Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป  พฤศจิกายน 54
Home    Contacts



บทความทั่วไป  พฤศจิกายน 54 PDF พิมพ์

หน้า 2

วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

คนดังนั่งเขียน 'ครูลิลลี่' ในบทบาทครูผู้อนุรักษ์ภาษาไทย (สุดฮา)

Pic_214076

สุดยอดครูในเมืองไทย คงปฏิเสธไม่ได้ ว่ามีชื่อ "ครูลิลลี่" ปรากฏอยู่ เพราะครูภาษาไทยคนนี้ ไม่ได้สอนแต่หนังสือเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำประโยชน์ให้กับคนไทยอย่างมหาศาล ด้วยการเปลี่ยนทัศนคติของเด็กไทย ที่มีต่อวิชาภาษาไทยในด้านลบ กลับกลายเป็นความชื่นชอบและความรักในภาษาไทยแบบไม่รู้ตัว นี่คือความภาคภูมิใจส่วนตัวของครูผู้มีจิตวิญญาณอย่างแท้จริง...

"กิจมาโนชญ์ โรจนทรพัย์" หนึ่งในคอลัมนิสต์ชื่อดัง หรือ "ครูลิลลี่" ที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาและรู้จักกันเป็นอย่างดี นับจากนี้คนดังนั่งเขียนผู้นี้จะมาเสิร์ฟข้อมูลข่าวสารต่างๆ นานาในแวดวงภาษาไทย มาฝากผู้อ่านกันเป็นประจำผ่าน "ไทยรัฐออนไลน์" ทุกสัปดาห์ งานนี้ "ครูลิลลี่" ไม่มีกั๊ก เตรียมปล่อยมุกกระจายละเลงความสนุกเต็มที่ ไม่เฉพาะแต่ในห้องเรียนเท่านั้น คอลัมน์ของครูภาษาไทยชื่อดัง ยังจะแฝงไปด้วยความรู้ ความสนุก ตลอดจนสาระภาษาไทยที่ไม่เครียดจนเกินไป เพราะ "ครูลิลลี่" กระซิบบอกว่า "ภาษาไทยไม่ใช่เรื่องยาก" แต่จะยากง่ายแค่ไหน เราก็คงต้องติดตามกันดู เพราะครูลิลลี่ ย้ำนักย้ำหนา ว่า "เราทอดทิ้งภาษาไทยไปไม่ได้ เพราะเราคือคนไทย"

 


ช่วงนี้ถ้าไม่ติดวิกฤติน้ำท่วม มีหวังหลายคนได้เลือกหนังสือดีๆ เกี่ยวกับภาษาไทยไปอ่านกันแบบชิลๆ สักเล่มแล้ว เพราะผลงานล่าสุดของคอลัมนิสต์คนดัง คือการเปิดตัวพ็อกเกตบุ๊ก ชื่อว่า "แบบเลียนภาษาไทย จากใจครูลิลลี่" ที่ถูกเลื่อนการเปิดตัวออกไปก่อน เพราะว่าโชคร้ายเป็นของคนไทย ที่ยังต้องฝ่าฟันต่อสู้กับน้ำไปอีกสักระยะ แต่ก็ขอให้ทุกคนสู้ๆ ต่อไป

อย่างไรเสีย "ครูลิลลี่" ก็ยังไม่หนีหายไปไหน ยังคงสอนพิเศษอยู่ที่สยามสแควร์ทุกวัน แถมยังมีภารกิจหลัก คือการสอนหนังสือทางไกลให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดภาคใต้ และยังรับบทเป็นพิธีกร ทำหน้าที่บรรยายพิเศษภาษาไทยทั่วประเทศด้วยเช่นกัน งานนี้ไม่ต้องน้อยใจเพราะ "ครูลิลลี่" ก็มีสอนพิเศษทางไกลแบบดูเทปการสอนด้วยเหมือนกัน

เราเริ่มอัพเดทชีวิต "ครูลิลลี่" กันก่อนว่าช่วงนี้ทำอะไรบ้าง ?

"ช่วงนี้ก็สอนหนังสือทุกวัน จะไม่สอนทุกวันได้ยังไง เพราะเด็กอยากเจอเรา จะให้สอนเป็นเทปก็ไม่ได้ ถ้าคนอยากดูพี่เบิร์ด หรือคริสติน่า จะเอาคนอื่นไป เราจะเอาคนอื่นมา มันก็ไม่ใช่"

ย้อนกลับไปก่อนที่จะมาเป็นคุณครูภาษาไทย "ครูลิลลี่" เริ่มจากอะไร ?

