Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป  พฤศจิกายน 54
Home    Contacts



บทความทั่วไป  พฤศจิกายน 54 PDF พิมพ์

หน้า 11

วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วงธัญพืชลึกลับขี้เล่นหรือคำเตือน

Pic_216132

มาตามนัดอีกแล้วค่ะ...ไม่ใช่แฟนคนไหน...แต่เป็นวงธัญพืช หรือ Crop Circles ที่มาตามนัดทุกปี ในบริเวณที่คุ้นเคย คือบริเวณท้องทุ่งกว้างในอังกฤษ โดยเฉพาะที่อยู่ใกล้ๆ สโตนเฮนจ์ จะเป็นย่านที่วงธัญพืชปริศนามาเยือนทุกปีไม่มีขาด ถึงขนาดที่ว่า มีบริษัทนำเที่ยวหัวใสหลายแห่งจัดทัวร์ไปชมกันเป็นเรื่องเป็นราวทุกๆปีเลยทีเดียว

ระยะเวลาที่ Crop Circles จะมาถี่ๆมักจะเป็นช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน ที่มาตามนัดไม่เคยให้ผิดหวังเสมอ และปีนี้ก็มาในแบบที่ทำเอาฮือฮากันไปหลายวง โดยเฉพาะวงที่ปรากฏขึ้นที่เมืองวิลท์เชียร์ (Wilt shire) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ที่ฮือฮากันก็เพราะว่า วงธัญพืชปริศนาวงนี้มาในรูปลักษณ์ที่ดูยังไงก็เป็น “อีที” ชัดๆ แถมยังล้อเล่นด้วยการคาบไปป์อีกด้วย

เจอเข้าแบบนี้ บางคนก็บอกว่ามนุษย์ต่างดาวมีอารมณ์ขันแหงๆ แต่นักวิทยาศาสตร์บางท่านก็บอกว่าไหมล่ะ นี่มันเรื่องหลอกเด็กชัดๆ

รูปคล้ายงูที่ตีความกันถึงวันสิ้นโลก.

รูปคล้ายงูที่ตีความกันถึงวันสิ้นโลก.

ศ.ริชาร์ด เทย์เลอร์ (Richard Taylor) นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแห่งโอเรกอน ได้เขียนคำอธิบายไว้ในหนังสือฟิสิกส์เวิลด์ บอกว่า ภาพอีทีขนาด 200 ฟุต ที่เห็นนี่แหละ สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยอุปกรณ์ที่หยิบฉวยมาจากในครัวได้สบายๆ นั่นคือ ไปงัดเอาอะไหล่ในเตาอบไมโครเวฟมา พร้อมกับมีอุปกรณ์วัดระยะจีพีเอสสักตัวก็สร้างได้แล้ว

อาจารย์เทย์เลอร์บอกว่า หากใครอยากทำเลียนแบบ ก็จงถอดเอาหลอดให้ความร้อนในเตาไมโครเวฟ หรือที่เรียกกันว่า หลอดแม็กนิตรอนออกมา แล้วหาแบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ มาประกบเพื่อเป็นแหล่งให้พลังงาน จากนั้นก็ออกไปลุยสร้างวงธัญพืชปริศนากลางท้องทุ่งได้เลย

ลักษณะการล้มลงของต้นข้าวใน Crop Circle.

ลักษณะการล้มลงของต้นข้าวใน Crop Circle.

ท่านศาสตราจารย์บอกว่า ทีมงานที่ศึกษาร่วมกันมาสามารถใช้อุปกรณ์แบบนี้สร้างภาพให้เกิดเป็นวงกลมปริศนาได้ โดยคลื่นที่ออกมาจากหลอดแม็กนิตรอน จะสามารถทำให้ลำต้นพืชล้มลงไป จนเกิดเป็นวงธัญพืชปริศนาได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์รูปแบบต่างๆ ที่แม้จะมีรายละเอียดของภาพมากมาย ก็ไม่ยากจะทำได้ในเวลาไม่นานนัก

ส่วนคำอธิบายแบบเก่าๆที่เคยมีผู้ออกมายอมรับว่าล้อเล่นกับวงธัญพืชปริศนา โดยใช้แผ่นไม้กระดานนาบให้ต้นพืชราบลงไปนั้น ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เหมือนกัน แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การพัฒนาเทคโนโลยีโดยใช้จีพีเอส และอุปกรณ์ เลเซอร์เข้าช่วย ก็จะทำให้เทคนิคการสร้างสรรค์เป็นไปได้ดีขึ้น และเกิดเป็นรูปแบบที่แน่นอนขึ้น

 

พออาจารย์ออกมาประกาศความเชื่อเรื่องนี้ ก็ทำเอาเหล่าผู้เชื่อในยูเอฟโอออกมาโจมตีอาจารย์กันขนาดหนัก หลายๆคนหยันอาจารย์จากโอเรกอนท่านนี้ว่า ปรากฏการณ์วงธัญพืชปริศนาที่เกิดขึ้นมาหลายปีดีดักตั้งแต่ก่อนอาจารย์จะอุแว้...อุแว้...ออกมานี้ เป็นเรื่องยิ่งใหญ่และซับซ้อนเกินกว่าที่เหล่าเราๆจะเข้าใจได้ด้วยคำว่า “วิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบัน”

