนออก หลังผ่าตัดเสร็จหมอบอกอาการคนเจ็บยังทรงตัว ต้องนอนโรงพยาบาลระยะหนึ่ง

ย้อนรอยถอยหลังกลับไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ในรัฐยูทาห์ก๊อเกิดอุบัติเหตุทำนองเดียวกัน พรานวัย 46 ปี เจ้าของสุนัขล่าสัตว์โดนไอ้ตูบยิงเข้าตรงตะโพกขณะไล่ล่าเป็ดป่า แพทย์ต้องผ่าตัดแงะหัวกระสุนลูกปรายออกมาได้ถึง 27 เม็ด รอดตายหวุดหวิด

หยั่งงี้น่าจะเป็นเรื่องของ “เวรกรรมตามทัน” ในชาตินี้แหละ มิต้องรอถึงชาติหน้าด๊อกเด๊อ.

ดอย ดอกฝิ่น

หน้า 21

วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

6 อภิมหาเรือยอชต์

Pic_223229

การพักผ่อนหย่อนใจของเหล่าผู้มีอันจะเหลือกิน นอกเหนือไปจากของเล่นต่างๆ เช่น รถยนต์ซุปเปอร์คาร์ความเร็วสูง เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว บ้านพักตากอากาศสุดหรูแล้ว ยังมีอุปกรณ์ในการขับเคลื่อนทางน้ำอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีสมรรถนะสูงสุดเท่าที่อำนาจของเงินจะดลบันดาล อุปกรณ์ดังกล่าวนั่นก็คือ ''เรือยอชต์'' หรือเรือสำราญ ที่ถูกเนรมิตขึ้น เพื่อสนองความต้องการในการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากธรรมดา...

 

 

Velvet 35
นี่คืออภิมหาเครื่องจักรทางน้ำ ที่ใช้ในการเดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจของบรรดาเศรษฐีเงินถุงเงินถัง เรือยอชต์สุดหรูอลังการลำนี้ ผลิตโดยบริษัท Tecnomar S.r.L ซึ่งเป็นอู่ต่อเรือสำราญหรูหรา ตั้งอยู่ในประเทศอิตาลี ลำตัวมีความยาว 112.2 ฟุต กว้าง 24.62 ฟุต กินน้ำลึก 6.89 ฟุต มีชั้นถึงสองชั้น และมีตำแหน่งในการควบคุมพังงา หรือ Cockpit ซึ่งเป็นสะพานเดินเรือในแบบปิด ที่มีตำแหน่งอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของตัวเรือ ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ในการนำร่องแบบดิจิตอล ระบบ Auto Pilot และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม เรดาร์รุ่นก้าวหน้า โซน่าและซาว์เดอร์ครบครัน ในส่วนของห้องภายในเคบิน จะประกอบไปด้วยส่วนเปิดโล่งด้านท้าย ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับการดินเนอร์หรือเตรียมอาหาร เปิดประตูเคบินเข้ามาด้านใน จะพบกับห้องรับแขก ที่ใช้เฟอร์นิเจอร์ในการตกแต่งจากดีไซเนอร์ชื่อดังของอิตาลี ห้องนอนขนาดใหญ่ 2 ห้อง มีห้องน้ำพร้อมเครื่องสุขภัณฑ์ส่วนตัวทั้งสองห้อง และห้องนอนขนาดเล็กอีกสองห้อง ทุกห้องภายในเคบิน ติดตั้งระบบปรับอากาศ และระบบให้ความบันเทิงเต็มรูปแบบ เช่น เครื่องเสียงชั้นดีจาก McIntosh พร้อมระบบจอภาพ LCD-DVD ส่วนห้องพักของลูกเรือจะถูกแยกออกไปอยู่ในชั้นล่างสุด เครื่องยนต์ เทอร์โบดีเซล สองเครื่องของ MTU Marine Diesel TE ให้กำลังสูงสุดถึง 5050 แรงม้า ความเร็วเดินทางประมาณ 25 นอต มีความเร็วสูงสุดบนผิวน้ำถึง 31 นอต และมีรัศมีทำการไกลถึง 500 ไมล์ทะเล บรรจุเชื้อเพลิงในถังได้สูงสุด 10,000 ลิตร บรรทุกน้ำจืดได้ถึง 2,000 ลิตร ในราคาประมาณ 15.8 ล้านยูโร

 

Benetti Diane Luxury
เรือสำราญสุดหรูลำนี้ สร้างจากบริษัทเรือยอชต์ชั้นเยี่ยมของโลกนาม Azimut Benetti ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เรือยอชต์ Benetti Diane Luxury ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต เพื่อสร้างให้มันเป็นหนึ่งในบรรดาเรือยอชต์ที่ดีที่สุด และมีระบบควบคุมทั่วทั้งลำ ทันสมัยที่สุด ลูกค้ามหาเศรษฐีที่ซื้อเรือลำนี้สามารถเลือกวัสดุและการตกแต่งภายใน ที่มีแบบแปลนให้เลือกมากมาย โครงสร้างและการออกแบบภายนอกจากวิศวกรของบริษัท Azimut ชื่อ Stefano Natucci ใช้วัสดุประเภทอะลูมินัมอัลลอย มาขึ้นรูปเป็นโครงเรือทั้งลำ ความยาวตลอดลำตัวเรืออยู่ที่ 141.8 ฟุต กว้าง 30.45 ฟุต และกินน้ำลึก 7.55 ฟุต บรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน พร้อมลูกเรืออีก 8 คน ภายในมีห้องนอนขนาดใหญ่ 1 ห้องพร้อมห้องน้ำภายใน ห้องนอนขนาดกลางอีก 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัวและห้องนอนเตียงเดี่ยวขนาดเล็กอีก 2 ห้อง ตกแต่งอย่างอลังการด้วยวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ชั้นสูง ส่วนห้องพักของลูกเรือแยกออกไปอยู่ในบริเวณส่วนหัวชั้นล่าง Benetti Diane Luxury ติดตั้งระบบกันโคลงจากคลื่นทะเล Naiad Marine Stabilization ซึ่งมีการทำงานในระหว่างที่เรือแล่นฝ่าคลื่นลมและทำให้ตัวเรือมีอาการโคลงลดลง เพิ่มความเสถียรให้กับเรือในขณะที่แล่นไปบนผิวน้ำ ระบบปรับอากาศภายในเคบินแบบ Entire Yacht with Individual Cabins Controls ทั่วทั้งลำ เพื่อความสะดวกสบาย เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบดีเซล MTU 16V 4000 M90 สองเครื่องยนต์ ให้กำลัง 5,400 แรงม้า พร้อมด้วยเครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้าแบบเจนเนอเรเตอร์ 80 แรงม้า อีกหนึ่งเครื่อง

 

เรือยอชต์ Benetti Diane Luxury มีตำแหน่ง หรือ Cockpit ในการควบคุมตัวเรือถึงสองตำแหน่ง จุดแรกอยู่บนส่วนท้ายของชั้นดาดฟ้าที่เปิดโล่ง จุดที่สองสามารถย้ายการควบคุมมาที่ห้องควบคุมส่วนกลางที่ปิดทึบยามเกิดพายุ หรือสภาพอากาศไม่ดี ระบบที่ใช้งานในการนำร่องมีความทันสมัยเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์เดินเรือแบบดิจิตอลคอนโทรล จอแอลซีดีแจ้งเตือนต่างๆ 6 จอ ระบบนำร่องอัตโนมัติที่ทำงานควบคู่ไปกับระบบดาวเทียม กำหนดพิกัดที่แม่นยำ วิทยุ และโทรศัพท์ดาวเทียม เรดาร์สามมิติ ที่แจ้งเตือนทั้งทิศทาง ความเร็ว และความลึกของระดับน้ำทะเลในขณะที่เรือแล่นผ่าน นอกจากนั้น ยังมีเรือเล็กที่สามารถบรรทุกไปได้พร้อมกับเรือใหญ่ ประกอบไปด้วยเรือเร็วขนาดเล็ก Novurania CL 600 tender เครื่องยนต์อินบอรด์ท 190 แรงม้า เรือเจ็ตสกี Kawasaki 800 SXR เครื่องยนต์ 800 c.c. สำหรับเศรษฐีที่ชื่นชอบกีฬาทางน้ำ ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเช่าต่อ 1 อาทิตย์ประมาณ 135,000 ยูโร หรือถ้าอยากจะครอบครอง ก็คงต้องถอนขนหน้าแข้งสัก 27 ล้านยูโร เพื่อการเป็นเจ้าของเรือ Benetti Diane Luxury อย่างเต็มภาคภูมิ

 

 

Yachts Plus 40
เรือยอชต์ขนาดยักษ์ในรูปแบบของเรือสำรวจสมุทรศาสตร์แห่งอนาคตลำนี้ ผลิตโดยบริษัท Ocean Emerald ในอิตาลี ความยาวของลำตัวเรือ 132 ฟุต โครงของตัวเรือสร้างจากโลหะประเภทสแตนเลสและอะลูมินัม อัลลอย ไฟเบอร์กลาส และคาร์บอนไฟเบอร์ เพียบพร้อมไปด้วยความหรูหราสะดวกสบาย เคบินที่ได้รับการตกแต่งมาอย่างเริ่ดหรูอลังการ มีชั้นทั้งหมดถึงสี่ชั้น ตั้งแต่ชั้นดาดฟ้าไปจนถึงชั้นล่างสุด ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ ห้องรับแขกขนาดยักษ์ บวกด้วยห้องนอนขนาดใหญ่ พร้อมห้องน้ำในตัว 2 ห้อง และห้องนอนขนาดกลางที่ตกแต่งอย่างดีพร้อมห้องน้ำอีก 3 ห้อง สามารถรองรับผู้โดยสารระดับ VIP ได้ 12 คน คล้ายโรงแรมลอยน้ำสุดหรู โดยมีห้องพักของลูกเรือทั้ง 7 คน แยกอยู่ในส่วนชั้นสอง เรือสำราญ Yachts Plus 40 ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลของ Caterpillar รุ่น C32 engines ถึงสองเครื่อง ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 17.5 นอตต่อชั่วโมง มีพิสัยในการเดินทางด้วยความเร็วปกติที่ 12 นอตต่อชั่วโมง สามารถแล่นไปได้ในระยะทางไกลถึง 2,400 ไมล์ทะเล เรือลำนี้ออกแบบและสร้างสำหรับให้ลูกค้ามหาเศรษฐี เช่าซื้อไว้เพืื่อการเดินทางท่องเที่ยวในมหาสมุทร โดยคิดราคาค่าเช่าต่อเดือนที่ 1.8 ล้านยูโร/30วัน

 

 

Maltese Falcon
ที่สุดของเรือยอชต์ประเภทเรือใบสามเสา ต้องยกให้กับเจ้า Maltese Falcon เรือใบสามเสาขนาดยักษ์สุดไฮเทค ติดเครื่องยนต์ความยาว 289 ฟุต เรือ Maltese Falcon เป็นซูเปอร์ยอชต์แบบมีใบเรือ ทำจากวัสดุสังเคราะน้ำหนักเบาชนิดพิเศษ ขนาดความยาวของตัวเรือ 289 ฟุต สร้างโดย Perini Navi ในปี ค.ศ. 2006 สามารถขับเคลื่อนได้ทั้งแบบกางใบเรือ เพื่อนำพลังงานลมมาขับเคลื่อน และแบบใช้เครื่องยนต์ ระบบควบคุมทั้งลำด้วยคอมพิวเตอร์ สามารถแล่นข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้ภายในเวลาเพียง 10 วัน เรือยอชต์สามเสาลำนี้ ได้รับการตกแต่งภายในอย่างหรูหรา สไตล์คอนเทมโพรารี่ โดย Ken Freivokh สถาปนิก นักออกแบบและตกแต่งระดับโลก

 

 

ภายในเคบิน ประกอบด้วย มาสเตอร์รูม หรือห้องนอนใหญ่ 1 ห้อง ห้องพักสำหรับแขก 5 ห้อง และห้องลูกเรืออีก 8 ห้อง ทุกห้องล้วนได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก และความบันเทิงต่างๆ อย่างครบครัน อาทิ ทีวีจอพลาสมาขนาด 42 และ 50 นิ้ว ที่สามารถรับชมรายการต่างๆผ่านทางระบบดาวเทียม เครื่องเล่น DVD และเครื่องเสียงชั้นเยี่ยมจาก Bang & Olufsen ทำให้มันขึ้นทำเนียบของ เรือยอชต์สุดหรูลำใหญ่ที่สุดในโลก ออกแบบดีที่สุดในโลก และมีราคาแพงที่สุดในโลก

เรือ Maltese Falcon ถูกนำมาประกาศขายเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2007 ในราคา 5,400 ล้านบาท แต่เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำต่อเนื่องจากปี 2008-2009 จึงยังขายไม่ได้ หลังจากนั้นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมของปีที่ผ่านมา เรือลำหรูแสนแพงนี้ได้ถูกนำมาประกาศขายอีกครั้งทางเว็บไซต์เจมส์ลิสต์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการจำหน่ายสินค้าหรูหราสำหรับบรรดาเศรษฐี โดยเสนอราคาลดลงอยู่ที่ 4,600 ล้านบาท แต่ก็ยังขายไม่ได้ ต่อมาทางบริษัทผู้ผลิตเรือ Maltese Falcon ก็ลดราคาลงอีกครั้ง ซึ่งเป็นการลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ครั้งสุดท้าย เหลือเพียง 3,400 ล้านบาท (70 ล้านยูโร) ก่อนที่จะถูกซื้อไปเมื่อต้นเดือนมกราคม 2010

 

 

