Home arrow บทความทั่วไป arrow สนามบินสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Airport)
Home    Contacts



สนามบินสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Airport) PDF พิมพ์

    ในที่สุดโครงการสนามบินที่มีประวัติการดำเนินการยาวนานที่สุดในโลก ก็ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการ วันที่ 28 กันยายน 2549 และคงเป็นที่รวบรวมสถิติที่สุดในโลกไว้หลายๆด้าน เช่น

   - เป็นโครงการที่ใช้ระยะเวลาดำเนินการและก่อสร้างยาวนานที่สุดในโลก
   - เป็นโครงการที่มีรัฐบาลรับผิดชอบหลายยุคหลายสมัยมากที่สุดในโลก
   - เป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนมากที่สุดในโลก
   - เป็นโครงการที่มีข่าวทุจริตมากที่สุดในโลก
   - เป็นสนามบินที่มีพิ้นที่มากที่สุดในโลก ถึง 20000 ไร่
   - เป็นสนามบินที่มีพื้นที่รองรับผู้โดยสารมากที่สุดในโลก
   - เป็นสนามบินที่มีหอบังคับการสูงที่สุดในโลก
   - เป็นสนามบินที่นักบินบอกว่า เสียวที่สุดในโลก เพราะมีหอคอยสูงมาก
   - ฯลฯ


ก็สุดแล้วแต่ว่าใครจะให้ตำแหน่งอะไรกับสนามบินแห่งนี้

หรือว่าหากจะเขียนถึงเรื่องราวความเป็นมาของสนามบินก็คงเขียนได้เป็นตำนานฉบับใหญ่ มีครบทุกรสชาติ ทุกอารมณ์

โครงการนี้เริ่ม พ.ศ. 2503 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี มาถึง พ.ศ. 2549 ที่มีคณะปฏิวัติยึดอำนาจ ก็เป็นเวลา 46 ปี เป็นโครงการที่เกิดก่อนประเทศเพื่อบ้านหลายช่วงตัวจนประเทศเหล่านั้นแซงเราไปหมด แต่เมื่อเราได้เปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิครั้งนี้ก็ต้องถือว่า เราได้ผงาดขึ้นมาจนเป็นแชมป์ในภูมิภาค และยังอาจไปไกลที่ว่าเป็นสนามบินใหญ่ที่สุดในโลก

จากฝันร้ายที่ผ่านมาเป็นระยะเวลาอันนาน เป็นอภิมหาโปรเจคที่มีปัญหามาทุกยุคทุกสมัยในเรื่องความไม่ชอบมาพากล เป็นแหล่งเงินทุนก้อนใหญ่ของพรรคการเมือง สนามบินหนองงูเห่า(ชื่อเดิม) เป็นเค๊กที่มีผลประโยชน์มหาศาล ตั้งแต่เรื่องการจ่ายชดเชยค่าเวนคืนที่ดินการประมูลถมที่สนามบิน การก่อสร้าง การซื้อเครื่องมือ รวมไปถึงการสร้างทางด่วนพิเศษเชื่อมต่อ หลายเรื่องกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฏหมาย ที่ผู้เกี่ยวข้องกำลังร้อนๆหนาวๆในขณะนี้

ณ วันนี้ ก็คงต้องถือว่าเป็นการเริ่มต้นศักราชใหมของประเทศ เพื่อลบภาพความเลวร้ายในอดีตให้หมดไป

สนามบินสุวรรณภูมิกำลังจะทำโจทย์ข้อสอบสำคัญในวันที่ 28 กันยายน 2549 เป็นวันที่คนไทยหลายคนใจระทึกว่าจะผ่านไปด้วยดีหรือไม่แต่ก็เชื่อว่าทุกคนคงเอาใจช่วยให้ลุล่วง เพราะไม่เช่นนั้นชื่อเสียงของประเทศก็พลอยเสียหายไปด้วย

เวลานี้ก็ต้องถือว่าสนามบินสุวรรณภูมิกลายเป็นสถานท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่หลายคนอยากมาเห็นความใหญ่โต สมกับคำว่าสนามบินระดับโลก แม้จะเห็นภาพจากหนังสือพิมพ์ หรือจากโทรทัศน์ แต่หลายคนก็ถือสุภาษิตที่ว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ทุกวันนี้จึงมีผู้คนให้ความสนใจพาครอบครัวมาเที่ยวกันนับหมื่นๆคนในแต่ละวัน แม้บางส่วนอาจยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่ก็เชื่อได้ว่า เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็จะเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตา เป็นความภูมิใจของคนทั้งประเทศ