ในขณะที่เจ้าของที่ดินอันเกิดรูป “อีทีคาบไปป์” นี้คือ ทิม คาร์สัน (Tim Carson) บอกว่า แม้จะเคยเกิดวงธัญพืชปริศนาในฟาร์มของลุงแกมาตั้ง 125 ครั้งแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 แต่เกิดทีไรก็ยังอดประหลาดใจไม่ได้ และลุงแกก็บ่นด้วยว่า พอมีวงธัญพืชปริศนามาโผล่ทีไร สิ่งที่ตามมาทันทีคือความเสียหายกับผลิต ผล จากปัจจุบันที่ลุงคาร์สันก็เซ็งๆ อยู่แล้วที่ต้นทุนการทำฟาร์มข้าวสาลีพุ่งเอ๊า...พุ่งเอา แถมยังเจอภัยแล้งซํ้าซ้อนอีก

ก็ยังไม่วายต้องมาเจอรูป “อีที” ที่ทำให้ต้นข้าวของลุงตายแหงแก๋...

 

ลุงคาร์สันบอกว่า วงกลมแต่ละวงที่มาลงในฟาร์ม ทำให้ลุงต้องเสียรายได้ไปประมาณ 1,000 ปอนด์ มิหนำซํ้า ในที่ดินเดิมนี้ พอมาปลูกพืชซํ้าในปีหน้า ก็จะไม่ได้ผลผลิตที่งอกงามเหมือนพื้นที่อื่นๆ ดังนั้น พอวงอีทีขี้เล่นอันนี้โผล่ขึ้นมาปุ๊บ ลุงก็ไม่รีรอที่จะทำลายมันทิ้ง เรียกว่าอย่าอยู่ให้รกหูรกตาเลย แต่ก็โชคดีที่เหล่านักล่าวงธัญพืชปริศนาได้ถ่ายรูปเอาไว้ได้

อันว่าเมืองวิลท์เชียร์ที่เกิดรูปภาพนี้อยู่ใกล้ๆ

รูปม้าขาวอันมีชื่อเสียงในพื้นที่ถัดจากสโตนเฮนจ์มาไม่มากนัก และเป็นเมืองที่มีสถิติการเกิดวงธัญพืชปริศนามากที่สุด คือในแต่ละปีจะเกิดขึ้นประมาณ 50-60 วง ในขณะที่สถานที่อื่นๆทั่วโลกจะเกิดขึ้นอีกประมาณ 40-50 วง เรียกว่าพื้นที่นี้ต้องเป็นพื้นที่พิเศษจริงๆ ทำให้ในรอบหลายปีที่ผ่านมา เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตามรอยวงธัญพืชปริศนามาที่นี่กันอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวข้ามนํ้าข้ามทะเลมาดูให้เห็นกับตาตัวเองกันปีละหลายพันคน และเมื่อได้ข่าวว่าวงธัญพืชปริศนามาโผล่ที่ไหน ก็จะรีบกระจายข่าวและแห่กันไปยกใหญ่

 

หนึ่งในผู้นำทัวร์คนสำคัญ และเป็นผู้เชี่ยว ชาญเรื่องวงธัญพืชปริศนาด้วย คือ เจเน็ต ออสเซบาร์ด (Jenet Ossebaard) ผู้เขียนหนังสือ Crop Circles : Scientific Evidence ก็เป็นคนหนึ่งที่ออกวิ่งตามวงธัญพืชปริศนาเหล่านี้ เธอบอกว่า ต้นพืชที่ล้มลงมีความผิดปกติเกี่ยวกับชีวฟิสิกส์ ต้องไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์หน้าไหนแน่ๆ และหากพิจารณาพื้นที่รอบๆ จะพบว่ามีลักษณะเหมือนถูกนํ้าวนวงใหญ่โถมลงมาใส่ และยังสามารถมองเห็นรอยไหม้ที่ต้นพืช และรอยกร่อน ก้านพืชที่ล้มลงไปมีรูดูเหมือนการผุกร่อน ในขณะที่ตัวด้วง ตัวแมลงที่อยู่รอบๆก็มีรอยไหม้ ด้วยเหมือนกัน จึงฟันธงว่า วงธัญพืชปริศนาเกิดจากสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดลํ้า ไม่ใช่เป็นผลงานของพวกหลอกลวงแน่นอน

มีรายงานว่า วงธัญพืชปริศนาเหล่านี้ได้ถูกพบเห็นในอังกฤษมาตั้งแต่ ค.ศ.1678 และต่อมาปี ค.ศ. 1932 ก็ดังกระฉ่อน เพราะมีการถ่ายภาพไว้เป็นภาพแรก ทำให้โลกทั้งโลกได้เห็นและพลอยครางฮือไปกับคนอังกฤษด้วย

Crop Circle รูปมนุษย์ต่างดาวคาบไปป์.

Crop Circle รูปมนุษย์ต่างดาวคาบไปป์.

