Home arrow บทความทั่วไป arrow "DEVGRU" ยอดทีมต้านก่อการร้าย ซีล ทร.สหรัฐฯ
Home    Contacts



"DEVGRU" ยอดทีมต้านก่อการร้าย ซีล ทร.สหรัฐฯ PDF พิมพ์

Pic_168632

ไปทำความรู้จัก US.NAVY SEALs TEAM6. (DEVGRU) ซีลผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการเด็ดชีพ "บินลาเดน" หน่วยรบเดนตาย ที่เป็นสุดยอดของนักรบ 3 มิติ น้ำ ฟ้า ฝั่ง กองทัพเรือสหรัฐฯ...

จากข่าวการการเสียชีวิตของ "โอซามา บิน ลาเดน"ด้วยน้ำมือของกองกำลังทหารสหรัฐฯเอง จากภารกิจกระหน่ำสาดกระสุนใส่บ้านพัก 3 ชั้น ของ บิน ลาเดน ที่มีเนื้อที่กว้างขวาง ล้อมลวดหนามสูงราว 4-6 เมตร ใหญ่กว่าบ้านพักอาศัยธรรมดาถึง 8 เท่า ในเมืองแอบบอตทาบัด ห่างจากกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานไปทางตอนเหนือราว 100 กิโลเมตร ด้วยเฮลิคอปเตอร์ 4 ลำ พร้อมหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ ที่ต่อมาเปิดเผยว่าเป็นหน่วยซีล ของกองทัพเรือสหรัฐฯ

หลายคนอาจสงสัยว่าซีลทีมที่ปฏิบัติการครั้งนี้ มีหน้าตาเป็นอย่างไร ฝึกมาแบบไหน ทำหน้าที่อะไรบ้าง ไทยรัฐออนไลน์ จึงขอเสนอ US.NAVY SEALs TEAM6. (DEVGRU) ให้ท่านผู้อ่านได้รู้จัก

หน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษกองทัพเรือสหรัฐ  หรือ United States Naval Special Warfare Development Group เรียกกันติดปากว่า DEVGRU เป็นหน่วยรบพิเศษของกองทัพเรือสหรัฐฯ มีภาระกิจต่อต้านการก่อการร้ายสากล เดิมทีเคยเป็นหน่วยซีลทีมซิกซ์ (SEALs  TEAM.6)  ที่ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานโดย กองบัญชาการสงครามพิเศษกองทัพเรือ ต่อมาภายหลังได้ควบคุมการปฏิบัติงานโดย กองบัญชาการร่วมปฏิบัติการพิเศษ  หรือ Joint Special Operations Command.เรียกย่อๆ ว่าJSOC มีกำเนิดเริ่มต้นในปี 1980 ในเหตุการณ์จับตัวประกันนสถานทูตสหรัฐฯ ที่อิหร่าน  ที่ทางกองทัพสหรัฐวางแผนจะเข้าไปช่วยตัวประกัน  ในปฏิบัติการ อีเกิล คลาว โดยหัวหน้าผู้รับผิดชอบปฏิบัติการร่วมใน ขณะนั้น คือ ริชาร์ด มาซินโก  ได้ตั้งทีมพิเศษ TAT (Terrorist Action Team) เพื่อช่วยตัวประกัน แต่กลับกลายเป็นปฏิบัติการแห่งหายนะ เมื่อเครื่องบินลำเลียงซี 130 เกิดตกทำให้ทีมช่วยตัวประกันเสียชีวิต 