กว่าจะเป็น .... สนามบินสุวรรณภูมิ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีประวัติความเป็นมาจนถึงปัจจุบัน สรุปตามลำดับพัฒนาการได้ดังนี้

ปี 2503  รัฐบาลไทยว่าจ้างบริษัท Litchfield Whiting Bowne and Associate ศึกษาและวางผังเมืองกรุงเทพฯ ผลการศึกษามีข้อเสนอให้ภาคมหานครของไทยเตรียมจัดให้มีสนามบินพาณิชย์แห่งใหม่ ซึ่งจะแยกเป็นสัดส่วนจากสนามบินทหารที่ดอนเมือง โดยให้สนามบินใหม่มีระยะห่างจากใจกลางเมืองและทิศทางที่เหมาะสมกับการขึ้นลงของเครื่องบินระหว่างสนามบินใหม่กับสนามบินดอนเมืองด้วย

ปี 2504  กระทรวงคมนาคมได้ศึกษาเปรียบเทียบสถานที่ก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่หลายบริเวณ และเห็นว่าบริเวณพื้นที่ตำบลบางโฉลง ตำบลราชาเทวะ และตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เหมาะที่จะเป็นที่ตั้งท่าอากาศยานแห่งใหม่ โดยจะอยู่ห่างจากสนามบินดอนเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามระยะเส้นตรงประมาณ 29 กิโลเมตร

ปี 2506-2516  กรมการบินพาณิชย์ กระทรวงคมนาคมได้จัดหาที่ดินท่าอากาศยานแห่งใหม่ โดยจัดซื้อและเวนคืนที่ดินประมาณ 20,000 ไร่ ซึ่งใหญ่กว่าพื้นที่สนามบินดอนเมืองราว 6 เท่า และจะสามารถรองรับการจราจรของเครื่องบินสำหรับมหานครได้ไม่น้อยกว่า 60 ปีหลังจากการเปิดใช้งาน

ปี 2521  กระทรวงคมนาคมได้ว่าจ้างบริษัท Tippets Abbott Mocarthy Aviation ศึกษาทบทวนความเหมาะสมในการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่อีกครั้ง ผลการศึกษาพบว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีท่าอากาศยานแห่งใหม่รองรับภาคมหานคร เพราะสนามบินดอนเมืองมีพื้นที่จำกัด และผลศึกษายังคงยืนยันว่าบริเวณพื้นที่คลองหนองงูเห่า อำเภอบางพลี สมุทรปราการ เหมาะสมที่สุด

    บริษัท TAMS ได้ทบทวนผลการศึกษาเรื่องการก่อสร้างสนามบินพาณิชย์แห่งใหม่ โดยพิจารณาคัดเลือกสถานที่ที่มีความเหมาะสมในเบื้องต้น 7 แห่ง ได้แก่

1. อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เขตต่อกับจังหวัดนครปฐม
2 .อำเภอลาดหลุมแก้วและลาดบัวหลวง เขตจังหวัดปทุมธานีต่อกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
3. สนามบินดอนเมือง
4. เขตหนองจอก กทม.
5. บริเวณหนองงูเห่า
6. อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ และ
7. อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

ปี 2530  ศึกษาของคณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภาเสนอว่าควรมีท่าอากาศยานกรุงเทพแห่งใหม่ และเห็นควรให้มีการสงวนที่ดินบริเวณหนองงูเห่าไว้ตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่

ปี 2533  การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา Louis Berger International ศึกษาและจัดทำแผนแม่บทระบบท่าอากาศยานทั่วประเทศ (Airport System Master Plan Study) เพื่อใช้ประโยชน์เป็นแนวทางการพัฒนาสนามบินของไทยในระยะยาว ผลการศึกษาในส่วนเกี่ยวกับท่าอากาศยานกรุงเทพแห่งใหม่ สรุปว่า ท่าอากาศยานดอนเมืองจะถึงจุดอิ่มตัวในปี 2543 และหากไม่มีท่าอากาศยานกรุงเทพแห่งใหม่ จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยในด้านการท่องเที่ยว ธุรกิจพาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม ซึ่งการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยได้รายงานผลการศึกษาดังกล่าวให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาถึงความจำเป็นต้องก่อสร้างท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ เพื่อเป็นสนามบินพาณิชย์หลักของภาคมหานคร

