Home arrow บทความทั่วไป arrow 10 ข่าวใหญ่แห่งปี 2553
Home    Contacts



10 ข่าวใหญ่แห่งปี 2553 PDF พิมพ์

1.ปราบม็อบเสื้อแดง

ข่าวแห่งปี 2553 ไม่มีข่าวใดใหญ่ไปกว่าข่าวการชุมนุมของคนเสื้อแดง แล้วถูกเจ้าหน้าที่เข้าสลายจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 90 ศพ บาดเจ็บอีก 2 พันกว่าคน

ขนาดไทม์ นิตยสารยักษ์ใหญ่ระดับโลก ยังยกเป็น 1 ใน 10 ข่าวแห่งปี

การชุมนุมของคนเสื้อแดง ในนามกลุ่มนปช. เริ่มขึ้นช่วงกลางเดือนมี.ค. มวลชนจากทั่วประเทศมาชุมนุมใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้า ถ.ราชดำเนิน ด้วยเงื่อนไขขับไล่อำมาตย์ และให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ กลายเป็นม็อบใหญ่กดดันรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่างทรงพลัง

คนเสื้อแดงเพิ่มมาตรการกดดันด้วยการแยกม็อบ ไปชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ตั้ง 2 เวทีพร้อมๆ กัน รัฐบาลต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉุกเฉินวันที่ 10 เม.ย. ศอฉ.ปฏิบัติการ 'ขอพื้นที่คืน' บริเวณถ.ราชดำเนิน เกิดปะทะกันที่แยกคอกวัว ผู้ชุมนุมถูกยิงด้วยอาวุธสงครามเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้ง นายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น ขณะที่ฝ่ายศอฉ.สูญเสียนายทหารระดับพ.อ. และกำลังพลจำนวนหนึ่ง แต่ก่อนสถานการณ์จะเลวร้ายหนักทั้ง 2 ฝ่ายยอมเจรจายุติการเผชิญหน้า

ผ่านเหตุการณ์ 10 เม.ย. รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงทั้งในและนอกประเทศ คนเสื้อแดงเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน โดยสลายม็อบที่ราชดำเนินไปรวมเป็นหนึ่งเดียวที่ราชประสงค์ ระหว่างนั้นฝ่ายรัฐบาลและแกนนำนปช.เจรจากันเป็นระยะๆ มีแนวโน้มในทางที่ดี แต่แล้ววันที่ 19 พ.ค. ศอฉ.ก็ส่งกำลังเข้าปฏิบัติการ 'กระชับพื้นที่' ราชประสงค์ ใช้อาวุธหนัก ทั้งรถหุ้มเกราะ อาวุธสงคราม และสไนเปอร์ มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมกับเหตุการณ์ 10 เม.ย.แล้วมากถึงกว่า 90 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคน รวมทั้งนายฟาบิโอ โปเลงกี นักข่าวชาวอิตาลี และอาสาพยาบาล หน่วยกู้ชีพอีก 6 ศพในเขตอภัยทาน วัดปทุมวนาราม สุดท้ายเพื่อไม่ให้มวลชนต้องสูญเสียไปมากกว่านี้ แกนนำยอมยุติการชุมนุมเข้ามอบตัว แต่ถูกดำเนินคดีข้อหาก่อการร้าย ถูกจับเข้าเรือนจำจนถึงทุกวันนี้ และยังมีผู้ชุมนุม ผู้บริสุทธิ์อีกจำนวนมากในหลายจังหวัดถูกจับกุม ไล่ล่า เล่นงาน เป็นประเด็นปัญหารุนแรงยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน

การปราบคนเสื้อแดงกลายเป็นตราบาปของนายอภิสิทธิ์ ในฐานะผู้รับผิดชอบสูงสุดยากที่จะลบเลือนได้