หลังจากนั้นจึงมีการให้ตั้งหน่วยซีลทีม 6 ขึ้นมาเป็นทางการโดยมีหน้าที่ "ต่อต้านการก่อการร้ายสากล" เมื่อเดือน  ต.ค.ปี 1980  ในอัตรากำลังพล 12 คนในทีม มาจากซีลทีม 1  ใช้เวลาในการเตรียมทีม 6 เดือน เพื่อปฏิบัติงาน  โดยช่วงที่เป็นซีลทีม 6 มีผลงานมากมาย  ในช่วงสงครามเย็น อาทิ การบุกแกรนนาดา เกาะในทะเลแคริบเบียน  การช่วยตัวประกันจากการจี้เครื่องบินTWA เที่ยวบิน 847 การช่วยเรือ อาชิเล เลาโร ของอิตาลีที่ถูกจี้ เป็นต้น ต่อมาในปี 1987 จึงกลายมาเป็น  DEVGRU  ที่เข้าม ามีบทบาทในภาระกิจตั้งแต่สงครามอ่าวเปอร์เซีย  ยุทธการพายุทะเลทราย  สงครามกลางเมือในโซมาเลีย (แบล็กฮอว์กดาวน์)  สงครามต่อต้านกลุ่มอัลไกดา และ ตาลีบัน ในอัฟกานิสถาน สงครามปลดปล่อยอีรัก (โค้นล้มซัดดัม ฮุสเซน)  การช่วยตัวประกันจากโจรสลัดโซมาเลีย  และ ปฏิบัติการปลิดชีวิตบินลาเดน

 


การคัดเลือกและการฝึกบุคลากรมาเป็นหน่วยซีลทีม 6  ในช่วงแรก ผู้การมาซินโก ไม่มีเวลามากนัก จึงเลือกเอาคนจากหน่วยซีล และนักทำลายใต้น้ำจูโจม หรือ  UDT ที่มีประสบการณ์ มีความสามารถพิเศษ เช่นพูดได้หลายภาษา เพื่อสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ ในด้านการฝึกซีลทีม 6 ต้องฝึกยิงปืนมากกว่าหน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐ เพื่อสร้างทักษะในการยิง ฝึกความแม่นยำ รวมถึงการต่อสู้ในระยะประชิด close-quarters battle (CQB) 

เมื่อกลายมาเป็น DEVGRU ผู้ที่มาสมัครมักเป็นหน่วยซีล และนักทำลายใต้น้ำจูโจมมาก่อน  การฝึกจะมีผู้เข้าคัดเลือกประมาณ 20 คนคัดเหลือ 12 คนสุดท้าย โดยตลอดการฝึก6-7 เดือน จะยังเป็นกรีนทีม เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นหน่วยซีล ผู้สมัครทุกคนต้องผ่านการฝึกที่สุดหฤโหด โดยครูฝึกจะเข้มงวดให้ผู้เข้ารับการฝึกซีลทุกคน พาร่างกายให้ไปเกินขีดจำกัดที่มนุษย์พึงจะทนได้ ทำให้มักมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และบางรายถึงขั้นเสียชีวิต ต้องจำหน่ายออกจากระบบ หลังจากคัดเลือกได้ครบ 12 คน แต่ละคนจะได้รับการฝึกทักษะขั้นสูง จากครูฝึกทั้งทหารและพลเรือน อาทิ การปีนเขาด้วยมือเปล่า การต่อสู้ด้วยมือเปล่า ทั้งแบบเชิงรุกและเชิงรับ การฝึกดำน้ำขั้นสูง การฝึกเอาตัวรอด ฝึกการดำรงชีพในน้ำในป่า รวมถึงการฝึกหลบหนี หากใครไม่ผ่านขึ้นตอนนี้ก็จะต้องถูกส่งตัวกลับ ส่วนผู้ที่ผ่านการคัดเลือก จะได้รับการบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในทีมนั่นเอง

 


สำหรับอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ ที่หนาวยซีลใช้งานนั้น เรียกได้ว่าพวกเขาถูกฝึกมาให้ใช้ทุกอย่างเป็นอาวุธได้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟัน ยันปืนใหญ่บนเรือรบ โดยอุปกรณ์ที่มักจะนำไปใช้งาน ได้แก่ 

ปืนพก
Mk 23 Mod 0 (Naval Special Warfare) เมื่อติดลำกล้องเก็บเสียงจะเป็น SOCOM
Mk 24 Mod 0 (SIG P226 Navy, 9x19mm) (Naval Special Warfare)
Heckler & Koch HK45 (.45 ACP) (Naval Special Warfare)

ปืนกลมือ
MP5N (9x19mm Parabellum), special operations only ติดรางพิเศษ​มือจับ ไฟฉาย และเลเซอร์ชี้เป้า

