Home arrow บทความทั่วไป arrow ปรากฏการณ์สุดเพี้ยน ท่าพิสดารจากเทรนด์ฮิตต่างแดนสู่แผ่นดินสยาม
Home    Contacts



ปรากฏการณ์สุดเพี้ยน ท่าพิสดารจากเทรนด์ฮิตต่างแดนสู่แผ่นดินสยาม PDF พิมพ์

Pic_181499

กลายเป็นปรากฏการณ์ที่หยุดไม่อยู่แล้วสำหรับการทำท่าพิสดาร ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย อย่างการทำแพลงกิ้งที่โด่งดังในประเทศออสเตรเลีย มายังกลุ่ม Social Network จนกระทั่งลามไปสู่ดารา วัยรุ่น พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีกระแสการทำท่าใหม่ๆ ตามมา เช่น ท่านั่งพับเพียบ ที่เรียกเสียงฮือฮา และน่าจะถูกใจคนไทยที่สุด รวมทั้งท่ารีดผ้าท้านรก และท่าลอยตัว ซึ่ง 2 ท่าหลังนี้เริ่มถูกโพสต์ลงในแฟนเพจของเว็บไซต์เฟซบุ๊กของคนไทยบ้างแล้ว

 

 


'แพลงกิ้ง' ท่าพิเรนทร์สุดแผลง แกล้งนอนตาย

คราวก่อนพูดถึงเรื่องการแพลงกิ้งไปแบบเต็มๆ กันแล้วว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร วันนี้กระแสของแพลงกิ้งก็ยังคงฮอตไม่เลิก เพราะนอกจากในหมู่วัยรุ่น และดาราที่ฮิตทำกันแล้ว ยังลามไปถึงเรื่องการเมือง เช่น การแพลงกิ้งรณรงค์เลือกตั้งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2554 กลุ่มคนเสื้อแดงก็ได้ทำแพลงกิ้งเพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตเมื่อปีที่แล้วบริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งวันนั้นก็เรียกความสนใจได้มากทีเดียว ส่วนจะมองว่าเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์ หรือสร้างกระแส อันนี้ก็คงต้องแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนไป นอกจากนี้ กระแสของการทำแพลงกิ้งที่ไม่น่าเกิดขึ้น อย่างในกลุ่มพระสงฆ์ ที่มีการแพลงกิ้งบริเวณบันได อย่าเรียกว่าไม่เหมาะสมเลย เพราะพฤติกรรมแบบนี้ มันไม่สมควรคิดที่จะทำด้วยซ้ำ พระวินยาธิการ หรือตำรวจพระจึงได้ออกมาแสดงความคิดเห็น รวมถึงได้ลงโทษพระสงฆ์ที่ทำแพลงกิ้งไปแล้วตามระเบียบ

 

นอกจากจะเริ่มกลายเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมในสังคมไทยแล้ว ทางด้านรักษาการ ผอ.กองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย นพ.ธีรศักดิ์ ลักษณานันท์ ก็ได้ออกมาเตือนถึงการทำท่าแพงกิ้งแล้วด้วยว่ามีความเสี่ยงต่ออวัยวะภายในจากการกระทบกระเทือนบริเวณช่องท้อง เช่น ตับ ม้าม ซึ่งถ้าไปทำท่านี้บนเสา อาจทำให้ตับและม้ามแตกได้ ทางที่ดีถ้าอยากจะทำจริงๆ ควรเป็นที่ราบที่มีความปลอดภัยจะดีกว่า

พับเพียบไทยแลนด์ แนวแบบไทย กลบกระแสแพลงกิ้ง

กระแสของแพลงกิ้งที่เกิดขึ้น มีให้เห็นทั้งดีและไม่ดีให้เห็น พักหลังวัยรุ่นจึงเริ่มเปลี่ยนมาทำท่าอื่นกันบ้าง เพื่อกลบกระแสแพลงกิ้ง อย่างการนั่งพับเพียบถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะเพียงไม่กี่วันก็มีสมาชิกที่มาโพสต์รูปลงในแฟนเพจของเฟซบุ๊ก พับเพียบไทยแลนด์กันอย่างมากมาย กลายเป็นอีก 1 ปรากฏการณ์ใหม่ ที่ดูแล้วสังคมไทยน่าจะรู้สึกดี และยอมรับมากกว่าการทำแพลงกิ้ง เพราะท่านั่งพับเพียบนั้นถือเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยอยู่แล้ว

 


 

รีดผ้าท้านรก เทรนด์เก่า เล่าใหม่จากเมืองผู้ดี

แต่ความแปลกประหลาดก็มักจะดึงความสนใจในกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบเล่น หรือทำอะไรพิเรนทร์มากกว่า ล่าสุดกระแสการทำ EI (Extreme Ironing) หรือรีดผ้าท้านรก ก็กำลังจุดประกายวัยรุ่นไทยเริ่มโพสต์ท่าถ่ายรูปเก็บไว้มากขึ้น ซึ่งในต่างประเทศนั้นกระแสนี้มีมานานแล้วตั้งแต่ปี 1997 ซึ่งคนที่เริ่มทำก็ไม่ใช่แม่บ้านที่ไหน แต่เป็นพนักงานโรงงานเสื้อผ้าในประเทศอังกฤษ Phill Shaw ที่กำลังอยู่ในอารมณ์เบื่อ ขี้เกียจจากการทำงานหนัก หลังเลิกงานแทนที่จะได้พักผ่อนกลับต้องมานั่งรีดผ้าที่กองสุมหัว หนุ่มคนนี้้เลยเกิดไอเดียแผลงๆ แก้เครียด โดยการนำกีฬาปีนเขาที่เขาชื่นชอบมาทำร่วมกับการรีดผ้า ซึ่งภายหลังชาวอังกฤษเลยทำตาม และเริ่มมีหลายสถานที่มากขึ้น ทั้งบนบก ในน้ำ กลางอากาศ รวมถึงมีอุปกรณ์เสริมที่เรียกความฮือฮา และและใส่ลีลาการรีดผ้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น จนกระทั่งพัฒนาเป็นกีฬา และมีการไปโปรโมตในต่างประเทศ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 1999 การรีดผ้าท้านรกก็เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น จนลามมาถึงในประเทศไทยแล้ววันนี้

 

เลวิเทติ้ง (Levitating) ลอยค้างกลางอากาศ

อีก 1 ท่าแปลก ที่กำลังมาแรงในตอนนี้จนกระแสแพลงกิ้งกระเด็นไปเลยก็คือ ท่าเลวิเทติ้ง (Levitating) หรือท่าลอยค้างบนอากาศ ซึ่งคนที่คิดก็คือนัทสึมิ ฮายาชิ สาวน้อยจากประเทศญี่ปุ่น โดยเธอได้ถ่ายรูปภาพที่ตัวเองทำท่าลอยตัวหลายๆ แบบไปโพสต์ในเว็บไซต์ต่างๆ จนมีคนทำตาม และเอารูปมาลงมากขึ้น

จะเพี้ยนจะประหลาดอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดก็คือ ความเหมาะสมและความปลอดภัยของเราเองเป็นสำคัญ.

ไทยรัฐออนไลน์ 25 มิถุนายน 54

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42605836

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!