2.คดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุฯ

ความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียกลับมาเป็นประเด็นใหญ่อีกครั้ง เมื่อต้นเดือนม.ค. 2553 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สั่งฟ้องพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 และพวกรวม 5 คน คดีร่วมกันฆ่านายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจเชื้อพระวงศ์ซาอุฯ ที่หายตัวไปนานเกือบ 20 ปี ก่อนคดีหมดอายุความเพียง 1 เดือน แม้พล.ต.ท.สมคิดจะตกเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรงเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ก.ตร.กลับแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร. ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับผู้มีอำนาจในรัฐบาล จนทางการซาอุฯ แสดงความไม่พอใจ นายนาบิล เอช อัชรี อุปทูตประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ รวมทั้งเข้าพบนายกฯ รองนายกฯ ผบ.ตร. และกมธ.ในสภา แต่ไม่มีความคืบหน้าและจริงใจจากรัฐบาลไทย กระทั่งทางการซาอุฯ ขู่ไม่ออกวีซ่าให้ชาวไทยมุสลิมไปแสวงบุญที่เมกกะ รัฐบาลไทยถึงรีบกระตือรือร้น

สุดท้ายทางออกคือให้พล.ต.ท.สมคิดแถลงไม่ขอรับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. สถานการณ์ต่างๆ จึงดีขึ้น ซาอุฯ ยอมออกวีซ่าให้คนไทย



3.แต่งตั้งผบ.ตร.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในฐานะประธานก.ต.ช. ไม่สามารถแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ได้ หลังจากเล่นงานจน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อเสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ต่อที่ประชุม ก.ต.ช.ถึง 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ เนื่อง จาก ก.ต.ช. ส่วนใหญ่ต้องการให้ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร. ที่เหมาะสมกว่าทั้งความรู้ ความสามารถ ความยอมรับในองค์กร และยังมีสัญญาณพิเศษ ให้ขึ้นเป็นผบ.ตร.คนใหม่

นายอภิสิทธิ์เหมือนถูกหักหน้า จึงใช้วิธีแต่งตั้งพล.ต.อ.ปทีปเป็นรักษาการผบ.ตร. โดยไม่สนเสียงส่วนใหญ่ของ ก.ต.ช. และสัญญาณพิเศษ ปล่อยองค์กรสำคัญอย่างตำรวจไร้หัวนานเกือบปี เกิดปัญหาการบริหารงานต่างๆมากมาย วันที่ 9 ส.ค.นายอภิสิทธิ์ตัดสินใจประชุมก.ต.ช.แต่งตั้งพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 1 ขึ้นเป็นผบ.ตร.คนใหม่ โดยไม่รอให้พล.ต.อ.ปทีป นั่งรักษาราชการผบ.ตร.ไปจนถึงเกษียณอายุในเดือนก.ย. เพื่อแก้ปัญหาที่สะสมหมักหมม

องค์กรตำรวจมีผู้นำตัวจริงมาขับเคลื่อนอย่างถูกทิศถูกทางอีกครั้ง



4.ฟุตบอลโลก

มหกรรมกีฬาที่มีชาวติดตามมากที่สุดฟุตบอลโลก ระเบิดแข้งครั้งที่ 19 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.ถึง 11 ก.ค. ถือเป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกจัดขึ้นในดินแดนกาฬทวีป มี 32 ชาติตัวแทนทวีปต่างๆ เข้าร่วม

เวิลด์คัพ แอฟริกาใต้ มีตัวเก็งหลายทีม อาทิ บราซิล ดีกรีแชมป์ 5 สมัย, อาร์เจนตินา อดีตแชมป์ 2 สมัย, อิตาลี แชมป์เก่าและแชมป์ 4 สมัย, เยอรมัน แชมป์ 3 สมัย, อังกฤษ ทีมขวัญใจคนดู แชมป์ 1 สมัย และสเปน แชมป์ยุโรปล่าสุด

ทั้ง 32 ทีมโม่แข้งกันจนได้คู่ชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมกระทิงดุ สเปน กับทีมจากแดนกังหัน ฮอลแลนด์ 2 ทีมตัวแทนทวีปยุโรป การแข่งขันเป็นไปอย่างสนุกตลอดเกม ก่อนอันเดรส อิเนียสต้า กองกลางจากบาร์เซโลน่า จะยิงประตูชัย นาที 116 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ พาสเปนครองแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ ขณะที่แอฟริกาใต้ก็ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพ



