Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป เมษายน 54
Home    Contacts



บทความทั่วไป เมษายน 54 PDF พิมพ์

สารบัญ

เนื่อเรื่อง

วันที่
วินาศกรรมพิพิธภัณฑ์ไคโร ประวัติศาสตร์ที่ทำร้ายประวัติศาสตร์ 1
คืนมาครองรักกัน 2
ศพในพรุ มัมมี่แห่งเมืองยุโรป 3
สัญลักษณ์สื่อรัก 4
โลกของคนตัวเล็ก 18
'กวางโจว-หนานหนิง' สัมผัสแสงสี-ธรรมชาติจีนใต้ 18
วิวาห์นู้ด 18
เปิดนมสงกรานต์ มุมมองของหญิงรักหญิง 21
10 อันดับการย้ายทีมดีที่สุด ฤดูกาล 2010-11 23
ฮิตเลอร์..เป็น"ยิว" 25
20คนไทยบุคคลสำคัญโลก 25
วิหารเวสต์มินสเตอร์ 28
กล้วยคู่วิวาห์ 30

วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

วินาศกรรมพิพิธภัณฑ์ไคโร ประวัติศาสตร์ที่ทำร้ายประวัติศาสตร์

 

Pic_150229

 

กว่า 100 ปีที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ณ กรุงไคโร (Cairo Museum) ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานที่เก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุจากอารยธรรมอียิปต์โบราณกว่าหนึ่งแสนสองหมื่นชิ้น สามารถดึงเงินนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกไปอย่างมากมายมหาศาล และเชื่อว่าคนไทยหลายๆท่านก็คงจะเป็นส่วนหนึ่งที่ยินดีจะสละเงินเพื่อไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของโบราณวัตถุจากอารยธรรมแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์สักครั้งหนึ่งในชีวิต

โดยไม่คิดว่าในวันหนึ่งมันจะถูกวินาศกรรม!!

ทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน ขอนำท่านย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์จลาจลในประเทศอียิปต์ที่เกิดขึ้นเพื่อขับไล่ประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัค (Hosni Mubarak) วัย 82 ปี ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2554 ส่งผลให้จัตุรัสทาห์รีร์ (Tahrir Square) กลางกรุงไคโรต้องกลายมาเป็นศูนย์กลางการชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ ประธานาธิบดีมูบารัค ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากนั่งเก้าอี้มานานร่วม 30 ปี ซึ่งในที่สุดก็สำเร็จลงในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 ความสงบสุขกลับคืนสู่อียิปต์อีกครั้ง อำนาจทั้งหมดถูกส่งให้กับกองทัพ เพื่อรอประชาธิปไตยที่แท้จริง

กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงที่จัตุรัสทาห์รีร์ ตึกสีส้มด้านบนของภาพคือพิพิธภัณฑ์ไคโร.

กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงที่จัตุรัสทาห์รีร์ ตึกสีส้มด้านบนของภาพคือพิพิธภัณฑ์ไคโร.

เหตุการณ์ในครั้งนี้คงจะเป็นเพียงประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของประเทศอียิปต์ยุคใหม่ ถ้าการชุมนุมประท้วงเป็นไปอย่างสงบและราบรื่น เพียงแต่มันไม่เป็นเช่นนั้นน่ะสิครับ เพราะการประท้วงครั้งนี้กลับกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่ทำร้ายประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของอียิปต์ในยุคฟาโรห์อย่างน่าเสียดายที่สุด

ท่ามกลางความวุ่นวายของการชุมนุมประท้วงกลางเมืองหลวงของประเทศอียิปต์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไคโรเป็นจุดหนึ่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของประชาชน และเป็นจุดสำคัญที่ทางการอียิปต์ต้องรักษาการณ์อย่างเข้มแข็งพร้อมรถถังและรั้วลวดหนาม แต่ก็ไม่วายถูกมือดีที่ประสงค์ร้ายลอบเข้าไปกระทำการอุกอาจอย่างที่สุด จนหัวหน้าสภาโบราณสถานแห่งอียิปต์อย่าง ดร.ซาฮี ฮาวาสส์ (Zahi Hawass) ต้องถึงกับ "งานเข้า"

เศษชิ้นส่วนรูปสลักของฟาโรห์ตุตันคาเมนที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นอย่างไม่เห็นคุณค่า.

เศษชิ้นส่วนรูปสลักของฟาโรห์ตุตันคาเมนที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นอย่างไม่เห็นคุณค่า.