7 พ.ค. 2534  ครม. ได้มีมติอนุมัติให้มีการก่อสร้างโครงการท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ แห่งที่ 2 ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยมอบหมายให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการ และเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2535 การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา General Engineering Consultants (GEC), กลุ่ม Netherlands Airport Consultants B.V. (NACO), Louis Berger International Inc., Design 103 Co., Ltd, Asian Engineering Consultants Corp., Ltd., Index International Group Co,. Ltd., และ TEAM Consulting Engineer Co., Ltd. มาทำการศึกษาเพื่อวางแผนแม่บทเพื่อการพัฒนา ออกแบบเบื้องต้น และควบคุมการออกแบบรายละเอียดทางวิศวกรรม ตลอดจนช่วยบริหารงานก่อสร้าง ในวงเงินประมาณ 914 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี 6 เดือน โดยกำหนดเปิดใช้ท่าอากาศยานแห่งใหม่ในปี 2543

25 ส.ค. 2535  ครม. มีมติเห็นชอบงบประมาณประมาณ 80 ล้านบาท ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อจัดทำแผนพัฒนาระบบบริการพื้นฐาน รองรับการเชื่อมต่อโครงการท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ แห่งที่ 2 โดยเริ่มงานในปีงบประมาณ 2536

15 ก.ย. 2535  ประกาศใช้ "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัฒนาท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ แห่งที่ 2 พ.ศ. 2535" ซึ่งกำหนดสาระสำคัญเกี่ยวกับการบริหารไว้ดังนี้

    ให้มีคณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ แห่งที่ 2 (กทก.) ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธาน (พลเอกเชาวลิต ยงใจยุทธ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นรองประธาน รองเลขาธิการ หรือ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มอบหมาย เป็นกรรมการและเลขานุการฯ

7 พ. ค. 2538  คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ก่อสร้างท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ แห่งที่ 2 ที่ตำบลบางโฉลง ตำบลราชาเทวะ และ ตำบลหนองปรือ จังหวัดสมุทรปราการ โดยให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) เป็นผู้รับผิดชอบ

16 พ. ค. 2538  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งบริษัทจำกัดขึ้น เพื่อดำเนินการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ใช้ชื่อว่า บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 10,000 ล้านบาท มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม

31 พ. ค. 2538 กระทรวงการคลังมีคำสั่งที่ 76/2538 วันที่ 31 พ.ค. ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการจัดตั้งบริษัทจำกัด โดยมีรองอธิบดีกรมบัญชีกลาง (นางมณีมัย วุฒิธรเนติลักษณ์) เป็นประธานคณะทำงาน คณะทำงานฯ ร่วมกันพิจารณาให้บริษัทจำกัดที่จะจัดตั้งขึ้น มีทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 10,000 ล้านบาท จำนวนหุ้น 100 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท และให้ใช้ชื่อว่า "บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ แห่งใหม่ จำกัด" หรือ "New Bangkok International Airport Limited" กทก. ได้มีมติเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2538 กำหนดให้โครงสร้างของคณะกรรมการบริษัทฯ ควรมี 7-15 คน สำหรับประธานกรรมการให้พิจารณาได้ 3 ทางเลือก ได้แก่ 1) ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ 2) ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ และ 3) เอกชนเป็นประธานกรรมการ ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ สำหรับตำแห่งกรรมการผู้จัดการก็เป็นเอกชนเช่นเดียวกัน

7 ธ.ค. 2539  บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด ได้รับการจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยมีกระทรวงการคลังและการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเป็นผู้ถือหุ้น

27 ก.พ. 2539  บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) ได้มีการจัดตั้งขึ้น มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคม มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 10,000 ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลัง และ ทอท. ถือหุ้นร้อยละ 51.39 และ 48.61 ตามลำดับ

21 ก.ค. 2541  คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ บทม. ดำเนินการก่อสร้างท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ แห่งที่ 2 ให้ทางวิ่ง 2 เส้น สามารถรองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคนต่อปี โดยมีงบลงทุน 120,000 ล้านบาท รวมทั้งเห็นชอบให้เชิญชวนเอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการท่าอากาศยาน

ปี 2543  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ” เป็นชื่อ ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่

28 ก.ย. 2549  กำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 28 กันยายน 2549 ซึ่งเมื่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดให้บริการแล้ว ก็จะโยกย้ายกิจกรรมด้านการพาณิชย์ทั้งหมดจากสนามบินดอนเมืองไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองจะใช้เฉพาะในกิจการของกองทัพอากาศ ตลอดจนการบินพาณิชย์เฉพาะเครื่องบินเที่ยวพิเศษเช่าเหมาลำ เครื่องบินส่วนบุคคล (General Aviation) และเครื่องบินสินค้าทั้งลำต่อไป

ที่มา : สภาพัฒน์




 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42615292

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!