สำหรับปี ค.ศ.2011 นี้ มีรายงานการเกิดของวงกลมปริศนาในอังกฤษแล้ว 59 วง และที่อื่นทั่วโลก 45 วง แต่คาดว่ากว่าเรื่องนี้จะถึงมือท่านผู้อ่าน จำนวนวงก็น่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และอาจจะมีภาพที่น่าสนใจมากกว่าอีทีคาบไปป์โผล่มาอีกก็ได้

และหากจะพูดกันถึงภาพที่ถูกวิเคราะห์เจาะลึกมากที่สุดอีกภาพหนึ่ง เห็นจะเป็นวงธัญพืชปริศนาที่เกิดขึ้นที่เขตเวสต์ วู้ดเฮย์ (West Woodhay) ซึ่งก็อยู่ในเมืองวิลท์เชียร์เมืองเดิมนั่นแหละ (บอกแล้วว่าย่านนี้เป็นย่านฮิต)

ภาพที่มีผู้สนอกสนใจกันมากนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมานี้เอง เป็นภาพที่มีวงกลม 29 วง เรียงต่อกันเองเป็น เส้นโค้ง ลักษณะคล้ายงูใหญ่ แถมส่วนหัวยังมีลักษณะเหมือนเป็นลิ้นมีแฉกพุ่งออกไปอีก
ทำไมภาพนี้ถึงกลายเป็นภาพสำคัญที่มีการกล่าวถึงกันมากในเครือข่ายของกลุ่มผู้สนใจวงธัญพืชปริศนาที่ตอนนี้ “เปิดวงเมาท์” กันทั่วโลกผ่านสังคมออนไลน์

ว่ากันแบบพื้นๆก่อน หากมองว่า นี่คืองู คำตอบที่ตามมาคือความชั่วร้าย เพราะงูเป็นสัญลักษณ์แห่งพิษ และเรื่องร้ายๆ มาแต่ไหนแต่ไร การมีภาพงูมาปรากฏในวงธัญพืชปริศนานี้ จึงทำให้เกิดการตีความไปในเบื้องต้นก่อนว่า นี่คือลางร้าย

และเมื่อมีผู้ออกมาตีความมากขึ้นไปอีก ก็มีการโยงเข้าไปถึงเทพเควทซาลโคลท์ (Quetalcoalt) อันเป็นเทพดั้งเดิมของชาวเอสเท็กส์ (Aztecs) ที่มีจารึกในนครเก่าแก่เตโอติฮัวคัน (Teotihuacan) และชาวเผ่าโบราณในแถบอเมริกากลางหลายเผ่าก็นับถือ รวมทั้งพวกมายัน เจ้าของตำนานวันสิ้นโลกในปี ค.ศ.2012 อันลือลั่น

ภาพอีที ที่ถ่ายในระดับสายตา.

ภาพอีที ที่ถ่ายในระดับสายตา.

เทพเควทซาลโคลท์นี้ เป็นเทพที่มีรูปลักษณ์เป็นงู หรือมังกรใหญ่ พระองค์เป็นเทพแห่งรุ่งอรุณ ทว่า กว่าที่แสงทองแห่งอรุณรุ่งจะมาถึง ย่อมต้องเกิดความมืดมิดมาก่อน จึงตีความกันว่า พระองค์เป็นเทพแห่งการทำลายล้างด้วย ที่ผ่านมา พระองค์จากไปเพียงระยะ หนึ่ง และเมื่อได้เวลาที่องค์เทพกลับมา นั่นก็คือวาระสุดท้ายของโลกยุคนี้

เมื่อพินิจพิจารณาแฉกที่ลิ้นงู ก็มีการตีความว่า นั่นน่าจะเป็นสามง่าม หรือ ตรีศูล หนึ่งในสัญลักษณ์ของพระศิวะ มหาเทพแห่งการทำลายล้าง และเกิดใหม่ ผู้ทรงสังวาลเป็นงู ในขณะที่ตรีศูลของพระองค์เอง ก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความตาย การทำลายล้าง และการเกิดใหม่

ยัง...ยังไม่หมด มหาเทพอีกพระองค์หนึ่งที่ทรงตรีศูล คือ เทพโพไซดอน หรือเนปจูน เจ้าแห่งท้องนํ้าทะเลและมหาสมุทร ซึ่งยามพิโรธอาจก่อ ให้เกิดทั้งภัยจากนํ้าและธรณีไหว ซึ่งอาจจะเกี่ยว พันกับการร่วมกวาดล้างทำลายโลกด้วย

สรุปว่า ทุกทางบ่งชี้ไปถึง “คำเตือนวันสิ้น โลก” ของแทบทุกความเชื่อ ทุกอารยธรรมทั่วโลก คำเตือนนี้จึงเป็นคำเตือนอันสากล ที่ทำให้หลายคนขำไม่ออก

ส่วนวงกลมปริศนานี้ จะเป็นคำเตือนถึง อนาคตหรือเป็นแค่เรื่องล้อเล่นขำๆก็คงต้องลุ้นกัน
ต่อไป...

ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 43470478

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!