เรื่องเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2554 เมื่อมีผู้ไม่หวังดีบุกเข้าไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไคโรทางด้านประตูทางออก ซึ่งปัจจุบันได้รับการปรับปรุงให้กลายเป็นร้านขายของที่ระลึก (นับว่าเป็นแนวคิดดึงเงินนักท่องเที่ยวที่เป็นแบบแผนเดียวกันทั่วประเทศ) ฮาวาสส์อ้างว่าคนร้ายขโมยเครื่องประดับและสิ่งของต่างๆที่อยู่ในร้านขายของที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์ โดยเข้าใจผิดคิดว่าร้านค้าพวกนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จัดแสดงโบราณวัตถุของอียิปต์ แต่ก็ยังไม่วายมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่บุกเข้าไปถึงพิพิธภัณฑ์ด้านในจนได้

เส้นทางที่กลุ่มผู้ประสงค์ร้ายเหล่านี้ใช้บุกเข้าไปยังด้านในก็คือ เพดานกระจกด้านบนของพิพิธภัณฑ์ โดยทุบกระจกและใช้เชือกช่วยโรยตัวเข้ามา ด้วยว่าความสูงจากเพดานของพิพิธภัณฑ์กับพื้นชั้นสองก็แค่ 4 เมตรเท่านั้นครับ เจมส์ บอนด์ ในร่างของอาชญากรจึงสามารถบุกเข้ามายังด้านในได้ง่ายดายกว่าที่คิด คนร้ายทุบตู้กระจกเสียหายไป 13 ตู้ ทุบทำลายโบราณวัตถุมากมาย โดยเฉพาะโบราณวัตถุของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน (Tutankhamun) ฟาโรห์เจ้าของตำนานคำสาปสะท้านโลกที่คร่าชีวิตนักสำรวจผู้ เหยียบย่ำเข้าไปในสุสานของพระองค์ไปนักต่อนัก รูปสลักของพระองค์ถูกขว้างทิ้งลงกับพื้นอย่างไม่แยแส โมเดลเรือโบราณและตู้ กระจกเก็บรูปสลักทหารอียิปต์โบราณถูกทุบทำลาย เศษซากโบราณวัตถุมากมายกองเกลื่อนพื้น ที่น่าเสียดายที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นรูปสลักอันทรงคุณค่าของฟาโรห์ตุตันคาเมนที่พบในสุสานต้องคำสาปของพระองค์ในหุบผากษัตริย์ที่ต้องถึงกาลแยกชิ้นส่วนทั้งๆที่ไม่ได้ ออกแบบมาให้แยกได้เลยแม้แต่น้อย

โมเดลเรือจำลองที่ถูกทุบทำลายจนเสียหาย.

โมเดลเรือจำลองที่ถูกทุบทำลายจนเสียหาย.

ในประเด็นนี้ ฮาวาสส์ได้ออกมากล่าวว่า กลุ่มผู้ไม่หวังดีเหล่านี้ ต้องการบุกเข้าไปเพื่อค้นหาทองคำในพิพิธภัณฑ์ แต่โชคดีครับที่พวกเขาหาไม่เจอ ทำให้พวกเขาเพียงแค่ ทำลายบรรดารูปปั้นและทรัพย์สมบัติต่างๆเท่านั้น และฮาวาสส์ได้ออกมาประกาศต่อสื่อว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นก็พบว่า บรรดาโบราณวัตถุต่างๆที่ถูกทุบทำลายไปนั้นสามารถซ่อมแซมได้ทั้งหมด

ทว่า เหตุการณ์ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เมื่อมีการตรวจสอบและประกาศข่าวอย่างไม่เป็นทางการออกมาว่า นอกจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีจะทุบทำลายตู้จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แล้ว พวกเขายังได้ตัดศีรษะมัมมี่ของอียิปต์ ไปด้วยถึง 2 ร่าง!! ร้อนถึงฮาวาสส์ที่ต้องออกตามหาความจริง เนื่องจากในช่วงแรก สำนักข่าวหลายสำนักต่างออกมาประกาศข่าวครึกโครมว่ามัมมี่ทั้ง 2 ร่างนั้นคือ มัมมี่ของยูยาและธูยู (Yuya & Thuyu) ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของพระนางไทยี (Tiy) มเหสีของฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 (Amenhotep III) ถ้ากลัวจะลำดับเชื้อพระวงศ์สับสน จะเปรียบง่ายๆว่ายูยาและธูยูนั้นคือรุ่นทวดของยุวฟาโรห์ ตุตันคาเมนก็ได้ครับ

ส่วนหนึ่งของโลงมัมมี่ที่ถูกทุบทำลายจนเสียหาย.