5.แอนนี่กับฟิล์ม

เกิดข่าวใหญ่เรียกเสียงฮือฮาจากคนทั้งประเทศรับเดือนก.ย. เมื่อ แอนนี่ บรู๊ค นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-สวิส อุ้มลูกชายหน้าตาน่ารัก วัย 3 เดือน ออกมาประกาศว่าเป็นลูกของ 'ฟิล์ม'รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ซูเปอร์สตาร์วงการบันเทิง ค่ายอาร์เอส โดยอ้างความสัมพันธ์เกิดขึ้นระหว่างเล่นละครเรื่อง 'ปีศาจแสนกล' ด้วยกัน ซึ่งซูเปอร์สตาร์หนุ่มและครอบครัวรับรู้ ยอมรับเด็กทารกที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข เพราะมาเยี่ยมหลังคลอด และส่งเงินช่วยเหลือเลี้ยงดูจำนวนหนึ่ง

ขณะที่ฝ่ายซูเปอร์สตาร์หนุ่มออกแถลงยอมรับความสัมพันธ์ แต่ต้องการตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อลูก โดยมี 'เฮียฮ้อ'สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ผู้บริหารอาร์เอส และคนในวงการที่ใกล้ชิดออกโรงสนับสนุน พร้อมกับตั้งคำถามและประเด็นย้อนกลับไปยังฝ่ายหญิง ขณะที่ แอนนี่ บรู๊ค ยืนยันไม่ตรวจ เพราะไม่ได้ต้องการให้ฟิล์มรับหรือไม่รับเป็นพ่อของลูกอยู่แล้ว ขอเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง เรียกความสงสารและเห็นใจจากสังคมได้อย่างล้นหลาม ถึงขนาดรัฐมนตรีและองค์กรผู้หญิงต้องเข้ามาช่วยเหลือปกป้อง ทั้งเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ และทางกฎหมาย โดยฟ้องร้องบุคคลที่หมิ่นประมาทให้เสียหาย

ขณะที่ฟิล์มต้องเก็บตัวเงียบหลังถูกกระแสสังคมเล่นงาน กระทั่งตัดสินใจบวชพระเพื่อชำระจิตใจ เริ่มต้นชีวิตใหม่



6.น้ำท่วมใหญ่

ประเทศไทยเกิดน้ำท่วมใหญ่หนักที่สุดในรอบหลายสิบปี เนื่องจากมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน วันที่ 10 ต.ค.น้ำไหลบ่าทะลักเข้าท่วมนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียงระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นน้ำท่วมก็ขยายพื้นที่ไปยังจังหวัดต่างๆเกือบทั่วประเทศ นอกจากน้ำท่วมจะมี ระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว ยังท่วมขังยาวนาน อุทกภัยครั้งนี้หลายจังหวัดรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ถึง 100 ปี สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างประเมินค่าไม่ได้ รัฐบาลโดยเฉพาะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ถูก วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง เนื่องจากช่วยเหลือประชาชนล่าช้า และไม่เป็นผู้นำการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง สู้ภาคเอกชนที่เข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็วและทำงานเป็นระบบกว่าไม่ได้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กระทรวงมหาดไทย สรุปสถานการณ์มีพื้นที่ประสบภัย รวม 51 จังหวัด 550 อำเภอ 3,894 ตำบล 31,870 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 2,526,346 ครัวเรือน 8,667,192 คน มีผู้เสียชีวิต 233 ราย