"เมื่อ 20 ปีก่อน ครูทำงานเป็นพนักงานสัมพันธ์ แต่มีอยู่วันหนึ่งได้มีโอกาสไปสอนหนังสือเด็กที่หน้าห้องจริงๆ เพราะต้องไปช่วยสอนแทนเพื่อนที่ปวดท้องกะทันหัน พอวันนั้นที่ได้สอนแหละ ก็รู้สึกว่า เวลาที่เราสอนหนังสืออยู่หน้าห้อง อยู่กับเด็กๆ มันสนุก และมีความสุขเนอะ ซึ่งเราก็รู้สึกชอบ และคิดว่ามันใช่ วิชาการสื่อสารทางการพูดเป็นวิชาแรกที่ถือเป็นจุดประกาย ทำให้มีความรู้สึกว่า นั่นคือโชคดี เพราะหลังจากที่เรียนจบ 3 เดือน ทำให้เรารู้ตัวเองว่า เราชอบอะไร จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ 20 ปีแล้ว มีความสุขน่ะ"

ต่อมา "ครูลิลลี่" ก็สอนวิชาที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทยโดยตลอด โดย "ครูลิลลี่" จะเน้นเรื่องหลักภาษาเป็นสำคัญก่อน แล้วจึงมีทฤษฎีเพิ่มเข้ามา ซึ่งทั้งหมดมันก็เกี่ยวข้องกับการฟัง พูด อ่าน เขียนนั่นเอง

ตลอดระยะเวลา 20 ปี "ครูลิลลี่" บอกว่าได้อะไรจากการเป็นครูสอนภาษาไทย

"ได้อะไร ก็ได้เรียนรู้ว่าการเป็นครูไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่มันก็สนุก และก็รู้สึกว่าได้อนุรักษ์ในสิ่งที่เด็กเบื่อ เพราะนอกจากเราจะสอนให้เค้าเก่งแล้ว เรายังรู้สึกภูมิใจ ที่เป็นแค่คนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่ทำให้เด็กๆ หันมาชอบ และสนใจในภาษาไทยของเรา จากเด็กที่บ่นเบื่อภาษาไทย กลายเป็นเด็กที่ชอบภาษาไทย มันไม่ใช่เรื่องง่าย และนี่คือสิ่งที่ทำให้คิดว่า เราต้องอยู่เป็นครูสอนภาษาไทยต่อ"

"ครูลิลลี่" กระซิบบอกว่า บางครั้งก็เคยคิดจะหยุดสอนเหมือนกัน เพราะบางทีเราก็รู้สึกเหนื่อย บางทีเราก็รู้สึกท้อบ้าง แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้หยุดสอนสักที

 


ถามถึงเวลาสอนหนังสือบ้าง "ครูลิลลี่" ดุไหม ?

"ดุนะ ครูเป็นคนเอาจริงเอาจัง เวลาสอน ถ้าเด็กเล่นนะ ครูจะจัดการทันทีเลย ประมาณว่าอย่านะ อย่าคุย อย่าเล่นกันนะ บางครั้งเคยดุจนเด็กร้องไห้ แต่ครูก็ไม่ได้ว่าคำหยาบคาย แต่ครูจะใช้คำสอนที่แทงเข้าไปในหัวใจเด็กแทน"

ความสำเร็จอยู่ที่เด็กสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้รึเปล่า ?

"แต่ละปีเด็กที่มาเรียนกับครู ก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ประมาณ 70-80% แต่นั่นหมายความว่าเด็กต้องเก่งวิชาอื่นด้วย ไม่ใช่เก่งแต่วิชาภาษาไทยอย่างเดียว"

แล้วภาษาไทยยากตรงไหน ?

"ยากตรงหลักภาษา เด็กก็เลยรู้สึกเบื่อ แต่ครูว่าภาษาไทยง่ายนิดเดียว ที่พูดอย่างนี้ เพราะครูเอาตัวเองเป็นหลัก ครูไม่ใช่คนหัวเก่ง คนหัวดี แต่ครูก็เรียนภาษาไทยรู้เรื่อง แต่ถ้าครูไปเรียนเลข ชีววิทยา หรือฟิสิกส์ ครูก็เรียนไม่ได้ดี"

เทคนิคการเรียนภาษาไทย "ครูลิลลี่" บอกว่าอยู่ที่เราต้องเอาหลักภาษาเป็นตัวตั้ง เพราะถ้าเราไม่เข้าใจหลัก มันก็จะงงไปหมดเลย แต่พื้นฐานทัศนคติต้องดีตั้งแต่แรกด้วย เพราะถ้าทัศนคติต่อภาษาไทย หรือต่อตัวครูติดลบตั้งแต่แรก มันก็มีผลต่อการเรียนรู้เหมือนกัน

"ปัจจุบันภาษาเขียนของเราวิบัติไปเยอะ อย่างเรื่องสะกดคำ เด็กมักจะเขียนผิด อย่างผู้ใหญ่จะไทยคำอังกฤษคำ แต่ส่วนตัวครูก็ยังเชื่ออยู่ว่าภาษาไทยจะยังอยู่กับเราไปอีกนาน มันไม่หายไปไหนหรอก เพียงแต่ว่าคนอาจจะให้ความสำคัญมากหรือน้อยเท่านั้นเอง บางทีเราก็ไม่ใส่ใจ" ครูลิลลี่ กล่าว


 


การดำรงไว้ซึ่งภาษาไทย ครูลิลลี่คิดว่ายากไหม ?