ส่วนหนึ่งของโลงมัมมี่ที่ถูกทุบทำลายจนเสียหาย.

หลังจากตามข่าวอยู่พักใหญ่ ฮาวาสส์ก็ออกมาประกาศในเว็บไซต์ของเขาเองว่า มัมมี่ที่ถูกตัดศีรษะไปทั้ง 2 ร่างนั้นไม่ใช่มัมมี่หลวงแต่อย่างใด แต่เป็นศีรษะมัมมี่นิรนามในยุคปลาย (Late Period) ที่เก็บเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์ สำหรับทำการซีทีสแกน (CT Scan) ถ้าไม่ใช่มัมมี่ของยูยากับธูยูจริงก็โล่งใจไปได้อีกเปลาะหนึ่งครับ

แต่ถึงอย่างนั้น ละครวินาศกรรมแห่งพิพิธภัณฑ์ไคโรก็ยังไม่ถึงฉากสุดท้าย เมื่อทางการอียิปต์ทำการซ่อมแซมโบราณวัตถุร่วม 70 ชิ้น ที่เสียหายจากการถูกทุบทำลาย โดยมีการตรวจสอบและจดบันทึกอย่างเป็นระบบ ทำให้ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 พบว่ามีโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์สูญหายไปถึง 18 ชิ้น!! และในจำนวน 18 ชิ้นนี้มีโบราณวัตถุจากสุสานต้องคำสาปของฟาโรห์ตุตันคาเมนรวมอยู่ด้วยน่ะสิครับ

รูปสลักทหารในสมัยอียิปต์โบราณที่ถูกมือดีทุบทำลายตู้จัดแสดง.

รูปสลักทหารในสมัยอียิปต์โบราณที่ถูกมือดีทุบทำลายตู้จัดแสดง.

ฮาวาสส์ได้ออกมาชี้แจงรายชื่อของโบราณวัตถุที่ถูกโจรกรรมไปจากพิพิธภัณฑ์ไว้ดังนี้

1)    รูปสลักไม้ฉาบทองแสดงรูปของเทพีองค์หนึ่งกำลังยกฟาโรห์ตุตันคาเมนขึ้นเหนือศีรษะ

2)    รูปสลักไม้ฉาบทองแสดงรูปฟาโรห์ตุตันคาเมนกำลังง้างฉมวก โดยรูปสลักชิ้นนี้สูญหายไปเฉพาะลำตัวส่วนบนเท่านั้น

3)    รูปปั้นทำจากหินปูนของฟาโรห์อัคเคนาเตน ในท่วงท่าถือเครื่องบรรณาการ

4)    รูปปั้นราชินีเนเฟอร์ติติ (Nefertiti) กำลังถวายเครื่องบรรณาการ

5)    รูปปั้นหินทรายส่วนศีรษะของเจ้าหญิงในยุคสมัยของฟาโรห์อัคเคนาเตน

6)    รูปปั้นหินของอาลักษณ์ในสมัยของฟาโรห์ อัคเคนาเตน

7)    หุ่นรับใช้หรือชับติ (Shabit) ทำจากไม้ ของยูยา สูญหายไปถึง 11 ชิ้น

8)    เครื่องรางรูปด้วงสการับ (Scarab) ของยูยา

เครื่องรางรูปด้วงสการับของยูยา ยังไม่มีใครยืนยันว่าชิ้นที่หายไปคือชิ้นนี้หรือไม่.

เครื่องรางรูปด้วงสการับของยูยา ยังไม่มีใครยืนยันว่าชิ้นที่หายไปคือชิ้นนี้หรือไม่.

โบราณวัตถุชิ้นเด่นชิ้นดังจริงๆที่สูญหายไปต้องยกให้กับ 3 ชิ้นแรก คือรูปสลักของฟาโรห์ตุตัน–คาเมนทั้ง 2 ชิ้น และรูปปั้นของฟาโรห์อัคเคนาเตน ซึ่งถือได้ว่าเป็นผลงานระดับโบแดงของช่างศิลป์ชาวอียิปต์โบราณเลยก็ว่าได้

รูปสลักไม้ฉาบทองแสดงรูปเทพียกฟาโรห์ตุตันคาเมนที่หายไปนั้น แฝงความเชื่อที่น่าสนใจเอาไว้เสียด้วยครับ ชาวอียิปต์โบราณจงใจจะสื่อถึงเหตุการณ์ที่ฟาโรห์กำลังเดินทางไปใช้ชีวิตในโลกหน้า โดยได้รับการอุ้มชูโดยองค์เทพีผ่านทุ่งต้นกกในโลกหลังความตาย

รูปสลักเทพียกฟาโรห์ตุตันคาเมน หนึ่งใน 18 ชิ้นที่สูญหาย.