Wally Power 118
เรือสำราญของเหล่าคนมีอันจะเหลือกินของบริษัทเรือยอชต์ในโมนาโค ฝรั่งเศส ที่มีการออกแบบแปลกประหลาด ด้วยการนำรูปทรงที่คล้ายกับเครื่องบินรบล่องหน หรือ Stealth Design มาใช้ เรือ Wally Power 118 เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมทั่วทั้งลำ ทำให้มันมีพื้นที่ในการสะท้อนเรดาร์ตรวจจับน้อยลงกว่าลำตัวของเรือยอชต์แบบปกติ (ไม่ทราบว่าจะทำไปเพื่ออะไร) ด้วยการออกแบบตัวเรือในลักษณะดังกล่าว ทำให้เรือ Wally Power 118 ได้รับรางวัลการออกแบบ Millennium Yacht Design Award และผ่านการทดสอบการแล่นด้วยความเร็วสูงบนผิวน้ำ ในสถาบันการทดสอบของมหาวิทยาลัยแห่ง Goteborg ประเทศ Sweden ระบบควบคุมภายในตัวเรือทั้งหมด ก็ผ่านการทดสอบอย่างหนักจาก Ferrari facility ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเมือง Maranello ประเทศ Italy ความยาวทั้งลำเรือ ตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้ายยาวถึง 118 ฟุต เครื่องยนต์ gas turbines generator ที่ใช้งานในอากาศยาน จำนวนสามเครื่อง ให้แรงขับประมาณ 17,000 แรงม้า ในระบบ driving water jets ซึ่งถือได้ว่าเป็นอภิมหาเรือยอชต์ที่มีกำลังและมีความเร็วสูงติดอันดับโลก

 

 

แรงม้าที่มากมายมหาศาล ใช้ในการขับเคลื่อนลำเรือของ Wally Power 118 ที่มีน้ำหนักถึง 95 ตัน ให้สามารถวิ่งไปบนผิวน้ำด้วยความเร็วกว่า 75 ไมล์ต่อชั่วโมง ทำให้มันกลายสภาพมาเป็นเครื่องจักรบนผิวน้ำ ที่มีความเร็วมากกว่าเรือเร็วโจมตีของกองทัพเรือทั่วโลก บนตัวเลขกว่า 70 นอตต่อชั่วโมง ทำให้มันขึ้นถึงจุดสูงสุดของความเร็วในประเภทเรือยอชต์ ที่เรือใหญ่ขนาดนี้จะสามารถทำได้ ภายในเคบินตกแต่งอย่างหรูหราด้วยสไตล์สีโทนดำขาว บวกงานไม้สีโทนอ่อนชั้นดี หนังแท้เกรดสูง และอะลูมิเนียม ห้่องส่วนกลางของลำเรือ เป็นห้องรับแขกและห้องนั่งเล่น ที่ใช้กระจกกันแดดสีเข้ม เป็นหลังคาแบบ Panorama ที่ผู้โดยสารไปกับเรือลำนี้ สามารถเพิ่มมุมมองภายนอกได้ 360 องศารอบตัว ส่วนสะพานเดินเรือหรือห้องบังคับการ จะอยู่ตรงกึ่งกลางของตัวเรือ เพื่อความเสถียรยามแล่นด้วยความเร็ว ระบบเดินเรือที่ทันสมัย พร้อมพรั่งไปด้วยเรดาร์ทั้งบนผิวน้ำและใต้น้ำ ระบบสื่อสารทางไกลด้วยดาวเทียม ระบบนำร่องแบบดิจิตอล ห้องนอนขนาดใหญ่ก็ยังใช้กระจกเป็นวัสดุที่ใช้ประกอบกันขึ้น เป็นทั้งผนังและเพดานติดตั้งระบบปรับอากาศทั่วทั้งลำ ในราคาประมาณ 17.7 ล้านยูโร

 

 

 

Couach Yachts 3700 Fly
ซุปเปอร์ยอชต์ขนาดกลาง ความยาว 120.73 ฟุต จากบริษัท Couach Yachts เป็นพาหนะสุดหรูที่ใช้โทนสีดำรอบลำเรือ และใช้โทนสีขาวในส่วนของเคบินทั้งหมด ทั่วทั้งลำติดตั้งระบบควบคุม Home Automation Management ที่ใช้งานแบบภายในบ้านพักอาศัย ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมระบบไฟส่องสว่าง และเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่น TV-DVD ผ่านการสั่งงานด้วยเสียง หรือสวิตช์แบบ On-Board Technology ระบบเครื่องเสียงและลำโพงรอบลำเรือ ภายในเคบินติดตั้งระบบปรับอากาศ แบบแยกส่วน มีห้องนอนถึง 4 ห้อง ประกอบไปด้วยห้องนอนใหญ่ 2 ห้อง และห้องนอนขนาดเล็กอีก 2 ห้อง การบังคับควบคุมแบ่งออกเป็นสองตำแหน่ง สามารถขับได้ทั้งบนดาดฟ้า ด้านท้าย และในเคบิน ด้วยระบบคอลโทรลที่ทันสมัย มีทั้งระบบนำร่องด้วยดาวเทียม ระบบสื่อสารทางไกล เรดาร์และโซน่า พร้อมจอแสดงผล LED Couach Yachts 3700 Fly มีต้นกำลังเป็นเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบดีเซล 2 เครื่อง ให้กำลังรวมกันกว่า 5,400 แรงม้า พร้อมด้วยเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่ทำงานแยกกันขนาด 60 แรงม้า อีก 1 เครื่อง สามารถแล่นในขณะที่มีระวางการบรรทุกสูงสุดได้ถึง 30 นอต ต่อชั่วโมง ในการใช้ความเร็วเดินทางแบบปกติที่ 12 นอตต่อชั่วโมง เรือ Couach Yachts 3700 Fly มีพิสัยในการใช้งานได้ระยะทางไกลกว่า 1,900 ไมล์ทะเล สามารถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง 22,000 ลิตร น้ำจืดอีก 3,000 ลิตร ในราคาประมาณ 12.8 ล้านเหรียญยูเอส.

Arcom Roumsuwan
E-Mail
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

หน้า 22

วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ผู้กุมชะตาโลก 2011

หลากแอ๊กชั่น"ผู้นำ" ประมวลภาพช่วงเวลาสำคัญของเหล่า"บุรุษสตรี"ผู้กุมชะตาโลก 2011


นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐทักทายกับนางออง ซาน ซูจี ระหว่างการเยือนพม่าครั้งแรกในรอบ 56 ปีของสหรัฐ
-2 ธ.ค.



ภาพมูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบียกับกลุ่มผู้สนับสนุนในกรุงตริโปลี ก่อนที่นายกัดดาฟีจะถูกโค่นลงจากอำนาจและถูกปลิดชีพในเวลาต่อมา



บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ขณะจับคู่เล่นปิงปองแข่งกับนักเรียนสถาบันโกลบ ในกรุงลอนดอน ระหว่างการเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการของนายโอบามา ผลการแข่งขันลงเอยด้วยการที่ผู้นำทั้งสองพ่ายเด็กนักเรียน
-14 พ.ค.



ลีลาผู้นำสหรัฐ

ช่วยกันตบ


นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชูนิ้วให้ผู้สนับสนุนที่มาให้กำลังใจ ก่อนที่การเลือกตั้งจะจบลงด้วยชัยชนะของนางสาวยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย -1 ก.ค.

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่ามกลางการแสดงความยินดีของบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ


สีหน้าของนายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี หลังพ่ายเสียงข้างมากในสภาเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา สืบเนื่องมาจากคะแนนนิยมที่ตกต่ำลงเรื่อยจากทั้งคดีอื้อฉาวทางเพศและภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจของประเทศ จนในที่สุด นายแบร์ลุสโคนีต้องประกาศลาออกจากตำแหน่ง




นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และนายโจ ไบเดน รองประธานาธิบดี พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงนั่งชมปฏิบัติการสังหารบิน ลาเดน ภายในห้องบัญชาการในทำเนียบขาว
-1พ.ค.


ภาพอดีตผู้นำเกาหลีเหนือ นายคิม จองอิล ขณะชมการสวนสนามของทหารในการเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปีการก่อตั้งพรรคกรรมกร เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว ก่อนที่นายคิม จองอิลจะถึงแก่อสัญกรรมไปเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยวัย 69 ปี


นายคิม จอง อิล และนายคิม จองอึน บุตรชายคนเล็ก ทายาททางการเมืองของอดีตผู้นำเกาหลีเหนือ

ภาพคู่ที่ถ่ายไว้เมื่อปี 2009 ของอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน แห่งสหรัฐ และนายคิม จองอิล ผู้นำเกาหลีเหนือ ณ กรุงเปียงยาง

หน้า 23

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คู่มือเที่ยวอุทยานฯ"

ขาล่อง ชอบขึ้นเขา สัมผัสภู หนาวบนดอย ศึกษาไว้! "คู่มือเที่ยวอุทยานฯ" ช่วงเทศกาลหยุดยาว

น้องน้ำผ่านไป พี่หนาวย่างกรายเข้ามาแทนที่ ใครอยากเที่ยวอยากพักผ่อนช่วงหน้าหนาว ปีนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เชิญชวนคนไทยที่เคยทุกข์ใจกับเรื่องน้ำท่วม หลังล้างบ้านและจัดการปัญหาเสร็จแล้ว หาโอกาสไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติ เพื่อพักผ่อนกายและใจ ตักตวงความสุขเอาไว้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตในภายภาคหน้าเผื่อว่าน้ำมันจะท่วมอีก (ฮา)
นายดำรงค์ พิเดช

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พักรบจากเรื่องจัดการกับผู้ลักลอบตัดไม้พะยูงชั่วคราว มาพูดถึงเรื่องแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติที่น่าสนใจในช่วงฤดูหนาว ว่ากันว่าปีนี้คนสนใจกันมาก หลายพื้นที่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์บ้านพักถูกจองกันยาวไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าโน่น

ถึงบ้านพักจะถูกจองจนเต็ม แต่ยังมีที่สำหรับกางเต็นท์อยู่ ใครที่สนใจการท่องเที่ยวแบบย่อมเยาแต่คุณภาพคับแก้วโทรศัพท์สอบถามได้ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2562-0760

สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นชื่อว่าควรจะเดินทางไปเที่ยวชมศึกษา และสัมผัสมากที่สุดในช่วงหน้าหนาวปีนี้ ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ ที่นี่มีจุดชมทิวทัศน์ดอยกิ่วลม เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามมากที่สุดและมีชื่อเสียงมากในด้านการท่องเที่ยวที่จะชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่


อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ ยอดดอยปุย สูง 1,658 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นจุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติดอย สุเทพ-ปุย มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี บนยอดดอยปกคลุมด้วยป่าสนเขาผืนใหญ่ และเป็นถิ่นอาศัยของนกมากกว่า 300 ชนิด และตามเส้นทางดอยปุย-บ้านขุนช่างเคี่ยน สามารถชมดอกพญาเสือโคร่งที่ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมของทุกปี


อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน อยู่ตรงกิโลเมตรที่ 42 ของถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

เส้นทางนี้จะผ่านสภาพธรรมชาติที่แตกต่างกัน 2 ลักษณะ คือ ป่าดิบเขากับทุ่งหญ้าบนสันเขา ทุ่งหญ้าบริเวณนี้เคยเป็นป่าดิบเขามาก่อน แต่ได้ถูกบุกรุกทำลายไปจนมีสภาพดังเช่นปัจจุบัน

อุทยานแห่งชาติภูซาง จ.พะเยา น้ำตกภูซาง เป็นน้ำตกที่มีน้ำอุ่นเพียงแห่งเดียวที่พบในประเทศไทย อุณหภูมิสูงถึง 35-36 องศาเซลเซียส น้ำตกตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยผาหม่น ใต้น้ำตกเป็นแอ่งน้ำสีเขียวมรกต จึงเหมาะสำหรับการลงแช่น้ำให้อบอุ่น สบายตัว

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก มีทุ่งโนนสน เป็นทุ่งหญ้าสลับกับป่าสนเขา ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ตามบริเวณลานหินจะเต็มไปด้วยดอกไม้เล็กๆ รวมทั้งกล้วยไม้ดินนานาชนิด เป็นทุ่งดอกไม้ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก มีลานหินแตก มีรอยแตกเป็นแนวเป็นร่องเหมือนแผ่นดินแยก สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการโก่งตัวหรือเคลื่อนตัวของผิวโลกจึงทำให้พื้นหินนั้นแตกเป็นแนว

นอกจากนี้ บริเวณหินแตกยังปกคลุมไปด้วยมอส ไลเคนส์ ตะไคร่ เฟิร์น และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ.ลำปาง ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ จะงดงามด้วยดอกเสี้ยวหรือเสี้ยวดอกขาว ที่บานประดับผืนป่า สามารถขับรถชมดอกเสี้ยวบานได้ตลอดเส้นทางแจ้ซ้อน- ป่าเหมี้ยง เป็นระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร ช่องเย็น (กม.93) เป็นจุดสูงสุดของถนนคลอง ลาน-อุ้มผาง และเป็นจุดสุดท้ายที่ยานพาหนะ เข้าถึง มีความสูงประมาณ 1,340 เมตร จาก ระดับน้ำทะเล อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณนี้เป็นช่องเขาที่มีสายลมพัดผ่านตลอดเวลา

จึงถูกขนานนามว่า
"ช่องเย็น"!?

