Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป  พฤศจิกายน 54
Home    Contacts



บทความทั่วไป  พฤศจิกายน 54 PDF พิมพ์

หน้า 17

วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ว่าด้วย จดหมาย จาก น้องน้ำ

Pic_217360

แม้จะตกอยู่ในภาวะตึงเครียดจากภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่จากน้ำท่วม ที่หลายคนเรียกว่าเป็น “มหาภัยพิบัติ” ที่ไม่เคยประสบพบเจอมาตลอดหลายชั่วอายุคน แต่ด้วยนิสัยคนไทยที่มีความรักสนุกเป็นพื้นฐาน ท่ามกลางความทุกข์จึงมีมุกสนุกในรูปแบบของ “จดหมายรัก” ที่คุณครูลิลลี่เองยอมรับเลยว่า บางครั้งกำลังเครียดว่าน้ำจะมาถึงบ้านเราไหม แต่พอได้ฟังจดหมายรัก ทั้งจากน้องน้ำถึงพี่กรุง จากพี่กรุงตอบกลับน้องน้ำ ก็ทำให้คุณครูอดอมยิ้มไปด้วยไม่ได้ คุณๆ ผู้อ่านหลายท่านอาจจะเคยได้ชม ได้ยินมาบ้างจากรายการของคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา แต่สำหรับท่านที่ไม่เคยได้รู้เรื่องนี้ คุณครูลิลลี่ขออนุญาตนำบางส่วนมาลงในคอลัมน์นี้ แล้วจะมีความรู้ดีๆ เกี่ยวกับภาษาไทยมาอธิบายในตอนจบค่ะ

เริ่มกันที่จดหมายฉบับแรก ฉบับเปิดประเดิมความรัก จากน้องน้ำ ส่งถึง พี่กรุง

 


ถึง พี่กรุง

น้ำรู้ว่าพี่กรุงไม่ต้องการน้ำแล้ว รู้แล้วว่าพี่มีความสุขดีโดยที่ไม่มีน้ำ แต่พี่กรุงจำได้หรือไม่ว่า เราเคยมีความสุขกันมากขนาดไหน และน้ำรู้ว่าพี่ไม่พอใจที่น้ำกลับมาหาพี่ ถึงแม้ว่าที่ผ่านๆ มา น้ำจะทำไม่ดีกับคนอื่นมา แต่น้ำอยากให้รู้ว่า น้ำแค่ใช้เป็นทางผ่านเพื่อมาหาพี่กรุงให้ได้เท่านั้น เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน น้ำอยากให้พี่กรุงรู้เอาไว้ว่า น้ำจะไม่ล้มเลิกความตั้งใจและตัดใจจากพี่กรุงเด็ดขาด ถึงแม้ผู้ใหญ่ของพี่จะพยายามผลักดันน้ำให้ออกห่างจากพี่กรุงมากเท่าไรก็ตาม แต่น้ำไม่แคร์ ถึงแม้ใครจะด่าน้ำว่าหน้าด้าน เบื่อน้ำ เกลียดน้ำก็ตาม น้ำก็จะไปอยู่กับพี่กรุงให้ได้ พี่กรุงคอยดูก็แล้วกัน

จาก ... น้องน้ำ (อดีตรักของพี่กรุง)
ป.ล. ฝากบอกนังทรายด้วยว่า น้ำไม่ยอมง่าย ๆ หรอก

แล้วพี่กรุงจะตอบว่าอย่างไรไปลองอ่านกันค่ะ

 


“น้ำ...พี่อยากให้น้ำรู้ ทุกวันนี้พี่อยู่โดยไม่มีน้ำ พี่มีความสุขดีอยู่แล้ว น้ำจะมาอะไรตอนนี้ เชื่อเถอะ 
ยังไงพี่ก็ไม่มีความสุขหรอก น้ำไปตามทางของน้ำเถอะ พี่รู้ดีน้ำเป็นยังไง แต่เอาเถอะ ถ้าน้ำดึงดันจะมา พี่เข้าใจ จะมาก็มาเลย พี่รับได้...ฝันของพี่จะได้เป็นจริงสักที พี่จะได้ไม่ไปอยู่ไหนอยู่แต่กับน้ำ แต่ขอร้อง น้ำอย่าให้ความหวังพี่ว่าน้ำจะมา แล้วมัวแต่ไปอยู่กับคนอื่น 
ถ้าน้ำจะมา ขอให้มาเต็ม มาเคลียร์ให้มันจบๆ ไม่ใช่ให้พี่คอยลุ้นว่าจะมาไม่มา มันทรมานนะ 
อย่าทำกับพี่เหมือนที่น้ำทำกับคนอื่นเลย เข้าใจพี่นะ แต่ยังไงก็ตามถึงแม้ชีวิตพี่จะขาดน้ำไม่ได้ 
แต่เราต่างคนต่างอยู่เถอะ ถ้าพี่ต้องการน้ำเมื่อไหร่พี่จะเปิดก๊อกเอง...”

จาก พี่กรุง
ป.ล. ตอนนี้ทรายเค้าดูแลพี่ดีอยู่แล้ว

อ่านแล้วเชื่อว่าไม่มีใครไม่อมยิ้มกับอารมณ์ขันตามแบบฉบับของคนไทย ที่รักสนุกกับทุกๆ เหตุการณ์ แต่เมื่อสนุกแล้วในฐานะของครูภาษาไทย ครูลิลลี่มีความรู้ดีๆ มาฝากค่ะ น้องน้ำในจดหมายทั้ง 2 ฉบับข้างต้น ก็หมายถึง มวลน้ำ หรือน้ำที่ท่วมเจิ่งนองอยู่ทั่วไป ส่วนพี่กรุงก็ไม่ใช่ กรุง ศรีวิไล แต่หมายถึง กรุงเทพมหานคร ของเรานั่นเอง จริงๆ แล้ว ทั้ง มวลน้ำและ กรุงเทพ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ไม่สามารถเขียนจดหมายโต้ตอบยอกย้อนกันไปมาได้ แต่การที่เราทำให้เกิดเป็นน้องน้ำและพี่กรุงนั้น ตามหลักภาษาไทย เราเรียกว่า “บุคลาธิษฐาน” ค่ะ บุคลาธิษฐาน คือ การพรรณนาว่าให้สิ่งไม่มีชีวิตสามารถกระทำการใดๆ ได้ประหนึ่งสิ่งมีชีวิต ปกติเราจะเห็นในบทกวี หรือบทเพลง เช่น “ทะเลไม่เคยหลับใหล ใครตอบได้ไหมไฉนจึงตื่น บางครั้งยังสะอื้น ทะเลมันตื่นอยู่ร่ำไป” (กลัวอาต้อย เศรษฐา มาเก็บค่าลิขสิทธิ์จังเลยค่ะ) ได้รับความรู้คู่ความบันเทิงกันไปพอสังเขป คุณครูลิลลี่ขอตัวไปเขียนจดหมายถึงน้องน้ำสักฉบับนะคะ จะไปบอกว่าได้เห็นหน้าพี่กรุงแล้ว..ก็ไปซะ..

 


ครูลิลลี่นี่แหละแฟนตัวจริงของพี่กรุง...สวัสดีค่ะ.

คุณครูลิลลี่
Facebook :
Facebook.com/krulilly2



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 43470557

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!