Home arrow บทความทั่วไป arrow แผนลับเหมา เจ๋อ ตุง
Home    Contacts



แผนลับเหมา เจ๋อ ตุง PDF พิมพ์
 Thairath

วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2553

แผนลับเหมา เจ๋อ ตุง

Pic_87539

ขบวนเดินทางไกลภายใต้การนำของเหมา

มีใครบ้างเคยล่วงรู้ว่าครั้งหนึ่ง เหมา เจ๋อ ตุง เคยเสนอแผนร่วมเป็นพันธมิตร..จับมือกับสหรัฐอเมริกามาแล้ว!

หากทว่า...ถูกปฏิเสธ?!

มาดูกันว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นไปได้

 

เหมา เจ๋อ ตุง - ไดลี หัวหน้าสายลับของเจียงไคเช็ค.

หลังจากร่วมมือกันโค่นล้มบัลลังก์จักรพรรดิลงแล้ว ดร.ซุน ยัต-เซน (Dr.Sun Yat-sen) ก็ได้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีนขึ้น โดยมีผู้ช่วยสองขุนพลสำคัญคือ เหมา เจ๋อ ตุง และ เจียงไคเช็ค (Chiang Kai-shek) แต่เมื่อ ดร.ซุนถึงแก่กรรมในปี 1925 บุคคลทั้งสองก็กลับกลายเป็นคู่อริถึงขั้นไม่มองหน้ากัน

ขุนพลเจียงเป็นผู้บัญชาการกองทัพแห่งชาติ และเขาก็พยายามชักนำจูงใจให้ชนผิวขาวผู้หวาดเกรงคอมมิวนิสต์เชื่อว่าเหมานั้นเป็นตัวการหัวหน้าใหญ่แห่งคอมมิวนิสต์จีน

เหมาไปปักหลักตั้งมั่นอยู่จังหวัดฮูหนาน อันเป็นบ้านเกิด ทว่าต่อมาก็ถูกกองทัพของเจียงโจมตีแตกพ่ายยับเยิน เดือนตุลาคม 1934 เหมาก็นำคนของเขาจำนวน 86,000 ชายฉกรรจ์กับผู้หญิงอีก30 คน หลบลี้หนีไป และนั่นเป็นการเริ่มต้นของ "ขบวนเดินเท้าไกล (The Long March)" อันลือลั่น

 

เหมา เจ๋อ ตุง, แพตทริค เฮิร์ลลีย์, เจียงไคเช็ค

การเดินเท้าไกลสิ้นสุดลงเมื่อเหมาได้บรรจบกับอีกขบวนหนึ่ง ซึ่งเดินมาจากตอนกลางของประเทศ เหมาประกาศว่าเขามาไกลถึง 20,000 ลี้ หรือเกือบ 10,000 กม. แต่จริงๆแล้วราว 6,000 กม. ซึ่งก็นับว่าไกลโขอยู่แล้ว เหลือผู้รอดทั้งสิ้น 8,000 คน รวมทั้งผู้หญิงที่ยังอยู่ครบทั้ง 30 คน

จากนั้นสงครามกลางเมืองระหว่างนักรบไร้รูปแบบของเหมา กับกองทัพของเจียงก็เริ่มขึ้น และยืดเยื้อยาวนาน กระทั่งเมื่อทั้งสองฝ่ายอ่อนเปลี้ย ญี่ปุ่นเห็นเป็นโอกาสอันดี จึงยกทัพบุกรุกรานแมนจูเรียในปี 1931 และต่อเข้ามาในจีน ถึงตอนนี้เมื่อประเทศชาติมีศึกมาประจัน ทั้งสองฝ่ายก็ยุติสงครามกลางเมืองชั่วคราว และหันหน้าจับมือกันสู้รบกับญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี ความต้องการกำจัดเหมายังคงค้างคาอยู่ในใจของเจียงไคเช็คตลอดเวลา