พบพันธุ์ไม้ที่ชอบความชุ่มชื้นบริเวณนี้ ได้แก่ กล้วยไม้ เฟิร์น มหัสดำ ช่องเย็นยังเป็นถิ่นอาศัยของนกหลากหลายชนิด

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ มีลานสนภูสอยดาว เต็มไปด้วยพรรณไม้ดอกนานา ชนิด เวลานี้เป็นช่วงที่กล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์ อินทนนท์ รวมถึงใบเมเปิลแดงที่เปลี่ยนสีเพิ่มสีสันแก่ลานให้น่าสนใจมากขึ้น

สำหรับอุทยานแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่แนะนำคือ อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร มีกลุ่มหินประกอบด้วยหินรูปร่างลักษณะต่างๆ วางซ้อนกันอยู่อย่างวิจิตรพิสดาร บนลานหินกว้างและยาว หินบางก้อนมีรูปร่างคล้ายเครื่องบินไอพ่น รองเท้าบูต เก๋งจีน มงกุฎ

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ทุ่งดอกไม้ป่า บริเวณน้ำตกสร้อยสวรรค์ เป็นจุดท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจในธรรมชาติของพันธุ์ดอกไม้ป่าพันธุ์ต่างๆ ดอกไม้ป่าจะบานเต็มที่ ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ถึงปลายเดือนธันวาคม

อย่างไรก็ตาม
กรมอุทยานแห่งชาติฯได้แนะ นำอุทยานแห่งชาติที่ควรหลีกเลี่ยง ในช่วงฤดูท่องเที่ยวด้วย

โดยอุทยานแห่งชาติดังกล่าว มี 6 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ดอยอินทนนท์ ดอยสุเทพ-ปุย ดอยฟ้าห่มปก ห้วยน้ำดัง ภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติเหล่านี้ มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อสภาพทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องมาจากการท่องเที่ยว

แต่ก็ยังมีอุทยานแห่งชาติอีกมากมายที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน และมีกิจกรรมคล้ายกับอุทยานแห่งชาติ 6 แห่ง ดังกล่าวข้างต้น

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แนะนำให้เดินทางไป อุทยานแห่งชาติปางสีดา และ อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งอุทยานแห่งชาติปางสีดา มีหอดูสัตว์เหมือนที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ด้วย

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แนะนำ ให้ไป อุทยานแห่งชาติออบหลวง, อุทยาน แห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย แนะนำให้เดินทางไป อุทยานแห่งชาติศรีลานนา

อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก แนะนำให้เดินทางไป อุทยานแห่งชาติดอยหลวง, อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง แนะนำให้เดินทางไป อุทยานแห่งชาติผาแดง และ อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์

ส่วน อุทยานแห่งชาติภูกระดึง แนะนำให้เดินทางไป อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย อุทยานแห่งชาติตาดหมอก และ อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน

ทั้งหมดเป็นข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวเทศกาลคริสต์มาสต่อเนื่องปีใหม่!?!

ที่มาข้อมูลจาก หน้า 13,มติชนรายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2554

หน้า 24

วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Trend can do : ติ๊กต่อก ๆ นาฬิกาแผ่นเสียง

Pic_225241

มาใช้หัวคิดประดิษฐ์ของใช้เองกันกับ Trend can do ในสัปดาห์นี้ ยังวนเวียนกับแผ่นเสียงที่ใช้การไม่ได้แล้ว ใครที่มีสะสมเก็บอยู่จนรกบ้าน ลองมาดูไอเดียนี้ดู เพราะคุณจะได้ของเท่ๆ ไว้ใช้ แทนที่จะทิ้งแผ่นเสียงพวกนี้ไปเปล่าประโยชน์

อุปกรณ์

• แผ่นเสียง
• ชุดนาฬิกาพร้อมเข็มสั้น-ยาว ราคา 50-80 บาท
• ลวด
• สว่านไฟฟ้า และดอกสว่านขนาด 8 มิลลิเมตร

ขั้นตอนการทำ

 

1.เจาะรูตรงกลางแผ่นเสียง โดยใช้แผ่นไม้ 2 แผ่นประกบแผ่นเสียง แผ่นไม้ด้านล่างรองเป็นฐาน ส่วนแผ่นไม้อีกแผ่นเจาะรูเล็กๆ ไว้ก่อน (เพื่อเป็นรูนำ) วางทับด้านบนแล้วจึงเจาะรูที่แผ่นเสียง วิธีนี้เป็นการป้องกันไม่ให้แผ่นเสียงแตกหัก

 

2.นำลวดมาขดเป็นตัวแขวนไว้ที่ฐานด้านหลังกล่องนาฬิกา

 

3.นำชุดนาฬิกาพร้อมเข็มติดตั้งเข้าที่รูแผ่นเสียงที่เจาะไว้ เป็นอันเสร็จ


ขอขอบคุณ my home ฉบับเดือนพฤศจิกายน
คอลัมน์ my handy
www.myhome.com

หน้า 25

วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กำเนิด "ตินติน" อมตะการ์ตูนผจญภัย

Pic_224234

แม้ว่า “จอร์จ เรมี” เจ้าของนามปากกา “แอร์เช” ผู้สร้างการ์ตูนอมตะ “ตินติน” จะไม่เคยเอ่ยปากออกมาชัดๆ แต่เหล่าผู้คลั่งไคล้ตินตินจำนวนไม่น้อยเลย ก็เชื่อกันว่าจอร์จ เรมี ได้แรงบันดาลใจ

ในการสร้างสรรค์นักข่าวหนุ่มผู้เดินทางไปรอบโลกมาจากชีวิตจริงของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง คือ “ปาลเล ฮัลด์” (Palle Huld)

แต่ก่อนที่เราจะไปรู้จักปาลเล ฮัลด์ กัน ไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน คงต้องขออนุญาตพาท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ “ตินติน” กันอีกครั้งเสียก่อน

ตินตินในภาพยนตร์ 3 มิติ.

ตินตินในภาพยนตร์ 3 มิติ.

 


ตินตินเป็นตัวละครเอกในการ์ตูนชุด “การผจญภัยของตินติน” และอันที่จริงแล้ว ตินติน (Tintin) มาจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งต้องออกเสียงเป็น “แตงแตง” แต่คนไทยเคยชินกับการออกเสียงตามแบบภาษาอังกฤษว่า ตินตินมากกว่า เพราะฉะนั้น ก็ขอใช้ตินตินตามความเคยชินนะคะ

ตามท้องเรื่องจากจินตนาการของจอร์จ เรมี นั้น ตินตินเป็นนักข่าวหนุ่มที่มักจะเดินทางไปตามสืบเรื่องโน้นเรื่องนี้ทั่วโลก พร้อมกับเจ้าหมาน้อยสีขาวคู่ใจ ชื่อ “สโนวี่” และบรรดาผองเพื่อน ที่ทั้งหมดต่างก็กลายเป็นอมตะบนหน้าหนังสือการ์ตูนยอดฮิต ซึ่งหลังจากเปิดตัวมาพบ

กับผู้อ่านทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ในเบลเยียมบ้านเกิดของจอร์จ เรมี แล้ว การ์ตูนชุดตินตินก็ดังระเบิดจนถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาต่างๆทั่วโลกกว่า 50 ภาษา และมียอดขายแล้วมากกว่า 200 ล้านเล่ม

จอร์จ เรมี เขียนเรื่องราวการเดินทางรอบโลกของตินตินเอาไว้ 24 ตอน ก่อนจะเสียชีวิต และแม้จะมีผู้พยายามทำเลียนแบบ แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่า ตินตินของแท้มีเพียง 24 เรื่อง กับการเดินทางอันแสนสนุก 24 ครั้ง จากปลายปากกาของต้นตำรับ

ปาลเล ฮัลด์ ในวัยชรากับหนังสือผลงานของเขา.

ปาลเล ฮัลด์ ในวัยชรากับหนังสือผลงานของเขา.

จอร์จ เรมี ผู้ให้กำเนิดตินติน.

จอร์จ เรมี ผู้ให้กำเนิดตินติน.


ส่วนที่ว่าผู้สร้างตินตินขึ้น ได้แรงบันดาลใจมาจากปาลเล ฮัลด์ จริงหรือเปล่า คงต้องมาตามดูชีวิตของฮัลด์กันต่อล่ะค่ะ

ฮัลด์เป็นดาราภาพยนตร์ผู้มีชื่อเสียงชาวเดนมาร์ก เขาเพิ่งจะเสียชีวิตเมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยวัยเฉียดร้อย แต่ก่อนที่จะโด่งดังในฐานะนักแสดงนั้น ฮัลด์เคยเป็นเด็กหนุ่มที่คนทั้งโลกจับตามองมาแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ.1928 ซึ่งในตอนนั้นหนังสือพิมพ์โพลิติเคน (Politiken) ของเดนมาร์ก ได้ประกาศจัดการแข่งขันครั้งใหญ่ เพื่อร่วมระลึกในวาระการครบรอบ 100 ปี ของจูลส์ เวิร์น นักเขียนชื่อดังชาวฝรั่งเศส ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งนิยายวิทยาศาสตร์ ผู้เขียนหนังสือที่คนทั้งโลกรู้จักกันดี คือ “80 วันรอบโลก” หรือ Around the World in Eigthy Days

โพลิติเคนอยากเลียนแบบการเดินทางใน 80 วันรอบโลก จึงออกประกาศว่า จะคัดเลือกเด็กวัยรุ่นชายเพียงคนเดียวให้มาเดินทางรอบโลกให้ได้ภายใน 46 วัน โดยจะใช้พาหนะอะไรก็ได้ ยกเว้นเครื่องบิน และจากผู้สมัครจำนวนมากมาย โพลิติเคนก็ตัดสินใจเลือกฮัลด์ ซึ่งในตอนนั้นเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุ 15 ปี ที่ไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว แต่ออกมาทำงานเป็นเสมียนในร้านขายรถยนต์

ด้วยทักษะติดตัวจากการเป็นลูกเสือเก่า ฮัลด์ผู้มีจิตใจแห่งการผจญภัยรับคำท้าและออกเดินทางจากบ้านเกิดในเดนมาร์กไปตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.1928 โดยเลือกใช้พาหนะทั้งรถไฟ เรือ รถยนต์ ในการเดินทางไปยังหลายประเทศ เช่น อังกฤษ สกอตแลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น โซเวียต โปแลนด์ เยอรมนี ฯลฯ โดยมีสื่อมวลชนติดตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด ก่อนจะวกกลับมาถึงเดนมาร์กอีกครั้ง ใช้เวลาเพียง 44 วัน

ตอนกลับถึงบ้าน ฮัลด์ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ จากเด็กหนุ่มกลายเป็นวีรบุรุษ และใช้ประสบการณ์เขียนเป็นหนังสือชื่อ “ลูกเสือตัวคนเดียวเที่ยวรอบโลก” หรือ A Boy Scout Around The World ซึ่งต่อมาได้รับการตีพิมพ์ในหลายภาษา เรียกว่าดังตั้งแต่เด็ก

ตินตินที่ใช้หุ่นถ่ายแบบ Stop Motion.

ตินตินที่ใช้หุ่นถ่ายแบบ Stop Motion.

ภาพยนตร์ตินตินที่ใช้คนแสดงเป็นครั้งแรก (ปี 1961)

ภาพยนตร์ตินตินที่ใช้คนแสดงเป็นครั้งแรก (ปี 1961)


หลังจากฮัลด์ เด็กชายวัยรุ่น ผมแดง จมูกเชิด จากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ได้กลายเป็นนักผจญภัยที่น่าจับตามองได้ไม่นานนัก ในปีต่อมา คือเดือนมกราคม ค.ศ.1929 จอร์จ เรมี นักเขียนการ์ตูนชาวเบลเยียม ก็ได้สร้างสรรค์การ์ตูนชุด “ตินติน” ขึ้นเป็นครั้งแรก ด้วยเรื่อง “ตินตินในแผ่นดินโซเวียต” หรือ Tintin in the Land of the Soviets และนับจากนั้น ตินตินก็กลายเป็นการ์ตูนอมตะระดับโลก ที่มีผู้อ่านชื่นชอบจำนวนมากจนถึงปัจจุบัน ด้วยบุคลิกลักษณะที่คล้ายกับปาลเล ฮัลด์ ในรุ่นหนุ่ม โดยเฉพาะลักษณะเด่นอันเป็นเอกลักษณ์คือ ผมสีแดงจ้า

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนจำนวนมากที่เชื่อว่าปาลเล ฮัลด์ คือตัวจริงของตินติน แต่จอร์จ เรมี ก็ไม่เคยยอมรับ ในขณะที่ปาลเล ฮัลด์ มั่นอกมั่นใจว่าเขานี่แหละเป็นต้นฉบับของตินตินแน่นอน

เพราะมีความเหมือนกันทั้งในเชิงกายภาพ และเรื่องของการเดินทางผจญภัยไปทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวพันกันอีก แม้จะเป็นโดยบังเอิญก็คือ ปาลเล ฮัลด์ โด่งดังขึ้นมาได้จากการเดินทางรอบโลกตามตัวเอกในหนังสือเรื่อง 80 วันรอบโลก ของจูลส์ เวิร์น ซึ่งหนังสือของจูลส์ เวิร์น ที่โด่งดังนั้น ไม่ได้มีเพียงเรื่อง 80 วันรอบโลกเท่านั้น แต่ยังมีอีกมากมายหลายเรื่องที่คนไทยรู้จักกันดี เช่น ใต้ทะเล 20,000 โยชน์ (Twenty Thousand Leagues Under the Sea) หรือเรื่องที่สร้างความฮือฮาในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19 อย่าง จากโลกสู่ดวงจันทร์ (From the Earth to the Moon) ซึ่งแสดงให้เห็นจินตนาการอันกว้างไกลในการสร้างให้ตัวละครได้เดิน ทางข้ามอวกาศไปถึงดาวบริวาร ทั้งๆที่ในยุคนั้นยังไม่มีแนวคิดเรื่องโครงการอวกาศเกิดขึ้น

จูลส์ เวิร์น พาผู้อ่านเพลิดเพลินไปกับการเดินทางสู่ดวงจันทร์ในปี ค.ศ.1865 และไม่ช้าไม่นานต่อมาจอร์จ เรมี ก็เอาอย่างบ้าง เขาเขียนให้ตินตินได้เป็นนักข่าวคนแรกของโลก ที่มีโอกาสได้ไปเยือนดวงจันทร์ ในปี ค.ศ.1950 ในเรื่องชุด “จุดหมายจันทรา” (Destination Moon) ก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะส่งนักบินอวกาศขึ้นไปถึงดวงจันทร์ได้จริงๆ ในปี ค.ศ.1969

เรียกว่า จูลส์ เวิร์น และจอร์จ เรมี ฝันไกลไปก่อนหน้าแล้วตั้งเยอะ และนี่เองที่เป็นเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างจูลส์ เวิร์น นักเขียนแนวผจญภัย

ตินตินไปดวงจันทร์

ตินตินไปดวงจันทร์

ตินตินเล่มแรก.

