Home arrow นักวิทยาศาสตร์ arrow กาลิเลโอ
Home    Contacts



กาลิเลโอ PDF พิมพ์
มนุษย์นอกศาสนา ผู้ค้นพบความลับของพระเจ้า

       ครั้งหนึ่ง ในประเทศอิตาลีได้เกิดข่าวใหญ่ เป็นที่สั่นสะเทือนทั้งในวงการวิทยาศาสตร์ และศาสนาอย่างมาก เพราะได้มีนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง จะแสดงการทดลองให้เห็นว่า คำสอนของอริสโตเติล ซึ่งทางศาสนาได้ยึดถือ เป็นคำสอนสืบมานั้นผิดโดยสิ้นเชิง ในวันนั้น ประชาชนมารวมกัน อยู่ที่ลานหน้าหอเอนแห่งเมืองปิซา อย่างมืดฟ้ามัวดิน เพื่อคอยดูว่า ผู้ใดที่บังอาจจะท้าทาย กับความตายอย่างน่ากลัวเช่นนั้น เพราะในสมัยนั้นไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าแสดงความเห็นขัดแย้ง กับคำสอนของศาสนาแล้ว จะต้องถูกจับเผาไฟทั้งเป็น ผู้ที่กล้าท้าทายความตาย อันน่าหวาดเสียวนี้ ก็ได้แก่ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของอิตาลี เขาคือ กาลิเลโอ (Galileo)
 

       กาลิเลโอ กาลิเลอี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ นักปรัชญาเมธีชาวอิตาเลียนผู้นี้ เกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1564 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับ วิลเลียม เช็คสเปียร์ (William Shakespeare) จินตกวีของอังกฤษ บิดาของเขาชื่อ วินเซนซิโอ กาลิเลอี (Vincenzio Galilei) ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากครอบครัวผู้ดีสมัยเก่า แต่ไม่ค่อยจะมีเงินทองมากนัก บิดาของกาลิเลโอเป็นนักคณิตศาสตร์ นักดนตรี และนักเขียนที่มีชื่อเสียงเหมือนกัน ทั้งยังเป็นพ่อค้าขนสัตว์อีกด้วย บิดาของเขาเกิดที่เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) แต่ตัวกาลิเลโอเกิดที่เมืองปิซา ขณะที่อยู่ในวัยเด็กได้รับการศึกษาเบื้องต้นที่บ้าน ต่อมาจึงได้ไปศึกษาอยู่กับวัด สมัยที่ยังเยาว์วัย กาลิเลโอมีความสามารถเป็นพิเศษในทางดนตรี สนใจในด้านศิลปะภาพเขียน และคณิตศาสตร์ แต่บิดาของเขาไม่สนับสนุนในเรื่องนี้ บิดาของเขาตั้งใจจะให้เขาศึกษาแพทย์ เพราะการเป็นแพทย์ในสมัยนั้นหาเงินได้ง่าย และเป็นที่ยกย่องของคนทั่วๆ ไป ด้วยเหตุนี้เองบิดาจึงได้ส่งเขา ไปเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเมืองปิซา พยายามให้ศึกษาในวิชาการด้านนี้ และให้หลีกห่างจากวิชาคณิตศาสตร์ แต่ก็ไม่ได้ผล เพราะต่อมาไม่นาน เมื่อกาลิเลโอได้ไปฟังการสอนเรขาคณิต ในมหาวิทยาลัยก็เกิดติดใจ จึงหันไปเรียนคณิตศาสตร์ ควบคู่ไปกับวิชาวิทยาศาสตร์