และก่อนหน้าญี่ปุ่นบุก เจียงได้ส่ง จางซูเหลียง (Zhang Xueliang) นายพลหนุ่มยกทัพไปล้อมที่มั่นของเหมา ณ เมืองเยนาน ทว่า จางซูเหลียงกลับลอบผูกสัมพันธ์กับพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีศูนย์บัญชาการอยู่ที่เมืองซีอาน ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่า

การศึกใหญ่ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นเกิดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ในเดือนสิงหาคม 1937 เพียงสามเดือนต่อมา ทัพจีนคณะชาติก็สูญทหารไปถึง 300,000 คน จากนั้น ญี่ปุ่นก็ยึดได้ทั้งเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และแคนตั้น ในปลายปี 1937 นั่นเอง หากทว่ามีอยู่มุมหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ที่ไม่ถูกญี่ปุ่นแตะต้อง เพราะเป็นถิ่นที่สหรัฐฯและยุโรปมาลงทุนไว้ คล้ายกับเป็นอาณานิคม จากปี 1941-1973 มุมนี้ถูกเรียกว่าเป็น "เกาะเซี่ยงไฮ้" ปลอดญี่ปุ่น และกลายเป็นที่มั่วสุมของสายลับนานาชาติ แหล่งที่ประดุจศูนย์สายลับคือ พีซโฮเตล (Peace Hotel) ซึ่งยังคงตั้งอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้

 

พีซ โฮเตล ในปัจจุบัน

เหมาได้ส่งนักรบชาวนาของเขาไปฝึกยุทธวิธีสายลับในค่ายที่โซเวียต จัดตั้งขึ้นที่เยนาน ส่วนเจียงก็มีหัวหน้าสายลับคนสำคัญ นามว่า ไดลี (Dai Li) ซึ่งมีลูกน้องถึง 300,000 คน ออกหาข้อมูลอยู่ทั่วประเทศจีน

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองระเบิดขึ้น และญี่ปุ่นหันความสนใจจากจีนไปสู่น่านน้ำแปซิฟิก สายลับของไดลีสืบได้ว่าญี่ปุ่นเตรียมบุกอ่าวเพิร์ล จึงแจ้งให้สหรัฐฯได้รู้ แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯไม่สนใจ จนฐานทัพเพิร์ลฮาเบอร์พินาศ นับแต่นั้นจีนก็ได้รับการยอมรับเป็นพันธมิตรหนึ่งของสหรัฐฯ รัฐบาลของเจียงไคเช็คได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯอย่างท่วมท้น ทั้งกำลังทหาร เงิน อาวุธ ตลอดจนอุปกรณ์ ต่างๆ

สิ่งที่สหรัฐฯต้องการจากจีนคือ ข้อมูลข่าวสาร จึงได้ส่งนาวาตรี มิลตัน ไมลส์ (Milton Miles) เข้ามาประสานงานกับจีน    ทีมงานของไมลส์มีชื่อ ว่า "กลุ่มนาวาในจีน (Naval Group CHINA)" ได้ฝึกฝนทหารจีนให้สู้รบแบบกองโจรอย่างได้ผล ทั้งระเบิดสะพานและอุโมงค์ ตลอดจนลอบฆ่าทหารญี่ปุ่น

 

Naval Group China กลุ่มนาวาในจีน.

แต่ไม่นานก็มีสายลับอีกหน่วยหนึ่งถูกส่งเข้ามาโดยคำสั่งของนายพล วิลเลียม โดโนแวน (William Donovan) ผู้ก่อตั้งหน่วยโอเอสเอส (OSS-Office of Strategic Serrices) ต้นกำเนิดของซีไอเอนั่นเอง ปฏิบัติการของหน่วยโอเอสเอสล้ำลึกเหนือชั้นกว่ากลุ่มนาวีจีน ด้วยการปล่อยข่าวลวง จัดทำเอกสารปลอมแปลง โฆษณาชวนเชื่อทำลายขวัญข้าศึก