ตินตินเล่มแรก.


ผู้มีจินตนาการลึกล้ำ กับจอร์จ เรมี นักเขียนการ์ตูนผู้สร้างตัวละครให้มีจิตใจกล้าหาญ และเดินทางไปได้ทุกแห่งทั้งบนโลกและนอกโลก ในขณะที่ปาลเล ฮัลด์ ผู้พยายามเลียนแบบตัวละครของจูลส์ เวิร์น ก็เคยเป็นเด็กหนุ่มผู้รักการผจญภัยและการเดินทาง จึงไม่แปลกอะไร หากจะมีคนมากมายเชื่อว่าปาลเล ฮัลด์ คือตินตินตัวจริง

สำหรับฮัลด์ หลังจากกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงจากการผจญภัยครั้งสำคัญ ในเวลาต่อมาก็กลายเป็นนักแสดงที่เล่นทั้งละครและภาพยนตร์มากมายหลายสิบเรื่อง แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่า ฮัลด์ไม่เคยได้รับบทเป็นตินตินเลยสักหน

อันที่จริง หลังจากที่การ์ตูนชุดตินตินโด่งดังไปทั่วโลก ก็ได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นความบันเทิงในรูปแบบอื่นๆมากมาย เช่น ละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์ เช่น The Crab with the Golden Claws ที่ออกฉายในปี ค.ศ.1947 นั้น เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของตินติน ซึ่งไม่มีตัวแสดง เพราะเป็นการถ่ายโดยใช้หุ่นด้วยเทคนิค Stop Motion หรือการถ่ายภาพนิ่งไปทีละฉากๆแล้วนำมาประกอบกันเป็นภาพยนตร์ และหลังจากนั้นก็ยังมี Tintin and the Golden Fleece ในปี ค.ศ.1961 และ Tintin and the Blue Oranges ในปี ค.ศ.1964 ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ มีดาราชาวเบลเยียมคือ Jean- Pierre Talbot รับบทเป็นตินติน ถือเป็นตินตินที่เกิด

จากผู้แสดงที่เป็นคนจริงๆ เป็นครั้งแรก แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีตินตินที่โลดแล่นในภาพยนตร์อีก

จนกระทั่ง 2 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฮอลลีวูด คือ สตีเวน สปีลเบิร์ก และปีเตอร์ แจ็กสัน ประกาศความร่วมมือกันในการสร้างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ว่าด้วยการผจญภัยของตินติน ก็ทำให้แฟนๆตินตินที่มีอยู่ทั่วโลกต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอย จนออกมาเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Adventures of Tintin ที่ไม่เพียงแต่เราจะได้เห็นนักแสดงมาสวมบทเป็นตินตินเท่านั้น แต่ยังออกมาในรูปแบบภาพยนตร์ 3 มิติด้วย เรียกว่าทำทั้งที สตีเวน สปีลเบิร์ก และปีเตอร์ แจ็กสัน ไม่ยอมให้เป็นเรื่องเล็กๆอยู่แล้ว

ในคราวนี้ ดาราหนุ่มเจมมี เบลล์ ได้รับเลือกให้มารับบทเป็นตินติน ซึ่งก็ต้องบอกว่า พอแต่งหน้าทำผมขึ้นมา ก็เหมือนตินตินกระโดดออกมาจากการ์ตูนของจอร์จ เรมี เลยจริงๆ เมื่อบวกเข้ากับเทคโนโลยีในการถ่ายทำ ที่ใช้เทคโนโลยี “โมชั่น-แคปเจอร์” คือการใช้นักแสดงที่มีชีวิตจริงมาร่วมกับเทคนิคคอมพิวเตอร์ซ้อนภาพแล้ว

ก็ทำให้การ์ตูนและนักแสดงผสมผสานกลมกลืนกัน ยิ่งมีเทคโนโลยี 3 มิติเข้ามาด้วย ก็น่าจะทำให้แฟนๆถูกใจได้ ตามที่สปีลเบิร์กบอกว่า ต้องการให้เกียรติตัวละครอันมีเอกลักษณ์ของจอร์จ เรมี

ลูกเสือปาลเล ฮัลด์ ท่ามกลางผู้มาชื่นชม.

ลูกเสือปาลเล ฮัลด์ ท่ามกลางผู้มาชื่นชม.


อันที่จริง ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกประกาศว่าจะสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 ก่อนหน้าการฉลองวันเกิดครบ 100 ปีของจอร์จ เรมี ได้ 1 สัปดาห์ แต่การสร้างที่ใช้เทคโนโลยีมากมาย ก็ทำให้งานล่าช้า กว่าจะได้ออกมาฉายในปลายปีนี้ ซึ่งหากจอร์จ เรมี ยังมีชีวิตอยู่ ก็จะปาเข้าไป 104 ปีแล้ว แต่จอร์จ เรมี ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นตัวละครสุดรักของตัวเองบนแผ่นฟิล์มในโลกยุคใหม่ เพราะเขาเสียชีวิตตั้งแต่ ค.ศ.1983 หรือ 28 ปีมาแล้ว

จอร์จ เรมี จึงไม่เคยได้ดูภาพยนตร์ 3 มิติ แต่ก็คงจะดีใจหากได้รู้ว่าการผจญภัยของตินตินยังคงความล้ำสมัยอยู่เสมอ สมกับจินตนาการอันไม่จำกัดของเขา

และแม้จะผ่านมานานเกือบศตวรรษ แต่ความเป็นตัวตนของ “ตินติน” จะยังอยู่ตลอดไปแน่นอน.

ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน

หน้า 26

วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ตายแล้วไม่ต้องทำการบ้าน

10 วลีฮิตของจีน 2011 "ตายแล้วไม่ต้องทำการบ้าน", "เอาอยู่" และเรื่องสตีฟ จ็อบส์ ติดอันดับ!

นับวันประเทศจีน ยิ่งเป็นประเทศที่น่าติดตามขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความใหญ่ของประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจและประชากร


เพราะฉะนั้น รู้จักประเทศนี้ไว้ก็ไม่เสียหลาย โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ที่กระแสไหลตามน้ำเร็วไม่แพ้ชาติใดในโลก


โลกออนไลน์ในประเทศนี้ เว็บไซต์ที่โลกแรงที่สุดในแดนอาตี๋อาหมวย ก็คือเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า baidu.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ชื่อดังคล้ายกับ พันทิป, กระปุก หรือ สนุก ในบ้านเรา ซึ่งเป็นเว็บที่ทำให้ดาราได้แจ้งเกิดด้วย อย่างเช่น ป้อง-ณวัฒน์, มาริโอ เมาเร่อ, พิช วงออกัส, บี้ เดอะสตาร์ และอีกมากมาย


ท้ายปีทั้งที เว็บไซต์นี้ได้จัดอันดับ 10 วลีสุดฮิตที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเน็ตชาวจีน พร้อมกับที่มาของคำที่มีเบื้องหลังที่น่าสนใจ ซึ่งเกี่ยวพันกับทั้งเรื่องอื้อฉาวในจีนอย่างเรื่องรถไฟความเร็วสูงชนกัน ไปจนถึงเรื่องระดับโลกอย่างเรื่องการจากไปของสตีฟ จ็อบส์

จะมีคำว่าอะไร จากเรื่องใดกันบ้าง ลองมาดูกัน



ทนพิษบาดแผลไม่ไหว

1.伤不起 shāng bù qǐ (ซางปุ้ฉี่)

ความหมายตามตัวของมันคือ ได้รับบาดเจ็บจนทนพิษบาดแผลไม่ไหว ต่อมาคำนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาใช้ในความหมายของการทนไม่ไหว, รับไม่ได้ ซึ่งเป็นวลีที่ใช้กันในหมู่นักท่องเน็ตชาวจีนมากที่สุด และมักจะใช้วลีนี้บรรยายสภาพอันเกินทานทนเกี่ยวกับการลงทุน, การออกเดท และชีวิตการแต่งงาน รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ

เอาอยู่

2.Hold 住hold zhù (โฮลด์จู้)

มีคำฮิตติดปากในหมู่คนจีนช่วงเวลานี้คือคำว่า “hold住” (โฮลด์จู้) หมายถึงสามารถควบคุมสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าได้ มีความมั่นใจ ควบคุมสถานการณ์ได้ รับมืออย่างใจเย็น หรือเรียกง่ายๆ ว่า "เอาอยู่" โดยที่มาของคำนี้มาจากรายการทีวีรายการหนึ่งในไต้หวันชื่อ 《大学生了没》 มีตัวละคนชื่อ Miss Lin (คาแร็คเตอร์คล้ายตุ๊ยตุ่ย หรือ ตุ๊กกี้บ้านเรา) ออกมาสอนว่า อะไรคือแฟชั่น โดยมีการพูดออกมาว่า “hold住” "เราต้อง hold住 ในทุกๆ สถานการณ์" เป็นต้น

3.吐槽tǔ cáo (ถู่เฉา)

เป็นคำฮิตที่ใช้กันในประเทศไต้หวัน ก่อนที่จะได้รับความนิยมในจีนแผ่นดินใหญ่ในเวลาต่อมา ความหมายคือการพูดจาเพื่อนสนิทมิตรสหายหรือคนรักให้ได้รับความอับอาย หรือเรียกเป็นภาษาไทยง่ายๆ ว่า “ฉีกหน้า” นั่นเอง

4.有木有yǒu mù yǒu (โหย่ว มู่ โหย่ว)

เป็นคำที่ล้อเสียงกับภาษาจีนคำว่า 有没有 (โหย่ว เหมย โหย่ว) แปลว่ามีไหม, มีหรือเปล่า


แอ๊บแบ๊ว

5.卖萌(mài méng) ม่ายเหมิง

ความหมายตามตัวคือ ขายความน่ารัก หมายถึงการทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ตัวเองน่ารัก คำที่ใกล้เคียงกับบ้านเราที่สุดก็คือ “แอ๊บแบ๊ว” ใช่ว่าไทยเราจะทำเป็นอย่างเดียว ชาวจีนเองเขาก็แอ๊บเบ๊วเป็นเหมือนกัน

ตายแล้วไม่ต้องทำการบ้าน

6.死了就不用写作业 (sǐle jiù bùyòng xiě zuòyè - สื่อเลอจิ้วปุ๋ย่งเสี่ยจั้วเย่)

แปลเป็นไทยว่า "ตายแล้วก็จะได้ไม่ต้องทำการบ้าน" เนื่องจากเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีเด็กนักเรียนหญิง 10 ขวบกลุ่มหนึ่งในเจียงซี ตัดสินใจโดดเรียนเพราะทำการบ้านไม่เสร็จ แม้ว่าทำการบ้านทั้งวันแล้วก็๋ยังไม่เสร็จ มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งผุดไอเดียว่าเรามาฆ่าตัวตายดีกว่า เพื่อนนักเรียนสามคนที่เห็นด้วยจึงปีนขึ้นบนหลังคาบ้าน จับมือและกระโดดตึกลงมาโดยพร้อมเพรียง...

โชคดีที่ทั้งสามคนรอดมาได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นวาระใหญ่โตที่ผู้ใหญ่ต้องกลับมาตระหนักถึงระบบการศึกษาในจีน "ตอนที่กระโดดลงมาหนูกล้วนะ แต่ถ้าต้องโดนครูทำโทษเพราะทำการบ้านไม่เสร็จหนูยอมตายดีกว่าค่ะ" นักเรียนคนหนึ่งพูด และกลายเป็นประโยคฮิตแห่งปีในหมู่คนจีนด้วยประการฉะนี้...

7.互粉hù fěn (ฮู่เฝิ่น)

คำนี้มาพร้อมกับกระแสความนิยมของการเล่น 微博 (weibo) หรือทวิตเตอร์ของคนจีนที่เล่นกันอย่างแพร่หลาย คำนี้หมายถึง การมีเพื่อนในทวิตเตอร์ร่วมกัน เป็นแฟนคลับติดตามซึ่งกันและกัน หรือความหมายภาษาอังกฤษก็คือ mutual fans นั่นเอง

ยังไงฉันก็เชื่ออยู่ดี

8.反正我信了fǎnzhèng wǒ xìnle (ฝ่านเจิ้ง หว่อ ซิ่นเลอ)

วลีนี้แปลว่า ยังไงฉันก็เชื่ออยู่ดี ที่มาเกิดจากอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงในประเทศจีนชนกัน มีผู้เสียชีวิต 35 คน บาดเจ็บ 192 คน โดยหวังหย่งผิง โฆษกของการทางรถไฟผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงกับอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้ตอบคำถามนักข่าวและทิ้งท้ายประโยคที่ว่า “คุณจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ ยังไงผมก็เชื่ออยู่ดี” จนกลายเป็นคำฮิตติดปากของชาวเน็ต


แต่งงานหอยทาก

9.蜗婚wō hūn (วัวฮุน)

คำนี้แปลตามตัวได้ว่าการแต่งงานหอยทาก ชาวเน็ตนำคำนี้มาใช้หมายถึง คู่แต่งงานที่หย่าร้างกันไปแล้วแต่ต้องอยู่กินด้วยกันเพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันอัตราการหย่าร้างในจีนมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ หญิงชายที่แต่งงานกันทันทีหลังเรียนจบ โดยมีพ่อแม่แต่ละฝ่ายเป็นคนออกเงินซื้อบ้านให้ ซึ่งเมื่อหย่าร้างกันไปแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องอยู่ด้วยกันเพราะเป็นบ้านที่ทั้งสองซื้อร่วมกัน ไม่ต่างอะไรกับทาก 2 ตัวที่ต้องอยู่ในหอยใบเดียวกันนั่นเอง

1,000 หยวนต่อ ตร.ม.