        เมื่อ ค.ศ.1584 กาลิเลโออายุได้ 20 ปี และเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเมืองปิซา วันหนึ่ง เมื่อเขานั่งสวดมนต์อยู่ในโบสถ์ เขาได้สังเกตเห็นว่า โคมไฟที่แขวนไว้บนเพดานโบสถ์แกว่งไปมา เขารู้สึกว่าการแกว่งไปมาของโคมไฟนั้น กินเวลาเท่ากัน แต่เนื่องจากเขาเป็นคนที่ชอบทดลองค้นคว้า ไม่ค่อยเชื่ออะไรง่ายๆ ดังนั้น เขาจึงหาทางทดลองให้ทราบว่า ระยะเวลาของการแกว่งไปมาของโคมไฟนั้น ไม่ว่าจะมีช่วงสั้นหรือยาวก็ตาม จะต้องกินเวลาเท่ากัน ขณะนั้นเขาไม่ทราบว่า จะไปเอานาฬิกาที่ไหนมาจับเวลาได้ แต่เขาทราบความจริงว่า ชีพจรของคนเรานั้น เต้นแต่ละครั้งกินเวลาเท่ากัน ดังนั้น เขาจึงทดลองจับชีพจรดู ในขณะที่โคมไฟแกว่งไปมา หลังจากทำการทดลองอยู่หลายครั้ง เขาจึงแน่ใจว่า การแกว่งของโคมไฟ เป็นไปตามความคิดของเขา ต่อมาเขาได้กลับไปทดลองเกี่ยวกับเรื่อง การแกว่งของลูกตุ้มนี้ที่บ้านอีก ก็ได้พบความจริงเช่นเดียวกัน และได้อาศัยหลักอันนี้เอง กาลิเลโอได้สร้างเครื่องมือวัดการเต้นของชีพจร โดยอาศัยตุ้มน้ำหนักแขวนกับเชือก เป็นเครื่องมือจับเวลา ต่อมาคริสเตียน เฮอย์เกนส์ (Christian Huygens) ได้คิดสร้างนาฬิกาขึ้น โดยอาศัยหลักตุ้มแกว่งเป็นผู้ควบคุมเวลา จึงนับได้ว่ากาลิเลโอ เป็นต้นคิดและผู้ออกแบบตุ้มของนาฬิกา เป็นคนแรก


       ในปี ค.ศ.1585 กาลิเลโอ เกิดขัดสนในเรื่องเงินทอง ไม่สามารถจะศึกษาต่อไปได้ จึงได้เดินทางกลับไปอยู่ที่ฟลอเรนทีน อาคาเดมี (Florentine Academy) ในเมืองฟลอเรนซ์ และศึกษาด้วยตนเอง ณ ที่นี้เอง กาลิเลโอได้วิจารณ์ Law of Motion ของ Aristotle เป็นครั้งแรก ในปี ค.ศ.1586 กาลิเลโอก็ได้พิมพ์ผลงานของเขา เกี่ยวกับเรื่องตาชั่ง ที่เรียกว่า Hydrostatic Balance ทำให้ประชาชนรู้จักเขามากขึ้น ต่อมา Marchese Guidubaldo Del Monte แห่ง Pesaro ซึ่งเป็นผู้มีบุญคุณแก่เขา ได้ขอร้องให้เขาเขียนหนังสือขึ้นอีกเล่มหนึ่ง เกี่ยวกับจุดศูนย์ถ่วงของของแข็ง (Centre of Gravity of Solid) หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่ง ที่ทำให้ชื่อเสียงของกาลิเลโอโด่งดังยิ่งขึ้น และในปี ค.ศ.1588 กาลิเลโอได้รับเชิญ ให้ดำรงต่ำแหน่งศาสตราจารย์ผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยเมืองปิซา ซึ่งขณะนั้น กาลิเลโอเพิ่งจะมีอายุได้ 24 ปี ยังไม่มีปริญญา และชื่อเสียงก็ยังไม่ได้โด่งดัง เท่ากับศาสตราจารย์อื่นๆ และออกจะหนุ่มเกินไป ยังไม่ค่อยได้รับความเชื่อถือเท่าไรนัก




 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42484705

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!