รูปสลักเทพียกฟาโรห์ตุตันคาเมน หนึ่งใน 18 ชิ้นที่สูญหาย.

ส่วนรูปสลักไม้ฉาบทองแสดงภาพฟาโรห์ตุตันคาเมนขนาดสูงกว่าครึ่งเมตรกำลังง้างฉมวกนี้ก็แสดงถึงเหตุการณ์ตอนที่พระองค์กำลังออกล่าฮิปโปโปเตมัสด้วยเรือปาปิรัส เป็นเชิงเปรียบเทียบว่าพระองค์เป็นเทพฮอรัส (Horus) ผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังจะคืนความเป็นระเบียบและสุขสงบให้กับอียิปต์ ด้วยการขว้างฉมวกสังหารเทพเซธ (Seth) ซึ่งเป็นเทพแห่งความชั่วร้ายและความอลหม่านในร่างของฮิปโปโปเตมัส

รูปสลักฟาโรห์ตุตันคาเมนกำลังง้างฉมวก เป็นอีกชิ้นที่สูญหายไป.

รูปสลักฟาโรห์ตุตันคาเมนกำลังง้างฉมวก เป็นอีกชิ้นที่สูญหายไป.

รูปสลักนี้ถูกทุบทำลายเสียหายเหลือเพียงแค่ส่วนของเรือปาปิรัสที่ถูกทิ้งไว้บนพื้น โดยที่ไม่ สามารถบอกได้ว่าส่วนบนของรูปสลักที่เป็นภาพของฟาโรห์ตุตันคาเมนถูกมือดีฉกไปไว้ ณ ที่แห่งใดกันแน่

อีกหนึ่งผลงานชิ้นโบแดงต้องยกให้รูปปั้นฟาโรห์อัคเคนาเตน ขนาดสูงราวหนึ่งฟุตที่กำลังยืนถือเครื่องบรรณาการเพื่อมอบให้แด่เทพอเตน (A-ten) เทพเจ้าเพียงองค์ เดียวที่พระองค์อาจหาญปฏิรูปศาสนาให้ชาวอียิปต์ โบราณทั้งอาณาจักรหันมานับถือ โดยได้ทำการละทิ้งเทพเจ้าดั้งเดิมนับร้อยองค์ไปจนสิ้น รูปปั้นชิ้นนี้ยังคงเหลือสีสันแต่ ครั้งโบราณอยู่บนเครื่องประดับศีรษะของพระองค์ รูปร่างของฟาโรห์อัคเคนาเตนถูกแสดงให้เห็นหน้าท้องที่พองโตอย่างชัดเจน ดูแปลกตาไปจากศิลปะแบบอียิปต์โบราณทั่วไป ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ ของศิลปะในยุคนี้ แต่หน้าตาของพระองค์ก็ยังแสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมที่ตัว พระองค์ในร่างของรูปปั้นกำลังเข้าร่วมอยู่ได้เป็นอย่างดี

รูปปั้นฟาโรห์อัคเคนาเตนถือเครื่องบรรณาการถวายแด่เทพอเตนก็อันตรธานไปเช่นกัน.

รูปปั้นฟาโรห์อัคเคนาเตนถือเครื่องบรรณาการถวายแด่เทพอเตนก็อันตรธานไปเช่นกัน.

ทั้งนี้ทั้งนั้น โบราณวัตถุชิ้นอื่นๆที่หายไปอาจจะไม่ได้โดดเด่นนักในสายตาของหลายๆท่าน แต่ถือได้ว่าทรงคุณค่าอย่างมหาศาลในแวดวงอียิปต์ วิทยา ทำให้ทั้งบรรดาตำรวจและกองทัพของอียิปต์ ต้องเร่งตามล่าหากลุ่มผู้ไม่หวังดีที่แอบจิ๊กโบราณวัตถุเหล่านี้ออกไปจากพิพิธภัณฑ์กลับมาคืนให้ได้โดยปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด

ถ้าการทวงของคืนชักช้าไม่ทันใจจนฟาโรห์ ตุตันคาเมนท่านออกตามหาด้วยตัวพระองค์เองเมื่อไร...ก็ตัวใครตัวมันแล้วกันนะคร้าบ...


ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน

ไทยรัฐออนไลน์



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42622197
ขณะนี้มี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!