10.一潘yī pān (อี้พัน)

คำว่า 潘 (พัน) เป็นคำที่ชาวเน็ตคิดขึ้นมาใหม่หมายถึงหน่วย 1,000 หยวนต่อตารางเมตร ที่มาของคำนี้มาจากคนชื่อ潘石屹 (พันสืออี้) นักธุรกิจขอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีนและเป็นประธานกรรมการก่อตั้งบริษัท SOHO ในวันที่ 6 ตุลาซึ่งเป็นวันที่สตีฟ จ็อบส์เสียชีวิต เขาก็ถือโอกาสโพสต์ข้อความในบล็อกของเขาว่าให้บริษัทแอปเปิ้ลผลิตไอโฟนและไอพอดออกขายในราคาต่ำกว่า 1,000 หยวน (ประมาณ 5,000 บาท) เพื่อให้คนจีนมีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพิ่มมากขึ้นและถือเป็นการไว้อาลัยให้จ็อบส์ด้วย

เท่านั้นแหละสาวกแอปเปิ้ลที่ไม่เห็นด้วยต่างตอกกลับแพนเสียหงายเงิบด้วยการโพสต์ตอบว่า "งั้นถ้าคุณตาย บริษัทของคุณก็ควรขายบ้านตารางเมตรละพันหยวนด้วยนะ คนจีนจะได้จดจำคุณได้มากขึ้น" และนี่คือที่มาของหน่วยวัดบัญญัติใหม่คำนี้นั่นเอง

สำหรับใครที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องของภาษาและวัฒนธรรมจีนย่อยง่ายอ่านสนุก ก็เข้ามาติดตามกันได้ที่แฟนเพจของ "ภาษาจีนนอกเวลา” http://www.facebook.com/xiuxianhanyu กันได้เลย

หน้า 27

วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ซานตาคลอส มาแล้ว...

Pic_225672

ซานตาคลอสกับรายชื่อเด็กดี.

สุขสันต์วันคริสต์มาสค่ะ...เย้...ปีนี้ใครจะได้ของขวัญอะไรกันบ้างนะ แต่ก็อาจจะมีบางคนที่ยังคิดไม่ออก บอกไม่ถูกว่าอยากได้อะไรกันแน่ แฮ่ม...ไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียล โดยทีมงานต่วย’ตูนมีอะไรเด็ดๆ มานำเสนอค่ะ สำหรับน้องๆ ที่ยังมีความหวัง ความฝันอะไรอยู่ แล้วอยากจะบอกใครสักคน ลองหยิบกระดาษปากกามาเขียนเป็นจดหมาย ใส่ซอง จ่าหน้าไปถึง “มิสเตอร์ ซานตาคลอส” สิคะ ตามชื่อ-ที่อยู่ที่นี่เลย

SANTA CLAUS, THE ARCTIC CIRCLE, 96930, ROVANIEMI–FINLAND

มีเด็กมากมายทั่วโลกเขียนจดหมายถึงลุงซานต้า.

มีเด็กมากมายทั่วโลกเขียนจดหมายถึงลุงซานต้า.


นี่แหละค่ะที่อยู่ของ “คุณลุงซานต้า”

แหม...ไม่ได้ล้อเล่นหรอกนะคะ ในแต่ละปีมีเด็กๆ มากมายเกือบ 3 แสนคนทั่วโลกเขียนจดหมาย ไปหาซานตาคลอสที่ฟินแลนด์กันจริงๆ ค่ะ แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าจดหมายของน้องๆจะถูกละเลย เพราะว่าที่นั่น ที่ทำการของซานตาคลอสจะมีคนคอยเปิดอ่านจดหมายกันอย่างจริงๆจังๆ และพยายามตอบสนองความฝันของเด็กๆเท่าที่จะทำได้

คุณลุงซานต้าแห่งฟินแลนด์.

คุณลุงซานต้าแห่งฟินแลนด์.


และก็ไม่ได้มีแค่นี้นะคะ ยังมีที่อยู่ของซานตาคลอสอีกหลายแห่ง เช่น ในกรณีของเด็กๆในสหรัฐอเมริกา หากเขียนจดหมายจ่าหน้าซองส่งถึงซานตาคลอสที่อยู่ขั้วโลกเหนือ (North Pole) แค่นี้ก็จะ...จะ... จะไม่ถูกส่งออกไปถึงขั้วโลกจริงๆ หรอกค่ะ แต่ก็อย่าเสียใจไป เชื่อไหมว่า แต่ละปีมีเด็กๆ ชาวอเมริกันส่งจดหมายแบบนี้ประมาณ 2 ล้านฉบับ และแม้ว่าสำนักงานไปรษณีย์ของสหรัฐอเมริกาจะไม่นำส่งจดหมายไปที่ขั้วโลก เหนือ แต่พนักงาน ไปรษณีย์ของสำนักงานไปรษณีย์กลาง นครนิวยอร์ก ก็จะเป็นคนเปิดจดหมายทุกฉบับอ่านแทนคุณลุงซานต้า

ลุงซานต้าเดินทางมาบนเลื่อนที่ลากด้วยกวางเรนเดียร์.

ลุงซานต้าเดินทางมาบนเลื่อนที่ลากด้วยกวางเรนเดียร์.


เด็กๆมักจะขอของขวัญ บ้างก็ขอให้ตัวเอง บางคนขอให้คนที่รัก เช่น คุณพ่อ คุณแม่ และส่วนใหญ่เป็นเด็กยากจน ซึ่งพนักงานไปรษณีย์นิวยอร์กจะอ่านอย่างตั้งใจ แล้วคัดแยกจดหมายออกเป็นหมวดหมู่ตามที่มีการร้องขอ เพื่อส่งต่อจดหมายไปยังผู้ใจบุญ หรือองค์กรสาธารณกุศลต่างๆที่จะพิจารณาอีกครั้งว่าสามารถจะทำความฝันของเด็กคนไหนให้เป็นจริงได้บ้าง แม้ว่าจะมีเด็กเพียงไม่กี่แสนคนจากจดหมายหลายล้านฉบับที่ได้สมหวัง แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าการได้รับของขวัญก็คือ การมีจิตใจคริสต์มาส นั่นคือ การให้ การรับ การทำฝันให้เป็นจริง ความเมตตาการุณ และความปรารถนาดีที่มีต่อกันและกัน

ผลงานของโธมัส เนสต์ ในปี 1881 เป็นต้นแบบของซานต้าที่คุ้นเคยกันในปัจจุบัน.

ผลงานของโธมัส เนสต์ ในปี 1881 เป็นต้นแบบของซานต้าที่คุ้นเคยกันในปัจจุบัน.


ในทุกๆปีผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลกเฉลิมฉลองจิตใจแห่งคริสต์มาส คนจำนวนมากคิดว่าคริสต์มาสคือวัน ประสูติของพระเยซู ซึ่งก็คงต้องบอกว่า ผิดค่ะ อันที่จริงการประยุกต์ความเชื่อที่ว่า พระเยซูประสูติในวันที่ 25 ธันวาคมนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่เมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี้ แต่หัวใจแห่งการเฉลิมฉลองนั้นมีมาก่อนหน้านานแล้วเป็นพันๆปี เพราะการเฉลิมฉลองในช่วงเวลานี้ ซึ่งเป็นเวลาที่มีช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุด หรือการบูชาเทพแห่งดวงอาทิตย์ของชาวโรมันโบราณนั้น มีมาเนิ่นนานแล้ว และชาวคริสต์ได้ผนวกการเฉลิมฉลองนี้เข้ากับคริสต์ศาสนาในระยะหลัง

รวมๆแล้วคริสต์มาสคือ การเฉลิมฉลอง และอีกหัวใจสำคัญของคริสต์มาสที่หลายคนเรียกว่า “คุณพ่อคริสต์มาส” ก็คือ ซานตาคลอส ซึ่งเคยมีการทำการสำรวจความคิดเห็นในสหรัฐอเมริกาเมื่อไม่กี่ปีมานี้ พบว่า คนอเมริกันส่วนใหญ่เกินกว่า 80% “เคย” เชื่อว่าซานตาคลอสมีจริง โดยเฉพาะในวัยเด็ก ที่เกือบทุกคนเชื่อว่าคุณลุงซานต้ามีตัวจริงแน่ๆ เพราะมักจะได้ของขวัญจากซานตาคลอสกันทุกปี จนเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ถึงได้รู้ว่า คนที่แอบเอาของขวัญมาให้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคุณพ่อคุณแม่ต่างหาก ดังนั้น เมื่อโตขึ้น ความเชื่อเรื่องซานตาคลอสก็เลยพลอย
หายๆไป

นักบุญนิโคลัส.

นักบุญนิโคลัส.


แต่จริงหรือที่ว่า ซานตาคลอสไม่มีจริง

ไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียล โดยทีมงานต่วย’ตูนขอยืนยันว่า ซานตาคลอสมีจริงค่ะ

ซานตาคลอสที่เราคุ้นเคยคือคุณลุงพุงกลม ใส่เสื้อสีแดง หนวดเคราขาวโพลน ท่าทางใจดีมักจะถือถุงใบเบ้อเร่อมาด้วย เพื่อมอบของขวัญให้เด็กดี (ย้ำ...เด็กดีเท่านั้นนะคะที่ซานตาคลอสจะมาหา) ตามตำนานว่า คุณลุงจะลงมาทางปล่องไฟเพื่อแอบวางของขวัญไว้

คุณลุงซานต้าแห่งฟินแลนด์.

คุณลุงซานต้าแห่งฟินแลนด์.


ส่วนตำนานเก่าแก่ที่ย้อนไปไกลคือ ราวๆคริสต์ศตวรรษที่ 3-4 เป็นเรื่องราวของนักบุญนิโคลัส ซึ่งเคยมีชีวิตอยู่ในดินแดนที่ปัจจุบันคือประเทศตุรกี “เซนต์นิค” เป็นลูกหลานของเศรษฐีในตระกูลร่ำรวยค่ะ ท่านเป็นเศรษฐีใจบุญ มีความสุขกับการได้ช่วยเหลือคนยากจนและเด็กๆ แถมยังขี้เล่น เช่น บางทีก็แอบเอาของขวัญหรือเงินไปวางไว้ให้คนจนโดยไม่บอกกล่าว เรียกว่าให้โดยไม่หวังผลตอบแทนจริงๆ

แต่ถึงแม้จะพยายามไม่ค่อยเปิดเผยตัวตน ทว่า ความดีมีเมตตาของนักบุญนิโคลัสโด่งดังไปทั่ว ผู้คนมากมายนับถือท่าน แม้ท่านจะจากโลกนี้ไปสู่สรวงสวรรค์แล้ว แต่ก็ยังอยู่ในใจของผู้คนมากมายมานานกว่าพันปี โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินเรือชาวดัตช์ ที่ยกย่องให้ท่านเป็นเทพผู้คุ้มครองชาวเรือ ซึ่งในหมู่ชาวดัตช์นี่เองค่ะที่ออกเสียงชื่อของเซนต์นิโคลัสว่า “ซินเตอร์คลาส” (Sinter Klass) ที่ตอนนี้กลายมาเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกว่า ซานตาคลอส และการเฉลิมฉลองคริสต์มาสก็เป็นหนึ่งในการเฉลิมฉลองเพื่อรำลึกถึงความเมตตาของนักบุญนิโคลัส ซึ่งแรกๆก็เฉลิมฉลองกันในเฉพาะหมู่ชาวดัตช์์ แต่ต่อมาก็กลายเป็นที่นิยม และผู้คนทั่วโลกจะร่วมรื่นเริง และมีความสุขไปกับวันของนักบุญนิโคลัสด้วย ก็แหม ความรัก ความเมตตา ไม่ได้เป็นข้อจำกัดไว้เฉพาะกลุ่มนี่คะ

ถ้าแขวนถุงเท้าไว้ ซานตาคลอสจะเอาของขวัญมาใส่ให้.

ถ้าแขวนถุงเท้าไว้ ซานตาคลอสจะเอาของขวัญมาใส่ให้.


การเฉลิมฉลองในยุคเก่าๆมักจะมีงานเลี้ยง การให้ของขวัญ การให้บัตรอวยพรแก่กันและกัน แต่ในโลกปัจจุบัน หลายๆคนพัฒนามาเป็นการส่งคำอวยพรผ่านอี-การ์ด หรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ขอเพียงเรามีความ ปรารถนาดีต่อกัน ก็ถือได้ว่าได้ร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขที่สุดในโลกนี้ และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมายาวนานอีกอย่างหนึ่งคือ ในโลกของฮอลลีวูด นักสร้างภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในโลก ก็มักจะเปิดตัวภาพยนตร์ใหม่ๆเกี่ยวกับซานตาคลอสทุกๆปีด้วย โดยในปีนี้ ภาพยนตร์ที่น่าจับตามองคือ คอเมดี้เอนิเมชั่น CG 3D เรื่อง Arthur Christmas ซึ่งถูกสร้างสรรค์ด้วยจิตใจของคริสต์มาส มากับความเชื่อเรื่องซานตาคลอส กับการเปิดเผยคำตอบที่ไม่มีใครรู้มาก่อนว่า ซานต้าส่งของขวัญทั้งหมดให้เด็กๆ จำนวนมากมายภายในคืนเดียวได้อย่างไร แต่เอ๊ะ...หากเกิดความผิดพลาดขึ้นล่ะ ถ้ามีเด็กดีสักคนไม่ได้รับของขวัญทันกาล จะเกิดอะไรขึ้น และนี่ก็เป็นที่มาของการทำหน้าที่อันสนุกสนานของอาร์เธอร์ คลอส ลูกชายคนเล็กของคุณลุงซานต้า ที่จะออกปฏิบัติการส่งมอบของขวัญชิ้นสำคัญให้ได้ก่อนวันคริสต์มาส

ซานตาคลอสจะลงมาทางปล่องไฟบนหลังคาบ้าน.

ซานตาคลอสจะลงมาทางปล่องไฟบนหลังคาบ้าน.


ว่ากันว่า จนถึงตอนนี้ ภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่สร้างภาพคริสต์มาสและซานตาคลอสในทุกๆ เดือนธันวาคม ได้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำคัญที่ทำให้หัวใจของคริสต์มาสยังอยู่กับเราทุกคน นั่นคือ หัวใจแห่งการให้ ความเมตตา และการระลึกว่า ไม่ว่าเราจะได้พบซานตาคลอสหรือไม่ “คุณลุงซานต้า” ก็จะอยู่ในใจเราเสมอค่ะ.

