Home arrow บทความทั่วไป arrow พระคัมภีร์โบราณ..ปาฏิหาริย์แห่งบามิยัน
Home    Contacts



พระคัมภีร์โบราณ..ปาฏิหาริย์แห่งบามิยัน PDF พิมพ์

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2553

Pic_124858

พระคัมภีร์จารึกด้วยภาษาสันสกฤต.

หากเอ่ยถึงคำ 2 คำนี้ คือ "สงคราม" และ "แผ่นดินไหว" คงเป็นคำที่คนส่วนใหญ่มีทัศนคติว่า เป็นเรื่องเลวร้าย ซึ่งก็จริงค่ะ ที่สงครามและแผ่นดินไหวไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย

แต่ในหลายๆวิกฤติมีโอกาส และที่สำคัญกว่านั้นคือ มี "ปาฏิหาริย์" ซ่อนอยู่

"สงคราม" และ "แผ่นดินไหว" กลายเป็นปาฏิหาริย์ที่สำคัญแห่งบามิยัน!

บามิยัน เป็นดินแดนหนึ่งของประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งแม้ปัจจุบันนี้จะเป็นประเทศมุสลิม แต่หากย้อนไปเมื่อ 1-2 สหัสวรรษก่อน ดินแดนนี้เคยเป็นถิ่นที่รุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา ซึ่งหากท่านผู้อ่านยังจำกันได้ ที่หน้าผาบามิยัน คือ สถานที่ซึ่งพระสงฆ์ในอดีต เมื่อราวๆ 2,500 ปีก่อน ได้อุตสาหะพยายามแกะสลักพระพุทธรูปยืนองค์ ใหญ่ที่สุดในโลกไว้เคียงกัน 2 องค์ แต่เมื่อปี พ.ศ. 2544 ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งชาวพุทธและนักโบราณคดีทั่วโลกสลดใจเป็นอย่างมาก เมื่อกองกำลังตาลีบันได้ระเบิดทำลาย "มรดกโลก" ที่สำคัญนี้ไปเสียสิ้น จนเหลือเป็นเพียงโพรงขนาดใหญ่

วันที่ไร้หลวงพ่อโต.

วันที่ไร้หลวงพ่อโต.



แต่นอกจากพระพุทธรูปที่ถูกทำลายไปแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ โลกเพิ่งจะได้รู้กันว่า บามิยันยังเป็นแหล่งสำคัญในการจัดเก็บคัมภีร์โบราณจำนวนมากด้วย โดยเฉพาะในย่านที่เรียกว่าซารคารัน ซึ่งอยู่ห่างจากสถานที่ซึ่งประดิษฐาน "หลวงพ่อโต" แห่งบามิยันไปราวๆ 1.2 กิโลเมตรเท่านั้น และเป็นย่านที่เต็มไปด้วยโพรง หรือถ้ำต่างๆเต็มหน้าผา

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระคัมภีร์โบราณนี้ว่า ในช่วงราวๆปี พ.ศ.2536 เกิดแผ่นดินไหวขึ้นในแถบบามิยัน และซารคารัน ทำให้ถ้ำต่างๆในหน้าผาแห่งนี้ ที่คาดว่ามีหลายพันถ้ำ เกิดสั่นไหวอย่างหนัก และพระคัมภีร์โบราณจำนวนมากก็ไหลทะลักหล่นออกมาจากสถานที่เคยถูกเก็บซ่อน กองพะเนินอยู่เต็มพื้น แต่ยากที่จะรู้ว่าหลังจากนั้นพระคัมภีร์ล้ำค่าเหล่านี้หายไปไหน หรือมีใครเก็บไปบ้าง แต่ก็คาดกันว่ามีผู้เก็บพระคัมภีร์ เหล่านี้ส่งออกไปยังยุโรป ทำให้มีชิ้นส่วนสำคัญของพระคัมภีร์ไปโผล่อยู่ในตลาดนักค้าของเก่าในยุโรปด้วยจำนวนพอประมาณ