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานของโดโนแวนไปซ้ำซ้อนกับหน่วยงานของไมลส์ที่ผูกพันอยู่กับทัพจีนคณะชาติของเจียงไคเช็ค ดังนั้น โดโนแวนจึงมองไปยังทัพกองโจรคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อ ตุง ซึ่ง แม้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่ไมลส์รู้ดีถึงการปฏิบัติการรบอันมีประสิทธิภาพ เขาจึงส่งสารไปถึงเหมาในเดือนธันวาคม 1943 แจ้งความจำนงต้องการหารือและเป็นพันธมิตร เหมาจึงแจ้งตอบกลับมาว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน (The Chinese Communist Party) ยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นพันธมิตรกับอเมริกา โดยเหมาเห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะได้รับการสนับสนุนด้านการทหารจากสหรัฐฯบ้าง ทีมงานของโดโนแวนจึงเตรียมขึ้นเหนือไปพบเหมา

เพื่อเปลี่ยนขั้วพันธมิตรจีนเสียใหม่ โดโนแวนจึงจัดตั้ง "ขบวนการดิกซี่ (Dixie Mission)" เดินทางไปพบเหมาที่เยนาน ซึ่งเหมาก็ได้ต้อนรับอย่างเต็มที่

ทีมดิกซี่แม้จะเป็นอเมริกันผิวขาว แต่ทุกคนพูดจีนได้ โดยเฉพาะ จอห์น เซอร์วิช (John Service) หัวหน้าทีมซึ่งพูดได้คล่องทั้งจีนกลางและจีนภาคอื่นๆ เมื่อได้พบปะกับเหมาแล้ว จอห์นก็ตัดสินใจได้ว่าพรรคคอมมิวนิสต์ของเหมาสมควรที่อเมริกาจะยึดเป็นพันธมิตรยิ่งกว่าจีนคณะชาติของเจียงไคเช็ค ดังนั้น ในเดือนธันวาคม 1944 เมื่อเหมา เจ๋อ ตุง แจ้งความประสงค์ว่าเขากับโจวเอินไหลต้องการไปพบกับประธานาธิบดีรูสเวลท์ยังสหรัฐฯ จอห์นจึงส่งโทรเลขบอกไปยังวอชิงตันทันที

 

Dixie Mission ขบวนการดิกซี่

หากทว่าแผนดังกล่าวถูกขัดขวาง มิใช่จากญี่ปุ่น หากเป็นกลุ่มของไมลส์กับไดลี ที่บัดนี้มองเห็นโอเอสเอสกับทีมดิกซี่ทำงานเกินหน้าเกินตาของพวกตน โครงการที่ทีมดิกซี่เสนอยังวอชิงตันจะถูกกลุ่ม "นาวีจีน" ยับยั้ง แถมยังส่งข่าวให้เจียงไคเช็ค ได้รับรู้อีกด้วย เรื่องต่างๆจึงไปไม่ถึงมือรูสเวลท์

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสหรัฐอเมริกาส่งทูตคนใหม่ มาประจำในประเทศจีน คือ แพตทริค เฮิร์ลลีย์ (Patrick Hurlley) ซึ่งเป็นผู้ที่เกลียดกลัวลัทธิคอมมิวนิสม์อย่างเข้ากระดูกดำ การสร้างสัมพันธภาพระหว่างเหมา เจ๋อ ตุง กับรูสเวลท์จึงปิดฉากสนิทไปโดยปริยาย

จวบจนรัฐบาลจีนคณะชาติล่มสลาย เจียงไคเช็คหนีออกจากแผ่นดินใหญ่ในปี 1949 ไปตั้งมั่น ใหม่กับผู้ภักดีจำนวนน้อยยังเกาะไต้หวัน และเหมา เจ๋อ ตุง ประกาศกำเนิดของ "สาธารณรัฐประชาชนจีน" ในวันที่ 1 ตุลาคม 1949 แล้วกลายเป็นศัตรูสำคัญของ ชาติตะวันตกกับสหรัฐอเมริกาเนิ่นนานหลายสิบปี

ลองคิดดูว่า ถ้าหากแผนผูกมิตรกับอเมริกาของเหมา เจ๋อ ตุง ประสบความสำเร็จ โฉมหน้าของ โลกจะพลิกผันไปเพียงใด

ทีมงาน ต่วย'ตูน

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42622171
ขณะนี้มี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!