ถ้าให้ใครสักคนมาทำงานแทนลุงซานต้าคงลำบากไม่ใช่เล่น (Arthur Christmas)

ถ้าให้ใครสักคนมาทำงานแทนลุงซานต้าคงลำบากไม่ใช่เล่น (Arthur Christmas)



ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน

หน้า 28

วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ที่สุดแห่งปี 2554

Pic_226497

เผลอไผลไปแป๊บเดียว เวลาและวารีที่ไม่เคยรอใคร ได้เพิ่มเติมรอยย่นบนใบหน้า เพิ่มความชราให้ทุกท่านกันอีก 1 ปี เป็นอีกรอบปีที่คนไทยได้สัมผัสทุกอรรถรส การเมืองเปลี่ยนผ่าน จากรัฐบาล หล่อหลักลอย...มาสู่อุ้งมือ นารีหน้าหวาน...ที่ได้พี่ชายแสนดีคอยอุ้มสม

สยาม เมืองยิ้มมม...ถึงคราวยิ้มไม่ออก เพราะสำลักความหวานของน้องน้ำ ที่แวะเยี่ยมเยือนกันทุกบ้านร้านตลาด จนชาวต่างชาติต้องร้อง “อะเมซซิ่ง ไทยแลนด์” กลายเป็นเมืองใต้บาดาลกันครึ่งประเทศ

ก่อนจะก้าวเท้าเข้า ศักราชใหม่ “ทีมข่าวการเมือง” ขอย้อนรอยพาแฟนคลับ นสพ.ไทยรัฐ ไปรำลึกความทรงจำการเมืองปี 54 นำมาเสิร์ฟเป็นออเดิร์ฟโต้ลมหนาว

ขอให้อ่านกันให้สนุก...

เฟิร์สเลดี้...!

ปฐม บทการเมืองไทยต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อได้นายกฯหญิงคนแรกชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กินเนสส์บุ๊กจดเรคคอร์ด เป็นนายกฯลำดับที่ 28 ของไทย และผู้หญิงแถวหน้าคนที่ 52 ของโลก

ภายใต้แผน “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ตามยุทธศาสตร์ 49 วันทำได้จริง เขียนและกำกับบทโดยค่าย “นายใหญ่บราเธอร์” จับน้องรักมารีแบรนดิ้ง จากซีอีโอเอสซี แอสเสท ลงสวมมาดนักการเมืองหน้าใหม่...สด...ซิง... เป็นแม่ทัพหญิงถือธงนำศึกเลือกตั้ง หักอก “เฮียมิ่ง” ต้องไปหลบเลียแผลใจ

เริ่ม ทำงานตามสคริปต์พี่ชาย ท่องเป็นบทอาขยาน “พร้อมสร้างความปรองดอง จะแก้ไข ไม่แก้แค้น” เดินเครื่องเข็นโครงการมหาประชานิยม รถคันแรก-บ้านหลังแรก เปิดรับจำนำข้าว

แต่เริ่มสตาร์ตเครื่องก็สะดุด ออกอาการสั่นเมื่อเจอไมโครโฟน จนเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ของชาวไซเบอร์ ด้วยอาการเปิ่นๆ โก๊ะๆ พูดผิดพูดถูก หญ้าแฝกเป็นหญ้าแพรก เรือดันน้ำเป็นเรือดำน้ำ บัญญัติเดือนใหม่ให้เมืองไทยมี “พฤศจิกาคม” ฟุดฟิดฟอไฟใส่ ฮิลลารี่ คลินตัน Overcome ไทยแลนด์ จนงงเป็นไก่ตาแตก ก็ยัง...น่ารักอ่ะว์

ทุกท่วงท่ายามออกงาน สไตล์แฟชั่นนิสต้า คงมาดซีอีโอสาวเป๊ะ! สวมบูตเมืองผู้ดี พะยี่ห้อเบอร์เบอรี่ลายสกอต คู่ละหมื่นห้า ตะลุยตรวจน้องน้ำเมื่อยามเอาอยู่...นะคร้า

ยิ่งใกล้ วันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน คอหวยต่างจับจ้องว่า นายกฯคนสวยจะนั่งรถทะเบียนอะไร เอาไปตีเป็นเลขเด็ด เล่นงานเจ้ามือเจ๊งระเนระนาด

อภินิหาร “เจ้าแม่ปู” ให้โชครวยกันถ้วนหน้า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!!

*****

เทวดาตกสวรรค์

การเมือง ลูกกลมๆ ไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อ “มาร์คหน้าหล่อ” จับยามสามตา ประกาศยุบสภาให้คนไทยไปวัดดวงเลือกตั้งใหม่ การเมืองก็ถึงคราฝุ่นตลบ ทุกพรรคพาเหรดลงสนามกันพร้อมหน้า

บรรดาเอสเอ็มอีไม้ประดับ ขยับลีลาส่ายสะเอวกันสุดฤทธิ์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน งัดนักกีฬา-ดารา-นักร้อง มาเป็นจุดขาย กลุ่มพันธมิตรฯส่งร่างทรง เพื่อฟ้าดิน ชูโหวตโน ขุดภาพสารพัดสัตว์ เสือ สิงห์ กระทิง แรด และขาดไม่ได้ “น้องวรนุช...” แม้แต่ซีเอ็นเอ็นยังร้องไอ๊หยา... “Thailand Only”

พอกรรมการเป่านก หวีดปรี๊ดด!! ปิดหีบลุ้นผล แม่ยก “หนุ่มมาร์ค” ต้องร้องไห้โฮ รับไม่ได้ที่ขวัญใจพ่ายยับหมดสภาพ รักษ์สันติก็แทบช็อก! ได้ “ปุระชัย” มาหน่อเดียว ลดสถานะเทียบเท่าไม้ประดับ “ประชาธิปไตยใหม่–มหาชน” ผิดกับ “เจ้าพ่ออ่าง” โชว์ลูกบ้าใส่ขาโจ๋ พาพลพรรค รักประเทศไทย โกยปาร์ตี้ลิสต์มาได้ตั้ง 4

ควันหลงเลือกตั้ง ดีด ปชป.หล่นสวรรค์ ต้องปรับทัพกันขนานใหญ่ “ผู้จัดการเทือก” เจอเกมบีบกลุ่มยังเติร์ก พ้นสถานะ “แม่นมอมทุกข์” โทษฐานทำยอดพลาดเป้าไม่สมราคาคุย ได้มาจิ๊บๆ 159 ที่ จากเคยฟุ้งไว้ 200 บวกลบ 10 พลิกไปสวมบทครูใหญ่โรงเรียนการเมือง เลียนแบบกลุ่ม นปช. สอนศาสตร์การเมืองทุกรูปแบบหวังปั้นยอดมวลชนมาพะบู๊กับเสื้อแดงโดยเฉพาะ

ส่วนฟาก “ชายมาร์ค” ทำยึกยักพอเป็นพิธีประกาศไขก๊อก แต่เจอลูกอ้อนของลูกหาบให้นั่งเก้าอี้ต่อ เลยต้องยืดอกพกถุง รีเทิร์นกลับมาอีกรอบ

ผล จากการล้างไพ่ ได้แม่บ้านมือใหม่หัดขับที่ชื่อ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน ขวัญใจกลุ่มยังเติร์ก มาสวมบท พี่นี้มีแต่ให้ สูตรผสม “หนุ่มมาร์ค–เสี่ยต่อ” แรกเริ่มพลพรรคเก่าแก่ก็กระดี๊กระด๊า แต่อยู่ไปอยู่มา แม่บ้านใหม่กลับเงียบหายไปกับสายน้ำ

เลยแว่วๆ อาจมีรายการผลัดใบ...กันอีกรอบ

*****

แด่นายใหญ่ด้วยดวงใจ

เป็นของขวัญปีใหม่ส่งตรงให้คนแดนไกล ผลงาน “เดอะปึ้ง” จัดให้

ประเคน คืนพาสปอร์ต-ถอนแบล็กลิสต์ แอ่นอกรับเสียงด่าทั่วสารทิศ ยอมเอาคอพาดเขียง รอวันชำระแค้นจากฝ่ายค้าน แต่ “ศิษย์เอกดูไบ” ยึดคติถอยหลังหกล้ม ท้าเหยง...ให้รีบยื่นถอดถอน

ตุนผลงานโบแดงไว้ค้ำเก้าอี้ รมต. ไม่ให้ถูกเขี่ยตกท่อช่วงต้นปี 55

อีกหนึ่งบิ๊กโปรโมชั่น ถวายพานให้ “นายใหญ่”

ครม.ปิด ห้องประชุม ซุ่มโป่งทำลับๆล่อๆ เข็น พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ปลดล็อกช่วยนายห้างดูไบ กลับบ้านแบบไร้มลทินติดตัว กระตุกต่อมปรี๊ดส์...ยั่วก๊วนขาประจำ ปลุกม็อบขึ้นมาอาละวาด จนต้องถอยร่นสั่งพับแผนด่วน

พอถูกจับได้ไล่ทัน “น้าเหลิม” ออกลูกพลิ้ว บอกแค่ “เกมสับขาหลอก” เช็กกระแสกลุ่มต่อต้าน

สั่ง ปรับแผนพลิกเกมใหม่ แตะมือ “บิ๊กบัง” เจ้าตำรับคว่ำกระดานรัฐบาลทักษิณ เข็น พ.ร.บ.ปรองดอง ล้างผิดม็อบเหลือง-แดง ได้อานิสงส์กันถ้วนหน้า

ยัง ยังไม่ครบโปรโมชั่น คิวถัดมาเดินหน้าเล่นของร้อนต่อ จ้องรื้อรัฐธรรมนูญ 50

Happy New Year...แด่นายใหญ่ด้วยดวงใจ.

*****

ซุป’ตาร์...ดราม่า

ดาราดังมีหวังตกงานกันเป็นแถว เมื่อมาเจอบทดราม่า ซุป’ตาร์การเมือง บิ๊วอารมณ์บีบน้ำตา กระชากเรตติ้งพ่อยก แม่ยก

เริ่ม ที่ประชาธิปัตย์ยึดราชประสงค์ จัดคิวให้ “เทพเทือก” เพลย์เทปย้อนหลังภาพเผาบ้านเผาเมือง ฝังหัวคนไทยให้ลืมไม่ลง กระตุกเรตติ้งพวกไม่เอาแดง ตบท้ายด้วยบทดาราตุ๊กตาทอง บีบน้ำตาคาราชประสงค์

“หนุ่มมาร์ค” ขึ้นเวทีขยี้อารมณ์ต่อ ด้วยฉากเลิฟซีน ต้องนอนกอดเมียร้องไห้ทุกคืน ระบายความเครียดช่วงบ้านเมืองลุกเป็นไฟ

ฟาก “หนูปู” ไม่น้อยหน้า ทำหน้าเด้งวิ่งรอกหาเสียง โชว์สเตป อู้คำเมือง...เว้าอีสาน ตามสคริปต์เป๊ะๆ ขับกล่อมกองเชียร์ได้ที่แล้วปล่อยช็อตเด็ด เห็นใจคนเสื้อแดงถูกกระชับพื้นที่ เสียชีวิตนับร้อย

บีบน้ำตาปนสะอื้น ฟื้นกระแสให้เพื่อไทย

นั่ง เก้าอี้นายกฯได้ไม่ทันไร เจอศึกสึนามิน้ำจืด กดดันเค้นอารมณ์นารี พอมีกองเชียร์ยกพลมาให้กำลังใจ “ปู” เลยเป่าปี่ร่ำไห้อีกหลายรอบ มีลูกคู่เป็นเพื่อนซี้ วตท. “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” เห็นน้ำตานารีร่วม เลยผสมโรงกอดคอร้องไห้กับนักลงทุนช่วงนิคมฯจมน้ำ หลายฉากหลายตอนผ่านหน้าจอชีวิต จริงใจหรือไก่กา

น้ำตาดราม่า จนซุป’ตาร์...ต้องชิดซ้าย.

*****

น้ำเน่าการเมือง

ส่งท้ายปี มีแขกไม่ได้รับเชิญ น้องน้ำ...มาเริงระบำ รับน้องใหม่ “รัฐบาลปูจ๋า”

เจอ อิทธิฤทธิ์โดนตีแตกทุกหัวเมือง ไล่ตั้งแต่เหนือตอนล่าง กลางตอนบน พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี มาสุดทางรักที่เมืองฟ้าอมร กรุงเทพฯจมบาดาล

กว่าจะตั้งหลัก ผุด ศปภ.กลางสนามบินดอนเมือง ตั้ง “ประชา พรหมนอก” เป็นแม่ทัพใหญ่สู้กองทัพน้ำ กางแผนที่วางยุทธศาสตร์ ระดม “บิ๊กแบ็ก” มาช่วยสกัด แต่ก็...เอาไม่อยู่ค่า...

ใครชอบเกาเหลามาตรงนี้ สารพัดปัญหายังไม่สาแก่ใจ ศปภ.-กทม.เปิดศึกฟัดกันนัว “บิ๊กปลอด–คุณชายหมู” แย่งซีนผ่านจอแก้ว ทำเอาชาวบ้านโกลาหลเพราะไม่รู้จะอพยพดีหรือไม่ แถมยังฟาดเข้าใส่ “ป๋าเติ้ง” ที่คอยถือหางกรมชลฯ

ตามด้วยข่าวฉาวโฉ่ จัดซื้อถุงยังชีพส่อทุจริต จน ส.ส.ปชป.ดาหน้าออกมาถล่ม ลากไส้เหลือบงาบส้วมกระดาษ เรือ ถุงยังชีพ กระทรวงคลองหลอดแทบเละเป็นโจ๊ก

ฝ่าย ค้านยังคันไม้คันมือ เคาะชื่อ “บิ๊กผิว” ขึ้นเขียงจัดหนักแบบโฮม อะโลน แต่ต้องหน้าม้าน เมื่อเจอตอกกลับจนฝ่ายค้านระส่ำ เปิดมหกรรมสาวไส้ “มาร์ค–วรงค์” บีบผู้ว่าฯจนหน้าเขียว ฮุบโควตาถุงยังชีพ ก.พลังงาน ไปแจกชาวสองแคว

ฤทธิ์น้องน้ำที่ว่าร้าย...ยังไม่เท่าฤทธิ์น้ำลายการเมือง!!