7.สุสานทารกทำแท้ง

ประเทศไทยกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบซากทารกจากการทำแท้งในช่องเก็บศพวัดไผ่เงินโชตนาราม ย่านบางคอแหลม กทม. หลายร้อยศพ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ต่อมาขยายผลพบเพิ่มเติมอีกรวมแล้วมากถึง 2,002 ศพ ตำรวจจับกุม นายสุเทพ ชะบางบอน นายสุชิน ภูมี สัปเหร่อและผู้ช่วย สอบสวนรับสารภาพว่า ซากทารกทั้งหมดรับมาจากคลินิกทำแท้งเถื่อนเพื่อเตรียมเผาทำลาย จากนั้นตำรวจติดตามจับกุม น.ส.ลัญฉกร จันทมนัส อายุ 33 ปี ที่คลินิกทำแท้งเถื่อนย่านหนองแขม สอบสวนรับสารภาพว่ารับทำ แท้งเถื่อน ราคา 5 พันถึง 3 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังเป็นคนไปรับซากทารกตามคลินิกทำแท้งต่างๆ ย่านรังสิต มีนบุรี และ ฝั่งธนบุรี ทำมาแล้ว 5-6 ปี โดยนำไปส่งสัปเหร่อวัดไผ่เงิน ได้รับค่าจ้าง 500 บาท แบ่งให้สัปเหร่อ 100 บาท น.ส. สัญฉกรยังอ้างด้วยว่า มีดาราสาวชื่อดัง 2-3 คนเคยทำแท้ง กระทั่งดาราสาวที่ถูกพาดพิงต้องออกมาชี้แจงตอบโต้กลายเป็นข่าวครึก โครม

กรณีพบสุสานซากทารก 2,002 ศพในวัดครั้งนี้ สร้างความสะเทือนใจแก่สังคมไทยอย่างมาก เพราะได้ชื่อเป็นเมืองพุทธ กลายเป็นกรณีปัญหาที่ทุกวงการตื่นตัวขยับขับเคลื่อนเพื่อหาทางแก้ไขและป้องกัน โดยเฉพาะเรื่องการทำแท้ง การจัดระเบียบวัดและสัปเหร่อ



8.วิกเตอร์ บูท

วิกเตอร์ บูท นักธุรกิจชาวรัสเซีย ถูกตำรวจไทยร่วมกับเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกา บุกจับกุมที่ห้องอาหารหรู ชั้น 27 โรงแรมใหญ่ย่านสีลม เมื่อเย็นวันที่ 6 มี.ค. 2551 ข้อหาก่อการร้าย ตามหมายจับศาลอาญา ขณะที่อัยการสหรัฐยื่นฟ้องต่อศาลนิวยอร์ก ภายหลังบูทถูกจับ ระบุว่า บูทเป็นพ่อค้าอาวุธข้ามชาติรายใหญ่ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ส่งตัวบูทกลับไปดำเนินคดีที่สหรัฐ

ทางการสหรัฐประสานทางการไทยให้ส่งตัวบูทเป็นผู้ร้ายข้ามแดน แต่ฝ่ายไทยยังไม่ตัดสินใจเนื่องจากเกรงเกิดปัญหากับรัสเซีย ซึ่งยืนยันความบริสุทธิ์ของพลเมืองรายนี้มาตลอด กระทั่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ผู้มีนโยบายไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ หลังปราบม็อบเสื้อแดงเดือนพ.ค. ก็มีข่าว นายศิริโชค โสภา เลขานุการส่วนตัวนายกฯ เจ้าของฉายาวอลเปเปอร์ เข้าไปพบบูทในเรือนจำด้วยวิธีพิเศษ มีการพูดคุยเพื่อให้เชื่อมโยงไปถึงตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต นายศิริโชคทำได้เพียงชี้แจงแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ขณะเดียวกันสหรัฐส่งเครื่องบินมาจอดรอรับตัวบูทที่บน. 6 สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายรัสเซียอย่างมาก ท่ามกลางการจับตาของชาวไทยและชาวโลก ครม.อนุมัติส่งตัวบูทเป็นผู้ย้ายข้ามแดนไปสหรัฐ วันที่ 16 พ.ย.ตำรวจคอมมานโดคุมตัวไปขึ้นเครื่องบินของสหรัฐเดินทางสู่นิวยอร์ก

กรณีบูทไม่จบลงแค่นั้น เมื่อวิกิลีกส์ เว็บไซต์จอมแฉชื่อดัง เปิดข้อมูลลับระบุเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยล็อบบี้นายอภิสิทธิ์ส่งตัวบูทไปสหรัฐ ถึงกับเสนอไปยังประธานาธิบดีโอบามาให้โทรศัพท์กดดันผู้นำไทยโดยตรง เป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วโลก