อีกเรื่องหนึ่งที่มีการกล่าวถึงก็คือ ในช่วงที่เกิดสงครามกลางเมืองในอัฟกานิสถาน ราวๆปี พ.ศ.2536-2538 ช่วงที่กองกำลังตาลีบันกำลังบุกตะลุยเข้ามา ชาวบ้านย่านบามิยันต้องระเห็จทิ้งบ้านไปหลบภัยสงครามตามถ้ำต่างๆ ซึ่งมีซอกหลืบมากมายที่ขาดการสำรวจ เพราะแม้จะมีนักโบราณคดีเคยมาขุดค้นย่านนี้ แต่หลังสงครามปะทุขึ้น นักโบราณคดีก็ต้องล่าถอย ทำให้มีโบราณวัตถุมากมายในบามิยัน และแหล่งใกล้เคียงถูกละทิ้ง

ภาพมุมกว้างของหน้าผาบามิยัน.

ภาพมุมกว้างของหน้าผาบามิยัน.



และในตอนที่ชาวบ้านต้องหนีภัยสงครามเข้าไปอยู่ในถ้ำต่างๆนั่นเอง พวกเขาก็ได้พบสิ่งล้ำค่า คือพระคัมภีร์เก่าแก่ ซึ่งชาวบ้านรู้ดีว่าไม่ อาจปล่อยเอาไว้ให้เสียหายไปกับภัยสงครามได้ จึงมีความพยายามลักลอบนำพระคัมภีร์ออกนอกประเทศ และในท้ายที่สุด พระคัมภีร์เหล่านี้ก็ไปตกอยู่ในตลาดค้าของเก่าที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อนที่สถาบันอนุรักษ์เคอร์เยน แห่งประเทศนอร์เวย์ ให้ความสนใจ และทำหน้าที่รวบรวมพระคัมภีร์ที่กระจัดกระจายเหล่านี้ไว้อย่างเป็นระบบ

หลังจากผ่านการศึกษาวิจัยโดยนักโบราณคดี นักภาษาศาสตร์ และนักประวัติศาสตร์ศาสนา จากนานาชาติที่มาร่วมมือกันที่เคอร์เยน ก็ทำให้โลกได้รู้ความจริงว่า พระคัมภีร์ เก่าแก่เหล่านี้ คือ พระคัมภีร์ทางพุทธศาสนา ที่คาดว่าพระอรหันต์ หรือพระสงฆ์สำคัญหลายรูปได้จารึกขึ้นในราวๆ พ.ศ.6- พ.ศ.12 นั่นหมายความว่า พระคัมภีร์ซึ่งถึงตอนนี้หลายท่านเริ่มเรียกขานว่าเป็นพระไตรปิฎกโบราณ ก็มีอายุมากกว่า 2,500 ปีแล้ว เป็นพระคัมภีร์ทางศาสนาที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของโลก!

หลวงพ่อโตแห่งบามิยัน

หลวงพ่อโตแห่งบามิยัน



มีรายงานว่า เฉพาะที่สถาบันอนุรักษ์เคอร์เยน มีชิ้นส่วนจากพระคัมภีร์พระพุทธศาสนาเก่าแก่นี้มากกว่า 5,000 ชิ้น ที่เป็นพระคัมภีร์ที่สมบูรณ์ หรือจะมีการเสียหายบ้างก็เป็นการเสีย หายเพียงเล็กน้อย ในขณะที่ยังมีชิ้นส่วนต่างๆของพระคัมภีร์ที่แตกหักเสียหายรอการบูรณะอยู่อีกประมาณ 8,000 ชิ้น เรียกว่า เป็นคลังสำคัญแห่งพระคัมภีร์เก่าเลยทีเดียว

แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่า พระคัมภีร์ ทั้งหมดนี้อาจจะไม่ได้ ก่อกำเนิดขึ้นจากบริเวณบามิยัน หรือย่านใกล้ เคียงเสียทั้งหมด แต่อาจจะมีหลายจารึกที่เดินทางมาจากสถานที่อื่นที่พระพุทธศาสนารุ่งเรืองเหมือนกัน เช่น อินเดีย และปากีสถาน แต่ที่มาเก็บรักษาไว้ในอัฟกานิสถานก็เป็นเพราะพระสงฆ์ ต่างๆได้เดินทางมาแสวงบุญถึงที่นี่ และนำพระคัมภีร์ต่างๆมาด้วย

เมื่อเวลาผ่านไป พระคัมภีร์ก็ได้รับการเก็บรักษาไว้ในถิ่นนี้ และอาจจะเป็นไปได้ว่า เมื่อมุสลิมเข้ามาเป็นใหญ่ในดินแดนอัฟกัน ประกอบกับเกิดความวุ่นวายขึ้นมากมาย ก็ทำให้ต้องมีการเก็บซ่อนพระคัมภีร์พระพุทธศาสนาไว้ในซอกหลืบลึกๆ และกลายเป็นว่าหายไปจากความทรงจำของผู้คน เหลือไว้เพียง "หลวงพ่อโต" แห่งบามิยันที่ประดิษฐานให้เห็นเป็นเด่นชัด ก็เลยนึกกันไปว่ามีแค่นี้ แต่นักโบราณคดีอีกส่วนหนึ่งก็เชื่อว่าน่าจะมีโบราณวัตถุอื่นๆอีกมาก จึงได้ขอเข้ามาสำรวจ แต่ดังได้กล่าวแล้วว่า เมื่อเกิดสงครามขึ้น การสำรวจต่างๆก็ต้องเลิกไป กว่านักโบราณคดีจะได้เข้าไปสำรวจย่านนี้อีกครั้งก็ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ซึ่งกองกำลังตาลีบันถูกขับออกจากการปกครองอัฟกานิสถานแล้ว ทำให้ในขณะนี้การบูรณะและการสำรวจทางโบราณคดีต่างๆเดินหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง

มีถ้ำมากมายในแถบหุบเขานี้.

มีถ้ำมากมายในแถบหุบเขานี้.



ที่แน่ๆในส่วนของพระคัมภีร์ซึ่งเคยเป็นความลับในซอกหลืบของประวัติศาสตร์ และโผล่ ออกมาจากที่ซ่อนก่อนที่กองกำลังตาลีบันจะบุกตะลุยมาทำลายสัญลักษณ์แห่งพระพุทธศาสนาที่บามิยันนี้ เป็นสิ่งที่เราคงต้องเรียกว่า "ปาฏิหาริย์"

ไม่เพียงเท่านั้น ปาฏิหาริย์นี้กำลังจะมาถึงเมืองไทย และต้องบอกว่าเป็น "บุญ" ของคนไทย เพราะรัฐบาลโดยการดำเนินงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ประสานงานไปยังสถาบันอนุรักษ์เคอร์เยน เพื่อขอยืมพระคัมภีร์โบราณมาประดิษฐานที่พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เป็นเวลา 90 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ เพื่อให้ชาวไทยได้โอกาสไปสักการะพระธรรมของแท้ ที่เดินทางไกลมาจากอดีต พระธรรมซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า คือสิ่งแทนพระองค์หลังปรินิพพาน อันเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นในโอกาสเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 83 พรรษา 5 ธันวาคมนี้

พระคัมภีร์ที่เก็บไว้ในสถาบันอนุรักษ์เคอร์เยน.

พระคัมภีร์ที่เก็บไว้ในสถาบันอนุรักษ์เคอร์เยน.



หากท่านผู้อ่านท่านใดมีโอกาส ก็ไม่น่าพลาดที่จะได้ไปสักการะกันสักครั้ง

กับมรดกแห่งพระพุทธองค์ "ปาฏิหาริย์" ที่ไม่มีวันจางหายไป.

ทีมงาน ต่วย'ตูน

ไทยรัฐออนไลน์

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42597678

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!