*****

จอมแฉปมฉาว

ช็อตเด็ดลากไส้การเมือง มีให้เห็นกันทุกปี

เปิด ตัวได้ร้อนแรงหลังศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ “รัฐบาลมาร์คซี้ดด” เจ้าสำนักปราบโกงเพื่อไทย “อนุดิษฐ์ นาครทรรพ” พาพลพรรคเอกซเรย์จับผิด 172 โครงการ

ไล่แฉแก๊งงาบน้ำมันปาล์ม เล่นงานชายหน้าดำจนแสบไส้ ตามขุดรากก๊วนเบาหวาน เสกโควตาน้ำตาลทรายหายวับไปจากตลาด

อิทธิฤทธิ์ “เสี่ยอ่าง” ยังไม่ทิ้งลายจอมแฉ เจ้าสำนัก

รักประเทศไทย โพล่งข้อมูลกลางสภา ฉะบ่อนใหญ่เปิดอ้าซ่าย่านรัชดาภิเษก เขย่าเก้าอี้ ผบ.ตร.ของ “บิ๊กน้อย” ให้ร้อนฉ่า

ส่ง ลูกเข้าทางเท้าดาวซัลโว “เฉลิม” ตามน้ำปูดข้อมูลสารพัดบ่อนเย้ยกฎหมาย สบช่องเขี่ย “วิเชียร” เด็กปั้นขั้วเก่ากระเด็นไปนั่งลูบพุงที่ สมช.

พลอ ตเด็ด “น้าเหลิม” ยังไม่หมดเท่านี้ ฟันธงฉับ สีกากีคือมือสังหาร “เสธ.แดง” ตามล้วงไปถึงคดีดัง ปล้นบ้านปลัดพันล้าน “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” ส่งซิกไขปริศนาเส้นทางเงิน มีที่มาจากโครงการรถไฟฟ้า แล้วยังเล่าเป็นฉากๆ คดีวางบึ้ม! หน้ากองสลากฯ เป็นฝีมือป่วน แก๊งคนแก่โรคพาร์กินสัน ที่ชอบกินตับเด็ก

แฉกันอย่างนี้ คนได้ดีคือชาวบ้าน.

*****

เอาอยู่? ค่าา...

สึนามิน้ำจืดถล่มเมืองไทย เกิดบัญญัติศัพท์ใหม่และตัวย่อให้คันหู...กันเล่นๆ

มี “เจ๊ปู” ตั้งตัวเป็นเจ้าลิขสิทธิ์ ยิงมุกเปิ่นๆให้ฮาท้องแข็งตลอดปี ประเดิมจ้อรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” โชว์ไอเดียแก้น้ำท่วม แต่ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อ เรียก “หญ้าแฝกเป็นหญ้าแพรก”

ตามด้วยคิวหลุด โลก หลัง ครม.ไฟเขียวซื้อ เรือดันน้ำ แก้น้ำท่วม แต่กลายเป็น เรือดำน้ำ จน ครม.ทำหน้าเหลอ เล่นเอา ลูกประดู่ฝั่งธนฯ ดีใจเก้อ

มาถึงศัพท์ฮิตติดชาร์ต “เอาอยู่ค่ะ” เมื่อมวลน้ำยกทัพโจมตีพื้นที่ใด “ทั่นผู้นำคนสวย” ก็ให้สัมภาษณ์เจื้อยแจ้วว่า “เอาอยู่ค่า...”

โมเดล...โมเดล อะไรก็โมเดล “บางระกำโมเดล” จุดพลุมาตั้งแต่เริ่มท่วม จนน้ำเลิกท่วมก็ยังไม่เป็นรูปร่าง อยุธยาโมเดล ดอนเมืองโมเดล ปากเกร็ดโมเดล สารพัดโมเดล ภาคเอกชนเขาช่วยตัวเองกันท้างน้านน...

มาดูตัวย่อ ศปภ. คำฮิต ยึดจอสี่เหลี่ยมส่งสัญญาณเตือนภัย แต่แถลงทีไรชาวบ้านหัวใจไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลยถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์ปั่นป่วนพิภพแห่งชาติ ศูนย์ปกปิดภัยพิบัติแห่งชาติ

แม้พยายามกู้หน้าแจก “ถุงยังชีพ” แต่มีสอดไส้จัดซื้อแพงเว่อร์ เลยโดนฝ่ายค้านลากไส้กลายสภาพเป็น “ถุงปลิดชีพ” แทน

ลูกอีเอ็มบอล ทุกบ้านร้านช่องไม่มีใครลืมพระคุณ ช่วยบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำดี

ถึงคิว “บิ๊กแบ็ก” เป็นได้ทั้งพระเอก-ผู้ร้าย ใครอยู่ใต้แนวกั้นก็สรรเสริญกันดั่งพระเจ้า

แต่มันกลายร่างเป็นปิศาจร้ายกับคนชานเมือง เพราะต้องย้ายที่นอนไปอยู่บนหลังคา.

*****

ดุเดือดเลือดพล่าน

357-11-38 ไม่ใช่ตัวเลขใบ้หวย แต่เป็นรหัสม้วยมรณาในห้วงการเมืองเดือด

เริ่ม ต้นที่ “ประชา ประสพดี” ส.ส.ปากกล้า เพื่อไทย เจอถล่มเป็นรายแรก หน้าห้างบิ๊กซีพระประแดง แต่รอดมาปาฏิหาริย์ จากลูกปืนเอ็ม 16 ก็คุยฟุ้งว่าห้อยพระดี

ถึงคิวเด็ดหัวคะแนน “สุชาติ ลายน้ำเงิน” ถูกยิงกลางวัด เมืองท่าวุ้ง ลพบุรี

อีก หนึ่งบัญชีโหด เซ่นเลือกตั้งโค้งสุดท้าย มือปืนกระหน่ำ11 มม. ใส่ “นายกฯเจี๊ยบ” สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช หัวคะแนนใหญ่ค่ายภูมิใจไทย กลางกรุง หลังกองสลากฯ

ข้ามถิ่นมาดอนเมือง ตลาดนัดโกสุมรวมใจ เดือดระอุไม่แพ้กัน 2 มือปืนควบแมงกะไซค์ บุกซัดไข้โป้ง ลบชื่อ “ชุติเดช สุวรรณ-เกิด” คนสนิท “เดอะอี้” แทนคุณ จิตต์อิสระ ส.ส.สอบตก ประชาธิปัตย์

อีกเหตุการณ์ระทึก! เขย่าขวัญคนกรุงหายใจไม่ทั่วท้อง คิวระเบิดป่วนเมือง แต่คลาดแคล้วรอดหวุดหวิด

ส่งท้ายคดีดัง รัวกระสุนปลิดชีพ อุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร ทายาท “เฮียม้อ” เซ่นพิษการเมืองโหดเมืองมหาชัย

สั่งลาอุณหภูมิเดือดปี 54.

*****

“ทีมข่าวการเมือง”

หน้า 29

วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ดาวเด่น-ดาวดัง-ดาวดับ 2554

Pic_226818

ในห้วงเวลาหนึ่งของชีวิตมนุษย์เรา ต้องพานพบกับ “ความสำเร็จ” ไม่ช้าก็เร็ว เพียงแต่จะได้ฝากชื่อจารึกไว้ในประวัติศาสตร์หรือไม่นั่นก็อีกเรื่อง

...ปี 2554 ที่ผ่านมา โลกเราได้เห็นผู้ที่กลายเป็นดาวจรัสแสง รวมทั้งกลายเป็นดาวที่ดับไปในค่ำคืนอันมืดมิด ซึ่งทีมข่าวต่างประเทศ ขอรวบรวมมานำเสนอแก่ท่านผู้อ่านดังนี้

••••••••••••

ถือเป็นคู่แต่งงานแห่งปีทีเดียว เมื่อ “เจ้าชายวิลเลียม” พระโอรสองค์โตในเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ แห่งราชวงศ์อังกฤษ และเจ้าหญิงไดอานา ผู้ล่วงลับได้เข้าพิธีเสกสมรสกับ “แคทเธอรีน” หรือเคท มิดเดิลตัน ในพระราชพิธีที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกเมื่อ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ซึ่งถือเป็นการยืนยันในรักแท้ระหว่างเจ้าชายผู้สูงศักดิ์กับสามัญชน

 


ผู้โชคดี หลังเจ้าชายวิลเลียมได้ขอแฟนสาวที่รัก กันมานานตั้งแต่ทั้งคู่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ส หมั้นหมายในประเทศเคนยา ด้วยแหวนไพลินสีน้ำเงินล้อมเพชร ซึ่งเป็นแหวนวงเดียวกับที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดา ทรงใช้หมั้นเจ้าหญิงไดอานา พระมารดา เมื่อปี 2524

เจ้าชายวิลเลียมตรัสว่า แหวนวงนี้พิเศษมากสำหรับพระองค์ และเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าพระ มารดาทรงรับรู้ถึงเรื่องที่น่ายินดีนี้ อีกทั้งยังเป็นเครื่องหมายว่าเราจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกัน หลังพิธีเสกสมรสเสร็จสิ้น เจ้าชายวิลเลียมและเคทได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็นดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

••••••••••••

นอกเหนือจากพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมกับเคท มิดเดิลตัน แล้ว ที่ราชอาณาจักรภูฏาน ก็มีพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างสมเด็จพระราชาธิบดี “จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก” กับ “เจตซุน เปมา” พระคู่หมั้น ตามแบบประเพณีโบราณของชาวภูฏาน เมื่อ 13 ต.ค. โดยพระราชพิธีทางศาสนาจัดขึ้นภายในพระอารามหลวง ในเมืองพูนาคา เมืองหลวงเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยจิตวิญญาณทางศาสนาและร่องรอยทางวัฒนธรรม ในพิธีนี้ มีเพียงเชื้อพระวงศ์ที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน และมีชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเฝ้ารออยู่ด้านนอก แต่ไม่มีประมุขหรือผู้นำรัฐบาลต่างชาติร่วมงาน เพื่อเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระองค์ที่ทรงเน้นความเรียบง่าย

 


หลังจากนั้นได้มีการจัดพิธีเฉลิมฉลองขึ้น ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ในกรุงทิมพู มีการแสดงระบำพื้นเมือง และศิลปะดนตรีประจำชาติอันงดงาม โดยงานนี้กษัตริย์จิกมีได้ทรงร่วมเต้นรำร่วมกับคณะนักแสดง ทั้งยังทรงจุมพิตพระราชินีพระองค์ใหม่ด้วย

••••••••••••

ปีนี้รู้สึกชาวโลกจะหลงใหลกับคำว่า “ประชาธิปไตย” เป็นเอามาก เห็นได้จากการประท้วงที่เกิดขึ้นเต็มไปหมด โดยเฉพาะภูมิภาคตะวัน ออกกลางและแอฟริกาเหนือ ถึงขั้นที่นิตยสารชื่อดัง “ไทม์” ต้องจัดอันดับบุคคลแห่งปี 2554 ให้เป็น “ผู้ประท้วง” (The Protester)

 


“พวกเขาต่อต้าน พวกเขาเรียกร้อง พวกเขาไม่ย่อท้อ แม้คำตอบที่ได้กลับมาจะเป็นแก๊สน้ำตาหรือห่ากระสุน พวกเขาคือตัวแทนของแนวคิด การกระทำของคนคนหนึ่งสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้” บรรณาธิการของไทม์บรรยาย พร้อมยกย่องผู้ประท้วงในสถานที่ต่างๆไม่ว่ากรีซ อินเดีย จีน อังกฤษ สเปน สหรัฐฯ ไปจนถึงผู้คนในเหตุการณ์ปฏิวัติดอกมะลิ หรือที่เรียกในเวลาต่อมาว่า “อาหรับ สปริง” ที่พลังมวลชนประสบความสำเร็จในการโค่นล้มรัฐบาลของซีน อาบีดีน เบน อาลี ประธานาธิบดีตูนิเซีย ฮอสนี มูบารัค ประธานาธิบดีอียิปต์ ไปจนถึงสุดยอดเผด็จการ พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ที่ปกครองประเทศด้วยกฎเหล็กมานาน 42 ปี รวมไปถึงสั่นคลอนรัฐบาลประเทศเยเมน และซีเรีย ที่ดูแววแล้วอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ช้าก็เร็ว

••••••••••••

หญิงเหล็กผู้นี้ยังคงโลดแล่นในการเมืองโลกอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ใครที่ไหนเธอคือ “แองเกลา แมร์เคิล” นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ผู้ติดอันดับบุคคลทรงอิทธิพลของสื่อต่างๆ มาเป็นเวลาติดต่อกันหลายปี นับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจในปี 2548

แมร์เคิล

แมร์เคิล


ปีนี้เหตุที่ต้องเลือกแมร์เคิล...เพราะลองนึกภาพประเทศในยุโรปที่รวมตัวกันใช้เงินสกุลเดียวกัน โดยใช้นามว่า “ยูโรโซน” กำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ มีรัฐบาลหลายประเทศขาดเสถียรภาพและใกล้ที่จะล้มเต็มที แต่ทั้งหมดถูกค้ำจุนด้วยประเทศ

“เยอรมนี” ที่เธอเป็นผู้บริหารงานและพัฒนาจนมีเศรษฐกิจอันแข็งแกร่ง ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วการเมืองภายในเยอรมนีก็ปั่นป่วนไม่ใช่น้อย ไม่ว่าเรื่องผลกระทบจากวิกฤติยูโรโซน เรื่องที่พรรคฝ่ายค้านวางแผนจ้องจะเปลี่ยนขั้วอำนาจ หรือเรื่องความไม่พอใจของประชาชนต่อรัฐบาลที่ออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเก็บภาษีเพิ่ม...แข็งแกร่งระดับนี้เหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำอย่างยิ่ง “นายกรัฐมนตรีหญิง” ทั้งหลายจงศึกษาดูเป็นตัวอย่างเสีย