ปืนลูกซอง 12 นัด
Remington 7188 (Full-auto 12 gauge) (SEALs only)
Benelli M4 Super 90 (12 gauge)
Mossberg 590
Remington 870

ปืนเล็กยาวประจำกาย
M4A1 carbine (5.56x45mm NATO) นิยมดัดแปลงเป็นรุ่น SOPMOD
M16A4

ปืนไรเฟิลซุ่มยิง
M14 (Selective Fire rifle, 7.62x51mm NATO)
M14 SMUD (Stand-off Munition Disruption rifle, 7.62x51mm NATO)

เครื่องยิงจรวดนำวิถีพื้นสู่พื้น
FGM-148 Javelin (Reusable missile launcher, 127 mm)

เครื่องยิงจรวด
M136 (Bofors AT4; Disposable recoilless rifle, 84 mm)

เครื่องยิงลูกระเบิด
M203/A1/A2 (Grenade launcher, 40x46mm)
M32 Multi-Shot Grenade Launcher (Grenade launcher, 40x46mm) (USMC)

"ปฏิบัติการ เจอโรนิโม" ยุทธการ เด็ดชีพ บินลาเดน

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2554 ประมาณ 01.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นในเมืองแอบบอตทาบัด ประเทศปากีสถาน  โดยเมืองดังกล่าวอยู่หางจากกรุงอิสลามาบัด ทางตอนเหนือ ประมาณ 51 กิโลเมตรหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหรัฐฯ ได้เดินทางไปยังเป้าหมายโดยเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอวก์ 4 ลำ  ภายหลังมีคำสั่งจาก นายบารัค โอบามา ให้เข้าไปจัดการจับตัว โอซามา บิน ลาเดน  หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายอัลไกดา ที่แอบหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักกลางเมืองแอบบอตทาบาด หลังจากที่หน่วยข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ  หรือ ซีไอเอ ได้ประสานงานกับหน่วยข่าวกรองปากีสถาน (ไอเอสไอ) ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่เมืองแอบบอตตาบัดยืนยันถึงที่อยู่ของบินลาเดน

MH -60 แบล็กฮอว์ก ทั้ง 4 ลำบินลัดเลาะภูมิประเทศในเวลากลางคืน ก่อนลอบเข้ามาลอยตัวอยู่เหนือบ้านที่เป็นเป้าหมาย  แบล็กฮอว์ก  2 ลำแรก ลอยตัวทิ้งเชือกปล่อยให้หน่วยซีลของกองทัพเรือสหรัฐ  โรยตัวลงมา เพื่อเข้าจัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้นำอัลไกดา อย่างไรก็ตาม 1 ใน 2 ลำของเฮลิคอปเตอร์ที่ปฏิิบัติงานเกิดเสียการทรงตัว จนต้องไปร่อนลงฉุกเฉิน แต่ไม่มีรายงานการเสียชีวิตของนักบิน และลูกเรือ จากนั้นเสียงปืน และระเบิด รวมทั้งจรวดอาร์พีจี 7 จากกลุ่มผู้คุ้มกันบินลาเดน ดังสนั่นไปทั่วบ้าน

ทีมซีลของสหรัฐฯ ได้เข้าโจมตีต่อเป้าหมาย เพื่อให้บรรลุตามภาระกิจที่ได้รับมอบหมายมา คำสั่งคำเดียว "จับตายบิน ลาเดน" หน่วยซีลเข้าทำการรบในระยะประชิด เข้าตรวจแบบห้องต่อห้อง หลังจากผ่านไป 40 นาที เสียงปืนจึงสงบลง 

โดยร่างของบินลาเดน ถูกพบบริเวณชั้น 3 ในสภาพถูกยิง 2 นัดที่ศรีษะ และกลางอก และภาระกิจจบลงด้วยดี ไม่มีทหารสหรัฐ และพลเรือนในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีดังกล่าว

ส่วนเฮลิคอปเตอร์ที่ตก นักบินและลูกเรือได้รับการช่วยเหลือโดยหน่วยกู้ภัยของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ส่งเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยไปรับกลับออกมา

ไทยรัฐออนไลน์  พฤษภาคม 54



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42605645

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!