Home arrow บุุคคลที่มีชื่อเสียง arrow เอื้อ สุนทรสนาน
Home    Contacts



เอื้อ สุนทรสนาน PDF พิมพ์

“วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลาย ชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง...” นี่คือคำร้องส่วนหนึ่งในเพลง รำวงวันลอยกระทง ผลงานการประพันธ์ชิ้นหนึ่งในจำนวนมากกว่า 2,000 เพลง ของครูเอื้อ สุนทรสนาน ผู้ที่กระทรวงวัฒนธรรมจะเสนอไปยังองค์การยูเนสโก้ เพื่อยกย่องให้เป็นบุคลสำคัญของโลก ในด้านวัฒนธรรมดนตรีไทยสากล

เอื้อ สุนทรสนาน เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ.2453 (ตรงกับรัชสมัยของรัชการที่ 6) ที่ต.โรงหวี อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นบุตรของ นายดี และนางแส สุนทรสนาน มีพี่น้องรวม 3 คน

วัยเด็กเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดใหม่ราษฎร์บูรณะ ในจังหวัดบ้านเกิด ใช้เวลาเพียงปีกว่า สามารถอ่านออกเขียนได้ บิดาจึงพาเข้ากรุงเทพฯ เรียนหนังสือจนจบระดับประถมในโรงเรียนวัดระฆังโฆสิตาราม

ช่วงเวลานี่เอง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งโรงเรียนพรานหลวง ที่สวนมิสกวัน ให้เป็นโรงเรียนสอนดนตรีทุกประเภท ครูเอื้อจึงเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนแห่งนี้  โดยช่วงเช้าเรียนวิชาสามัญ ช่วงบ่ายเรียนวิชาดนตรี ที่มีทั้งดนตรีไทย ดนตรีฝรั่ง ซึ่งครูเอื้อมีความถนัดดนตรีฝรั่ง โดยเฉพาะไวโอลิน และแซ๊กโซโฟน...

ด้วยความสามารถพิเศษที่โดดเด่นกว่าใครๆ เมื่อเรียนชั้นมัธยม 2  บรรดาอาจารย์จึงให้ครูเอื้อ เรียนวิชาดนตรีแบบเต็มวัน งดเรียนวิชาสามัญ

พ.ศ.2467 หรือ 2 ปีถัดมา ครูเอื้อ อายุ 14 ปี ได้เข้ารับราชการประจำกองเครื่องสายฝรั่งหลวง ในกรมมหรสพ กระทรวงวัง ได้รับพระราชทานพระยศเป็น ‘เด็กชา’ เงินเดือน 5 บาท ด้วยความชำนาญที่เพิ่มมากขึ้น เขาจึงได้เลื่อนขึ้นไปเล่นกับวงใหญ่ มีเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 20 บาท

ต่อมาได้รับพระราชทานเป็น ‘พันเด็กชาตรี’ และ ‘พันเด็กชาโท’ ตามลำดับ จนเมื่อปี พ.ศ.2475 ได้โอนย้ายไปรับราชการที่กรมศิลปากร สังกัดกองมหรสพ มีเงินเดือนสูงถึง 50 บาท

ผลงานสร้างชื่อเสียง คือ การบรรเลงดนตรีประกอบเพลงและขับร้องเพลง ‘ในฝัน’ ของภาพยนตร์เรื่อง ‘ถ่านไฟเก่า’ สร้างโดยบริษัทไทยฟิล์ม ทำให้ครูเอื้อตั้งวงดนตรีของตนเอง ใช้ชื่อว่า ‘ไทยฟิล์ม’ ได้เพียงปีเศษก็ยุบวง

จากนั้น ทางราชการได้ปรับปรุงสำนักโฆษณาการ ให้เป็นกรมโฆษณาการ และเป็นกรมประชาสัมพันธ์ในที่สุด ซึ่งครูเอื้อ พร้อมวงดนตรี ได้รับการโอนย้ายจากกรมศิลปากร ให้มาเป็นวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีครูเอื้อเป็นหัวหน้าวง และยังเป็นหัวหน้าแผนกบันเทิงต่างประเทศ ในปี พ.ศ.2482 (รัชการที่ 8) จนเกษียณอายุราชการ ในปี พ.ศ.2514 แต่กรมประชาสัมพันธ์ยังจ้างพิเศษต่ออีก 2 ปี จนถึงปี พ.ศ.2516 ซึ่งเป็นปีที่ครูเอื้อได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ

ชีวิตครอบครัว ครูเอื้อ พบรักกับ อาภรณ์ กรรณสูต ธิดาของพระยาสุนทรบุรี และคุณหญิงสะอิ้ง กรรณสูต จนได้สมรสกันเมื่อปี พ.ศ.2489 มีธิดาคนเดียว คือ อดิพร สุนทรสาน (ภายหลังสมรสกับ ร.ต.อ.สันติ เสนะวงศ์) แต่ก็ยังมีบุตรชายสืบสกุลที่เกิดกับ โฉมฉาย อรุณฉาน คือ สุรินทร สุนทรสนาน

ครูเอื้อ ยังเคยได้รับพระราชทานเหรียญรูปเสมาทองคำที่มีพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. จากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันครบรอบ 30 ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์ ได้รับพระราชทานดอกไม้เยี่ยมไข้ถึง 2 ครั้ง และได้รับพระราชทานโล่เกียรติยศในฐานะศิลปินตัวอย่างผู้ประพันธ์เพลง ประจำปี พ.ศ. 2523-2524 แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ครั้งที่ 4 อีกด้วย

ระหว่างที่ป่วย ครูเอื้อยังเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขับร้องเพลง ‘พรานทะเล’ ถวายเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต

จนเมื่อ 1 เมษายน พ.ศ.2524 ครูเอื้อเสียชีวิต หลังจากตรวจพบเนื้อร้ายขนาดเท่าลูกเทนนิสที่ปอดด้านขวา และรักษาตัวราว 3 ปี รวมอายุได้ 71 ปี 2 เดือน 11 วัน.

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42842985

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!