••••••••••••

ปีนี้ไม่พลาดอีกเช่นเคยสำหรับผู้นำตัวจริงแดนหมีขาวรัสเซีย “วลาดิเมียร์ ปูติน” กลับมาช่วงชิงความเด่นในเวทีการเมืองโลกอีกครั้ง หลังประกาศตัวชัดเจนแล้วว่า เดือน มี.ค. ปีหน้าในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียคนใหม่ จะกลับมาทวงคืนเก้าอี้ผู้นำที่ให้ดมิทรี เมดเวเดฟ ฝากนั่งดูแลชั่วคราว

ปูติน

ปูติน


หากรีเทิร์นสู่อำนาจได้สำเร็จ เราก็จะได้เห็นหน้าปูตินกันไปอีกนานโข เนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้วางแผนการไว้เสร็จสรรพ มีการให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายวาระผู้นำจากเดิมสมัยละ 4 ปี เปลี่ยนเป็นสมัยละ 6 ปี คิดดูหากครองตำแหน่งได้ 2 สมัย ก็เท่ากับว่าปูตินจะเป็นประธานาธิบดีรัสเซียถึง12 ปี กว่าจะหมดอำนาจก็ปี 2567 ซึ่งงานนี้มีนักวิชาการเปรยไว้ว่ามองปูตินแล้วนึกถึงสมัยโจเซฟ สตาลิน ผู้นำเผด็จการยุคคอมมิวนิสต์สหภาพโซเวียตที่กุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ อย่างไรก็ตาม ต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าปูตินจะได้เป็นผู้นำรัสเซียอีกครั้งหรือไม่ เพราะในช่วงเดือนที่ผ่านมาก็เกิดกระแสต้านไม่เบา ฝูงชนนับหมื่นนัดรวมตัวประท้วงใหญ่ในรอบ 20 ปี ตามเมืองใหญ่ต่างๆทั่วประเทศไม่ว่ากรุงมอสโก นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หรือเมืองวลาดิวอสตอก

••••••••••••

ประเทศเกาหลีเหนือกลายเป็นจุดสนใจไปทั่วโลกก่อนช่วงสิ้นปีเพียงไม่กี่วัน หลังเกิดการเปลี่ยนถ่ายอำนาจอย่างกะทันหัน เนื่องจากคิม จอง อิล อดีตผู้นำโสมแดงวัย 69 ปี ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคหัวใจวายและกล้ามเนื้อหัวใจตายขณะออกตรวจเยี่ยมพื้นที่ต่างจังหวัด

คิม จอง อึน

คิม จอง อึน


งานนี้เก้าอี้ผู้นำประเทศที่มีกำลังทหารมากเป็นอันดับ 5 ของโลก ตกเป็นของ “คิม จอง อึน” บุตรชายคนที่ 3 ผู้มีอายุประมาณ 28 ปี ซึ่งทำให้หลายฝ่ายเกิดความวิตกกังวลว่าเสถียรภาพของเกาหลีเหนือจะสั่นคลอนหรือไม่ เพราะผู้นำคนใหม่อายุน้อย อีกทั้งเวลาเตรียมก่อนขึ้นเป็นผู้นำก็เรียกได้ว่าสั้นมากเพียงปีกว่าๆ ต่างกับสมัยคุณพ่อคิม จอง อิล ที่มีเวลาเตรียมตัวเป็นผู้นำนานกว่า 20 ปี แถมมีข่าวลืออีกว่าคิม จอง อึน ไม่เก่งด้านวิชาการเอาเสียเลย สมัยเรียนหนังสือในประเทศสวิตเซอร์แลนด์สอบตกเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม จากที่มีข่าวมาตลอดว่าผู้นำใหม่โสมแดงมีความเข้มแข็งเหมือนบิดาไม่มีผิด จึงทำให้เชื่อว่าในตอนแรกอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้ให้ชินกับตำแหน่งสักพัก หลังจากนั้นแหละจะบ้าเหมือนพ่อหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ

••••••••••••

สำหรับเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ โดยปี 2554 นี้เป็นการครองรางวัลร่วมกันของสุภาพสตรีที่มีผลงานโดดเด่น 3 ท่าน ได้แก่ “เอลเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟ” ประธานาธิบดีไลบีเรีย, “เลย์มาห์ จีโบวี” ชาวไลบีเรียเช่นกัน และ “ตอวัคกุล การ์มาน” นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยชาวเยเมน

 


ทั้งนี้ คณะกรรมการโนเบลกล่าวว่า “เราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายแห่งประชาธิปไตยและสันติภาพที่ยั่งยืนได้ หากผู้หญิงไม่ได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกับบุรุษ เพื่อการผลักดันให้เกิดการพัฒนาในสังคมทุกชนชั้น”

คณะกรรมการโนเบลยกย่องประธานาธิบดีเซอร์ลีฟว่าตั้ง แต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2549 ได้ทุ่มเทเพื่อสร้างสันติภาพในไลบีเรียอย่างต่อเนื่อง ส่วนจีโบวี วัย 39 ปี เป็นแกนนำกลุ่มสตรีเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของผู้หญิง ขณะที่การ์มานวัย 32 ปี เป็นสื่อมวลชนและผู้นำการชุมนุมเพื่อขับไล่ประธานาธิบดีอาลี อับดุลเลาะห์ ซาเลห์แห่งเยเมน ซึ่งการ์มานเป็นสตรีชาวอาหรับคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้

•••••••••••

ผู้คนทั่วโลกโดย เฉพาะวงการเทคโนโลยีต่างตื่นตะลึงกับการจากไปอย่างกะทันหันของ “สตีฟ จ๊อบส์” บิดาผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิลวัย 56 ปี เมื่อวันที่ 5 ต.ค. โดยเขาเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งในวันที่ 5 ต.ค. หลังจากที่บริษัทแอปเปิลเพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนล้ำยุค “iPhone4S” ได้เพียง 1 วัน

สตีฟ จ๊อบส์

สตีฟ จ๊อบส์


แนวคิดการใช้ชีวิตของจ๊อบส์คือ “การทำให้แต่ละวันเปรียบเสมือนวันสุดท้ายของชีวิต” จ๊อบส์ออกจากวิทยาลัยหลังเข้าเรียนเพียง 1 ปี เพื่อเดินทางค้นหาความต้องการของตนเองไปถึงประเทศอินเดีย ก่อนกลับมาตั้งบริษัทแอปเปิลกับเพื่อนจนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ก็เกิดปัญหาขัดแย้งภายในกับบอร์ดบริหารจนโดนบีบให้ลาออก กระนั้นจ๊อบส์ก็ไม่ย่อท้อไปตั้งบริษัททำการ์ตูนแอนิเมชั่น “พิกซาร์” แทน...ซึ่งท้ายสุดจ๊อบส์ก็ถูกเรียกตัวกลับมากอบกู้บริษัทแอปเปิลที่กำลังขาดทุนย่อยยับ พลิกฟื้นคืนชีพบริษัทขึ้นมาใหม่และผลิตสินค้าเทคโนโลยีชื่อดังมากมายไม่ว่าเครื่องฟังเพลง “iPod” แท็บเล็ต (กระดานชนวน 2.0) “iPad” และสมาร์ทโฟน “iPhone”

••••••••••••

ปีนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของฮอลลีวูด เมื่อ “เอลิซาเบธ เทย์เลอร์” ดาวค้างฟ้าและเจ้าของรางวัล 2 ออสการ์ ที่มีผลงานภาพยนตร์โด่งดังจากเรื่องคลีโอพัตรา เสียชีวิตในวัย 79 ปี ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ที่โรงพยาบาลในนครลอสแอนเจลิส เมื่อ 23 มีนาคม เธอเป็นนักแสดงเชื้อสายอังกฤษ-อเมริกัน ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านบทบาทการแสดงอันจัดจ้าน, ความงดงาม และการใช้ชีวิตแบบฮอลลีวูดท่ามกลางแสงสีเสียงและความหรูหราเจิดจรัส

เทย์เลอร์

เทย์เลอร์


จากประวัติ เธอแต่งงาน 8 ครั้ง และมีสามีถึง 7 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่ ริชาร์ด เบอร์ตันนักแสดงที่พบรักกันในกองถ่ายเรื่องคลีโอพัตรา การมีชีวิตรักที่โลดโผนทำให้เรื่องราวชีวิตรักของเทย์เลอร์ปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์เสมอ หนำซ้ำเธอยังเป็นเพื่อนสนิทของไมเคิล แจ๊กสัน ราชาเพลงป๊อปผู้ล่วงลับด้วย ตลอดระยะเวลาการทำงานในวงการบันเทิงกว่า 60 ปี เทย์เลอร์มีผลงานภาพยนตร์กว่า 50 เรื่อง โดยผลงานที่โดดเด่นและทำให้ได้รับการกล่าวขวัญมาตลอดนอกจาก “คลีโอพัตรา” ยังมี “เนชันแนล เวลเวท” และ “ฮูส อะเฟรด ออฟ เวอร์จิเนีย วูล์ฟ”

••••••••••••

“เอมี ไวน์เฮาส์” นักร้องซุปเปอร์สตาร์ชาวอังกฤษ เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ด้วยวัย 27 ปี ที่บ้านพักทางตอนเหนือกรุงลอนดอน เมื่อ 23 กรกฎาคม หลังจากชีวิตอันรุ่งโรจน์ทางดนตรีของเธอต้องประสบกับมรสุมครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะมีปัญหาการติดสุราและยาเสพติดเรื้อรัง จนทำให้ต้องยกเลิกการแสดงทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรปอย่างกะทันหันมาแล้ว เพราะเมาสุราจนจำเนื้อร้องของเพลงตัวเองไม่ได้

เอมี

เอมี


เอมีเป็นศิลปินเพลงเจ้าของรางวัลแกรมมี่ เจ้าของอัลบั้ม Back to Black และเพลง Rehab เป็นนักร้องที่ได้รับการยกย่องว่ามีพรสวรรค์อย่างมาก ด้วยการออกอัลบั้มแรกชื่อ แฟรงค์ เมื่ออายุได้เพียง 20 ปี เมื่อข่าวการเสียชีวิตของเธอแพร่สะพัดออกไป ก็มีแฟนเพลงนำดอกไม้และข้อความไว้อาลัยมาวางไว้ที่หน้าบ้านของเธอ เอมีถือเป็นศิลปินอายุน้อยที่ต้องจบชีวิตในวัยเพียง 27 ปีเช่นเดียวกับจิมี เฮนดริกซ์ เทพกีตาร์ระดับตำนาน, เจนิส จ๊อบลิน เจ้าแม่เพลงร็อกแอนด์โรล และจิม มอร์ริสัน เจ้าพ่อแห่งวงการเพลงร็อก

••••••••••••

ผ่านไปอีกหนึ่งปี ชีวิตต้องก้าวย่างต่อไป รอลุ้นกันใหม่ว่าปีหน้า นักษัตร “มะโรง” จะเป็นเช่นไร ขอให้ท่านผู้อ่านมีความสุขสวัสดิ์กันอย่างทั่วถึง...นะค้า.

ทีมข่าวต่างประเทศ

หน้า 30

วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554

 

'ไฟร์ฟอกซ์'เผย Infographic แสดงภาพรวมตลอดปี 2011

Pic_227094

ไฟร์ฟอกซ์เผย ข้อมูลตัวเลขและเหตุการณ์สำคัญช่วงปี 2011 ในรูปแบบข้อมูลกราฟฟิกสวยงาม (infographic) เผยมุ่งมั่นพัฒนาวงการบราวเซอร์อย่างต่อเนื่องทุกปี...

โมซิลล่า (Mozilla) ผู้ผลิตและให้บริการ ไฟร์ฟอกซ์ (Firefox) บราวเซอร์ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 3 อยู่ในขณะนี้ (อ้างอิงข้อมูลช่วงเดือนธ.ค.2554) เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจของไฟร์ฟอกซ์ในช่วงปี 2554 ซึ่งมีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการฟีเจอร์ใหม่ๆ รวมถึงตัวเลขที่น่าสนใจผ่านอินโฟกราฟฟิก(Infographic) เพียงหน้าเดียว

ทั้งนี้ โมซิลล่า กล่าวผ่านบล็อก (
http://blog.mozilla.com/) ว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้รวบรวมไฮไลท์บางส่วนของไฟร์ฟอกซ์ทั้งภาพรวมและตัวเลขที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาวงการเว็บบราวเซอร์ให้มีอนาคตที่ดีไปอย่างต่อเนื่อง

สำหรับข้อมูลต่างๆ ที่โมซิลล่านำมาเผยแพร่นั้น เริ่มตั้งแต่ที่ไฟร์ฟอกซ์เวอร์ชั่น 4 ถูกปล่อยออกมาให้ดาวน์โหลด มีไฟร์ฟอกซ์ให้ใช้บนแอนดรอยด์สมาร์ทโฟน การปล่อยบราวเซอร์ออโรร่า (Aurora) ออกมาให้ทดลองใช้หวังสู้กับกูเกิ้ลโครม ประสิทธิภาพที่เร็วขึ้น 7 เท่าเมื่อเทียบกับ เวอร์ชั่น 3.6 และเป็น 32 เท่าเมื่อเทียบกับไฟร์ฟอกซ์เวอร์ชั่นแรก กินเมโมรี่หรือแรมของเครื่องน้อยลง 50% ถูกใช้งานด้านการซิงค์ข้อมูลไปมากกว่า 25,000 ล้านครั้ง เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ 83 รายการ มีการติดตั้งแอดออนหรือโปรแกรมเสริมมากกว่า 480 ล้านตัว ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้มากขึ้น รวมไปถึงรองรับการทำงานบน HTML5 โครงสร้างยุคใหม่ของเว็บ และอื่นๆ.

หน้า 31

วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ถอดรหัสปฏิวัติเขียว

เมื่อเทรนด์ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมยังไม่อ่อนแรง ฉลากเขียวหรือ "คาร์บอนฟุตพริ้นต์" จึงได้เกิดในโลกอุตสาหกรรม