9.คลิปการเมือง

ขณะที่คดียุบพรรคประชาธิปัตย์กำลังอยู่ในช่วงไคลแม็กซ์ ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อมีผู้นำคลิปโพสต์ในยูทูบ เป็นภาพ นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการส่วนตัวประธานศาลรัฐธรรมนูญ พบปะพูดคุยกับ นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทีมกฎหมายสู้คดียุบพรรค ที่ร้านอาหารย่านประชาชื่น เมื่อวันที่ 18 ต.ค. เนื้อหาการสนทนาเกี่ยวข้องกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นมีคลิป ตอนที่ 2 ที่ 3 ทยอยตามออกมา เป็นภาพที่อ้างว่าเป็นการประชุมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเข้าไปวางแผนสั่งการบางอย่าง คลิปดังกล่าวเหล่านี้ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญตกเป็นจำเลยสังคมในทันที ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ทำได้เพียงเบี่ยงเบนประเด็นเป็นเรื่องถูกหลอกและใส่ร้าย หลีกเลี่ยงไม่พูดถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ต่อมานายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ปลดนายพสิษฐ์ หรือปอย ออกจากตำแหน่ง แต่นายชัชกับตุลาการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคลิปยังยืนยันทำหน้าที่ต่อไป ส่วนนายพิสิษฐ์มีข้อมูลว่าเดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.

ก่อนวันตัดสินคดี วันที่ 27 พ.ย.นายพสิษฐ์ปรากฏตัวในคลิปของยูทูบ หวังว่าจะไม่ใช้คำว่า รอการกำหนดโทษ

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษา นายพสิษฐ์ออกคลิป ตอกย้ำศาลรัฐธรรมนูญสั่งยกฟ้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ตามความคาดหมาย



10.ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์

ข่าวใหญ่ส่งท้ายปี คือ ข่าวพรรคประชาธิปัตย์รอดถูกยุบพรรค 2 คดีซ้อนในรอบ 10 วัน

วันที่ 29 พ.ย.ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 4 ต่อ 2 ยกคำร้อง กรณีกกต. ยื่นร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนำเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง จำนวน 29 ล้านบาท ไปใช้จ่ายไม่ถูกต้อง ตุลาการเสียงข้างมากเห็นว่าคำร้องไม่มีความเห็นของประธานกกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง และยื่นคำร้องเลยกำหนดเวลา 15 วัน ตุลาการเสียงข้างมาก ประกอบด้วย นายจรัญ ภักดีธนากุล นายนุรักษ์ มาประณีต นายสุพจน์ ไข่มุกด์ และ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ส่วนเสียงข้างน้อย ประกอบด้วย นายชัช ชลวร และ นายบุญส่ง กุลบุปผา

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นทำไมศาลไม่ยกคำร้องตั้งแต่ต้น หากเห็นว่าไม่มีความเห็นของนายทะเบียน และยื่นเลยกำหนดระยะเวลา แต่กลับให้สืบพยานมานานนับปี

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้พิสูจน์ความถูก ผิด แต่รอดไปได้ด้วยวิธีทางเทคนิค

วันที่ 9 ธ.ค.ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีที่อัยการสูงสุดร้องขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีรับเงินบริจาค 258 ล้านบาท จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน ผ่านบริษัท เมซไซอะ เข้าข่ายกระทำผิดตามพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

ศาลมีมติยกคำร้อง ด้วยเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 ด้วยเหตุผลว่า ไม่มีความเห็นจากนายทะเบียน ตุลาการเสียงข้างมาก ประกอบด้วย นายจรัญ ภักดีธนากุล นายจรูญ อินทจาร นายนุรักษ์ มาประณีต และ นายสุพจน์ ไข่มุกด์ ส่วนเสียงข้างน้อย ประกอบด้วย นายชัช ชลวร นายบุญส่ง กุลบุปผา และ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี

พรรคประชาธิปัตย์รอดถูกยุบพรรคเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 10 วัน โดยไม่ได้พิสูจน์ความถูก-ผิด เช่นเดียวกับคดี 29 ล้าน

ขณะที่สังคมไม่ได้ตื่นเต้น หรือคาดหวังใดๆ เพราะคำตัดสินคดีแรกก็รู้ว่าคดีที่สองจะจบลงอย่างไร

ข่าวสดออนไลน์

30 ธันวาคม 53

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42588118
ขณะนี้มี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!