Home arrow บุุคคลที่มีชื่อเสียง arrow สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
Home    Contacts



สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก PDF พิมพ์
ประวัติสมเด็จพระราชบิดา
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

     ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 69 ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระศรีสวรินทิราพระบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
     ทรงพระราชสมภพในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือนยี่ ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 1 มกราคม 2434 และทรงผนวชเป็นสามเณร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2447เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงศึกษา ณ โรงเรีย นราชกุมารในพระบรมมหาราชวัง และทรงเสด็จไปศึกษาต่างประเทศที่โรงเรียนกินนอนแฮร์โรว์ ประเทศอังกฤษ และวิชาการทหารเรือในประเทศเยอรมัน เมื่อจบการศึกษาได้รับพระราชอิสริยยศเป็นนายเรือตรีแห่งราชนาวี เยอรมัน และนายเรือตรีแห่งราชนาวีสยาม กระทั่ง พ.ศ. 2469 ได้รับพระราชอิสริยยศเป็นนายนาวาเอก และนายพันเอกทหารบก (ราชองครักษ์) แล้วทรงลาออกจากกองทัพเรือเพื่อเสด็จไปศึกษาวิชาการสาธารณสุขและวิชาการแพทย์ ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ทรงสอบได้ประกาศนียบัตรการสาธารณสุขและปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต ชั้น Cum Laude และทรงได้รับก ารแต่งตั้งเป็นสมาชิกสมาคมเกียรตินิยมทางการศึกษาแพทย์ อัลฟา โอเมกา อัลฟา ด้วย
     ทรงอภิเษกสมรสกับนางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2463 ณ วังสระปทุม มีพระราชโอรสและพระราชธิดา 3 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ประสูติ ณ กร ุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 พระราชสมภพ ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชสมภพ ณ เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาจูเซตต์ ส หรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470ตำแหน่งราชการทรงเป็นอธิบดีกรมมหาวิทยาลัย กระทรวงศึกษาธิการ ข้าหลวงตรวจ การศึกษาทั่วไป นายกกรรมการคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล กรรมการสภากาชาดสยาม ประธานกรรมการอำนวยการวชิรพยาบาล พระอาจารย์พิเศษคณะอักษรศาสตร์และว ิทยาศาสตร์ และแพทย์ประจำโรงพยาบาลแมคคอร์มิค
      ในระหว่างยังทรงมีพระชนม์ชีพนั้น ทรงสนพระทัยเกี่ยวกับการศึกษาโดยเฉพาะด้านการศึกษาแพทย์และสาธารณสุขเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกิจการดังกล่าวยังไม่มั่นคงและไม่สามารถทัดเทียมต่างประเทศได้ จึง
ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค ์เป็นทุนการศึกษา เช่น ทรงส่งบุคคลไปศึกษาวิชาการแพทย์และพยาบาล ณ ต่างประเทศ โดยทุนส่วนพระองค์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2460 จนเสด็จทิวงคต พระราชทานทุนแก่มหาวิทยาลัยให้เก็บดอกผลเพื่อส่งคนไปศึกษาเพิ่มเติมในต่างประเทศ เป็นจำนวน 200,000 บาท เรียกว่า "ทุนวิทยาศาสตร์แห่งแพท ย์"นอกจากนั้น ยังได้ทรงเริ่ม "ทุนสอนและค้นคว้าของโรงพยาบาลศิริราช" เพื่อให้ผู้รับทุนฝึกฝนในทางปฏิบัติในสาขาใดสาขาหนึ่งเพื่อเตรียมตัวออกไปค้นคว้าด้วยตนเองได้
      เมื่อพระราชทานทุนการศึกษาส่วนพระองค์นั้น ทรงมีพระราชดำรัสว่า
"เงินที่ฉันได้ใช้ออกมาเรียน หรือให้พวกเธอออกมาเรียนนี้ ไม่ใช่เงินของฉัน แต่เป็นเงินของราษฏรเขาจ้างให้ฉันออกมาเรียน ฉะนั้นเธอต้องตั้งใจเรียนให้ดีให้สำเ ร็จ เพื่อจะได้กลับไปทำประโยขน์แก่ประเทศชาติ และขอให้ประหยัดใช้เงินเพื่อฉันจะได้มีเงินเหลือไว้สำหรับช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป"
ข้อความนี้ เหมาะสำหรับนักเรียนทุนทุกคนจะยึดเป็นหลักในการศึกษาเล่าเรียนยิ่งนัก


สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

     ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 69 ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระศรีสวรินทิราพระบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
     ทรงพระราชสมภพในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือนยี่ ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 1 มกราคม 2434 และทรงผนวชเป็นสามเณร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2447เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงศึกษา ณ โรงเรีย นราชกุมารในพระบรมมหาราชวัง และทรงเสด็จไปศึกษาต่างประเทศที่โรงเรียนกินนอนแฮร์โรว์ ประเทศอังกฤษ และวิชาการทหารเรือในประเทศเยอรมัน เมื่อจบการศึกษาได้รับพระราชอิสริยยศเป็นนายเรือตรีแห่งราชนาวี เยอรมัน และนายเรือตรีแห่งราชนาวีสยาม กระทั่ง พ.ศ. 2469 ได้รับพระราชอิสริยยศเป็นนายนาวาเอก และนายพันเอกทหารบก (ราชองครักษ์) แล้วทรงลาออกจากกองทัพเรือเพื่อเสด็จไปศึกษาวิชาการสาธารณสุขและวิชาการแพทย์ ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ทรงสอบได้ประกาศนียบัตรการสาธารณสุขและปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต ชั้น Cum Laude และทรงได้รับก ารแต่งตั้งเป็นสมาชิกสมาคมเกียรตินิยมทางการศึกษาแพทย์ อัลฟา โอเมกา อัลฟา ด้วย
     ทรงอภิเษกสมรสกับนางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2463 ณ วังสระปทุม มีพระราชโอรสและพระราชธิดา 3 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ประสูติ ณ กร ุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 พระราชสมภพ ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชสมภพ ณ เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาจูเซตต์ ส หรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470ตำแหน่งราชการทรงเป็นอธิบดีกรมมหาวิทยาลัย กระทรวงศึกษาธิการ ข้าหลวงตรวจ การศึกษาทั่วไป นายกกรรมการคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล กรรมการสภากาชาดสยาม ประธานกรรมการอำนวยการวชิรพยาบาล พระอาจารย์พิเศษคณะอักษรศาสตร์และว ิทยาศาสตร์ และแพทย์ประจำโรงพยาบาลแมคคอร์มิค
      ในระหว่างยังทรงมีพระชนม์ชีพนั้น ทรงสนพระทัยเกี่ยวกับการศึกษาโดยเฉพาะด้านการศึกษาแพทย์และสาธารณสุขเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกิจการดังกล่าวยังไม่มั่นคงและไม่สามารถทัดเทียมต่างประเทศได้ จึง
ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค ์เป็นทุนการศึกษา เช่น ทรงส่งบุคคลไปศึกษาวิชาการแพทย์และพยาบาล ณ ต่างประเทศ โดยทุนส่วนพระองค์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2460 จนเสด็จทิวงคต พระราชทานทุนแก่มหาวิทยาลัยให้เก็บดอกผลเพื่อส่งคนไปศึกษาเพิ่มเติมในต่างประเทศ เป็นจำนวน 200,000 บาท เรียกว่า "ทุนวิทยาศาสตร์แห่งแพท ย์"นอกจากนั้น ยังได้ทรงเริ่ม "ทุนสอนและค้นคว้าของโรงพยาบาลศิริราช" เพื่อให้ผู้รับทุนฝึกฝนในทางปฏิบัติในสาขาใดสาขาหนึ่งเพื่อเตรียมตัวออกไปค้นคว้าด้วยตนเองได้
      เมื่อพระราชทานทุนการศึกษาส่วนพระองค์นั้น ทรงมีพระราชดำรัสว่า
"เงินที่ฉันได้ใช้ออกมาเรียน หรือให้พวกเธอออกมาเรียนนี้ ไม่ใช่เงินของฉัน แต่เป็นเงินของราษฏรเขาจ้างให้ฉันออกมาเรียน ฉะนั้นเธอต้องตั้งใจเรียนให้ดีให้สำเ ร็จ เพื่อจะได้กลับไปทำประโยขน์แก่ประเทศชาติ และขอให้ประหยัดใช้เงินเพื่อฉันจะได้มีเงินเหลือไว้สำหรับช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป"
ข้อความนี้ เหมาะสำหรับนักเรียนทุนทุกคนจะยึดเป็นหลักในการศึกษาเล่าเรียนยิ่งนัก

ทรงสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2472 รวมพระชนมายุเพียง 37 ปี 8 เดือน 23 วัน


อ้างอิง http://medinfo.psu.ac.th/mso/title5.htm#1

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 43469987

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!