Home arrow การทดลองเสมือนจริง arrow เครื่องวัดแผ่นดินไหว
Home    Contacts



เครื่องวัดแผ่นดินไหว PDF พิมพ์

คลิกเข้าสู่การทดลองค่ะ  

ถ้ามองภาพเคลื่อนไหวไม่เห็นให้คลิกที่นี่โลโก้ Adobe Flash Player  

เพื่อ Install Adobe Flash Player

วิธีทดลอง

  เลือก Impulsion  แบบต่างๆ   คลิกปุ่ม debut  และสังเกตกราฟ     ถ้าท่านต้องการลบเส้นกราฟ ให้คลิก Clear

การตรวจวัดแผ่นดินไหว

     แผ่นดินไหวเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติซึ่งสามารถส่งแรงสั่นสะเทือน หรือมีผลกระทบไปได้ไกล ไม่เฉพาะบริเวณประเทศที่เกิดเท่านั้นบางครั้งหากมีขนาดใหญ่ คลื่นแผ่นดินไหวสามารถส่งผ่านไปได้ บนผิวโลกหลายพันกิโลเมตรในหลายประเทศดังนั้น การตรวจวัดแผ่นดินไหว จึงใช้ทั้งระบบเครือข่าย สถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวในระดับแต่ละประเทศ และเครือข่ายในระดับโลก เพื่อการวิเคราะห์ตำแหน่ง ขนาดและเวลาเกิดของเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้อย่างรวดเร็ว ประเทศไทยเริ่มมีการตรวจแผ่นดินไหว เมื่อปี พ.. 2506

     สถานีตรวจแผ่นดินไหวแห่งแรกของกรมอุตุนิยมวิทยา ติดตั้ง ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเข้าร่วมอยู่ในเครือข่ายระบบมาตรฐานโลก Worldwide Standardized Seismograph Network : WWSSN และต่อมาปรับเปลี่ยนเป็นระบบเครือข่าย Incorporated Research Institution of Seismology : IRIS ซึ่งเป็นเครือข่ายโดยความร่วมมือของสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ในสหรัฐอเมริกา และบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ปัจจุบันกรมอุตุนิยมวิทยาได้เพิ่มจำนวนสถานีตรวจแผ่นดินไหวในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศเป็นแบบระบบอะนาล็อก จำนวน 13 แห่ง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก เลย อุบลราชธานี นครราชสีมา นครสวรรค์ เขื่อนเขาแหลม และอำเภอจังหวัดเมือง จังหวัดกาญจน บุรี จันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา และภูเก็ตกับเป็นแบบ ระบบดิจิตอล จำนวน 11 แห่งได้แก่ จังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน แพร่ เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก ขอนแก่น เลย ปากช่องจังหวัดนครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และสงขลา

     นอกจากนั้น ยังมีหลายหน่วยงานที่ทำการตรวจวัดแผ่นดินไหวในหลายวัตถุประสงค์เช่น กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือมีระบบเครือข่ายแบบ Array เพื่อการตรวจจับการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้พื้นดิน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีการตรวจแผ่นดินไหวขนาดเล็ก เป็นเครือข่ายบริเวณเขื่อนทางภาคตะวันตก สำหรับกรมชลประทานมีเครือข่ายตรวจแผ่นดินไหว บริเวณ จังหวัดแพร่ เพื่อศึกษาลักษณะการเกิดแผ่นดินไหวก่อนการสร้างเขื่อน และกรมโยธาธิการ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิจัยเรื่องการตอบสนองของอาคารจากความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว

    เครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหวมีหลายชนิด เช่น ตั้งแต่น้ำหนักเบาไปจนถึงน้ำหนักมากแต่อาศัยหลักการพื้นฐานอย่างเดียวกัน จากภาพ AB เป็นเสารองรับมวลน้ำหนัก M ซึ่งแขวนอยู่ด้วยลวด AM มวลM ยังไว้ด้วยไม้ค้ำ BM ที่จุด มีเดือยหมุนเพื่อปรับระดับของมวล M แล้ว AB ฝังอยู่ในตอม่อคอนกรีตที่หยั่งติดกับพื้นโลก เมื่อเกิดแผ่นดินไหว พื้นโลก ตอม่อ และเครื่องรองรับมวลจะเคลื่อนไหว ซึ่งก็คือสัญญาณของแผ่นดินไหวนั่นเอง

เครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหวแบบอะนาล็อก

     ปัจจุบันเราทราบถึงสัญญาณของแผ่นดินไหวได้จากเครื่องรับแรงสั่นสะเทือน (Seismometer)   ซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจจับคลื่นแผ่นดินไหวและบันทึกลงในกระดาษบันทึก (Seismogram) ทั้งหมดรวม  เรียกว่า เครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหว (Seismograph)

     ถ้าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นใต้ทะเล แรงสั่นสะเทือนจะทำให้เกิดเป็นคลื่นขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ซึนามิ   (Tsunami) มีความเร็วคลื่น 600-800 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและเมื่อเข้าใกล้ฝั่งคลื่นจะเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้น โดยอาจมีความสูงถึง 60 เมตร หรือสูงเท่ากับตึก20 ชั้น สามารถก่อให้เกิดน้ำท่วม และสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับบ้านเมืองที่อยู่ริมฝั่งทะเล

ภาพแสดงสถานีตรวจจับแผ่นดินไหวในประเทศไทย

ball.gif
จัดทำโดย ครูอรพิน  สีแก้ว
โรงเรียนเชียงม่วนวิทยาคม   พะเยา

เครื่องตรวจแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวทำงานอย่างไร

       การศึกษาการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวเรียกว่า ไซสโมโลจี (seismology), ไซสโมกราฟ (Seismographs) เป็นเครื่องมือที่ใช้บันทึกคลื่นของแผ่นดินไหว เครื่องไซสโมกราฟนี้ มีหลักการง่ายๆ คือ ให้มีตุ้มน้ำหนักห้อยแบบอิสระอยู่บนตัวยึด (ดูภาพประกอบ) โดยตุ้มนี้จะแตะกับชั้นหินแข็งชั้นล่าง (bedrock) เมื่อมีคลื่นการไหวสะเทือนของแผ่นดินผ่านเข้ามา (แม้ว่าการเกิดแผ่นดินไหวอาจอยู่ห่างจากจุดวัดก็ได้) ก็จะส่งแรงผ่านตุ้มน้ำหนัก และผ่านตัวยึด เนื่องด้วยตุ้มน้ำหนักมีความเฉื่อยทำให้ตัวมันไม่เคลื่อนที่แต่จะส่งแรงที่ได้รับจากเปลือกโลกไปทำให้ตัวยึดสั่น แรงไหวของแผ่นดินก็จะบันทึกลงบนแผ่นหมุน ซิสโมกราฟนี้เป็นตัวขยายและบันทึกการเคลื่อนไหวของแผ่นดินนั่นเอง ข้อมูลที่ได้จากเครื่องไซสโมกราฟนี้เรียกว่า ไซสโมแกรม ซึ่งให้ข้อมูลการเคลื่อนไหวของแผ่นดินมากมาย ทำให้เรารู้ว่าคลื่นแผ่นดินไหว (seismic wave) มี 2 แบบใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อแผ่นดินเลื่อนออกจากกันตรงบริเวณรอยเลื่อน อันได้แก่ คลื่นผิวพื้น (surface wave) และ คลื่นหลัก (body wave)


 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 25786632
ขณะนี้มี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!