"ส่วนตัวครูเอง คิดว่ายากนะ ถ้าครูทำคนเดียว ซึ่งบางทีต้องอาศัยสื่อมวลชน รัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองให้ความร่วมมือ เพราะเรื่องนี้ต้องเริ่มกันตั้งแต่ตอนเด็ก หากจะไปแก้ไขตอนโต มันทำได้ยาก มันต้องช่วยกันจริงๆ ไม่ใช่ช่วยกันแค่วันภาษาไทยวันเดียว แล้วทุกอย่างก็จบ คนเราต้องสื่อสารกันทุกวัน ครูว่ามันสำคัญทีเดียว"

การเป็นครูภาษาไทย ต้องมีเทคนิคอย่างไร ?

"ครูว่าการเป็นครูทุกวิชาต้องตรึงเด็กให้อยู่ การขึ้นมาสอนแต่ละครั้ง มันเหมือนกับการแสดง ทอล์กโชว์ หรือคอนเสิร์ต ตลอดเวลาที่สอน เช่น 2 ชั่วโมง ถ้าเราตรึงเด็กไว้ไม่อยู่ สิ่งที่สอนก็ไม่เข้าหัวเด็กอยู่ดี เด็กก็ไม่ได้อะไร ครูต้องใช้พลังอย่างมาก ต้องทำให้เด็กรู้สึกได้อะไรกลับไป เหมือนการมาดูภาพยนตร์สักเรื่อง ก็ต้องได้รับความสนุกกลับไป นี่คือเทคนิค"

ครูลิลลี่ บอกว่า "ถามว่าสนุกไหมกับการเป็นครู คงจะมีความสุขมากกว่า ตอนที่ทำให้เด็กเข้าใจ หรือตอนสอบติด แต่ที่มีความสุขมากที่สุด คือตอนที่ได้ยินประโยคว่า "จากหนูที่เคยไม่ชอบ ครูทำให้หนูชอบและรักภาษาไทย" ครูว่า ครูได้บุญมหาศาล เพราะการทำให้เด็กเก่ง ใครก็ทำได้ แต่ทำให้เด็กรักตรงนี้ได้ มันไม่ง่าย ยิ่งทำให้ครูทิ้งวงการสอนหนังสือไม่ได้จริงๆ"

ก่อนที่จบการสนทนา ครูลิลลี่ กล่าวกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า "ครูรักภาษาไทยนะ ครูสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็เพราะวิชาภาษาไทย มันเลยปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ครูมีครูในดวงใจเป็นครูภาษาไทยที่โรงเรียนเตรียมอุดม แต่ครูต้นแบบในการสอนเป็นครูวิทยาศาสตร์ ที่เป็นต้นแบบเพราะรู้สึกว่าครูใจดี พาเราไปบ้านที่เพชรบุรี ภาพนั้นรู้สึกว่าครูเป็นกันเอง เลี้ยงขนม เราก็รู้สึกอบอุ่น และคิดว่า ถ้าวันหนึ่งเราเป็นครู เราจะก๊อบคนนี้แหละ แต่ครูที่เราเป็นต้นแบบ ก็ไม่ได้สนุกโปกฮาเหมือนเรานะ ความสนุกมันคือตัวของเราเอง เพราะอยู่ดีๆ จะมาขำอยู่ 20 ปี ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ฉะนั้นก็ต้องมีความสุขและรักในความเป็นครูภาษาไทยจริงๆ"

สุดท้าย "ครูลิลลี่" เปิดใจเกี่ยวกับการมาเป็นคอลัมนิสต์ให้กับเราว่า "คอลัมน์นี้คงเป็นช่องทางที่ครูจะได้พบกับผู้คนในสังคม หรือเด็กๆ ครูว่าคอลัมน์นี้จะถือเป็นกระบอกเสียงหนึ่ง ที่ได้บอกกล่าวให้ทุกคนได้ใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง ครูจะพยายามถ่ายทอดคอลัมน์นี้ ให้ออกมาเป็นตัวของตัวเองที่สุด ก็อยากจะบอกความรู้เกี่ยวกับภาษาไทยให้กับคนที่ไม่ได้เรียนกับครู แต่ก็คงจะเป็นเรื่องอะไรที่ง่ายๆ หรือเป็นอะไรที่น่ารู้ น่าติดตาม อย่างไรก็มาลองเป็นเพื่อนคุยภาษาไทยกัน ครูหวังว่าคอลัมน์นี้จะช่วยส่งเสริม และรักษารากเหง้าของภาษาไทยไว้ ซึ่งครูคิดว่า ภาษาไทยเป็นอะไรที่ทิ้งไม่ได้ เพราะเราคือคนไทย..."



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 43901131

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!