Home arrow บทความทั้งหมด arrow Youtube arrow บรรจุภัณฑ์แอคทีฟ
Home    Contacts



บรรจุภัณฑ์แอคทีฟ PDF พิมพ์

  คลิกครับ

หรือ คลิกดูได้ที่ http://youtu.be/gTFQuakHebw

บรรจุภัณฑ์แอคทีฟ (Active Packaging) : สิ่งประดิษฐ์ไทย

บรรจุภัณฑ์แอคทีฟ : สิ่งประดิษฐ์ไทยยืดอายุผักผลไม้
          ผลิตผลด้านเกษตรกรรมของเกษตรกรไทย เป็นสินค้าส่งออกหลักที่สร้างรายได้ ให้กับประเทศมาโดยตลอด ซึ่งในปี พ.ศ. 2544 ประเทศไทยส่งออกสินค้าทั้งหมด 2,888,936 ล้านบาท เป็นสินค้าด้านเกษตรกรรมและผลิตภัณฑ์ มูลค่า 676,677 ล้านบาท ล่าสุด การส่งออกสินค้าเกษตรกรรมประจำเดือนเมษายน 2546 มีมูลค่ากว่า 63,973 ล้านบาท
          ในบรรดาผลิตผลด้านการเกษตร ผักและผลไม้เป็นผลิตผลหลักที่ประเทศไทย ส่งออก โดยพบว่าในปี พ.ศ. 2544 ไทยส่งออก พืชสวนผักและผลิตภัณฑ์รวมปริมาณ 405,270 เมตริกตัน คิดเป็นมูลค่า 14,561,558 บาท ผลไม้และผลิตภัณฑ์ปริมาณ 1,089,907 เมตริกตัน คิดเป็นมูลค่า 28,405,243 บาท ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวเลข การส่งออกที่สูงเมื่อเทียบกับผลิตผลการเกษตรด้านอื่น ๆ 
          อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบกับปริมาณการผลิตผักและผลไม้ที่มีมาก กลับพบว่า มีความสูญเสียของผลผลิตเกิดขึ้นในระหว่าง การขนส่งและการขายเป็นจำนวนมาก จากการประเมินมูลค่าความเสียหายของผักสด หลังการเก็บเกี่ยวและขนส่ง โดยผู้ประกอบการ คิดเป็นประมาณ 35% ของมูลค่าโดยรวม หรือประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี
          ความสูญเสียที่เกิดขึ้น สืบเนื่องจากการขาดความรู้ความเข้าใจ และไม่มี การประยุกต์ใช้วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม ตลอดจนเทคนิคการยืดอายุ ผลิตผลเพื่อรักษาคุณภาพให้คงเดิม
          การสูญเสียผลิตผลหลังการเก็บเกี่ยว ไม่ว่าเนื่องจากโรค การเปลี่ยนแปลงทาง สรีระของผักผลไม้จากการหายใจหรือสูญเสียน้ำ หรือจากการเกิดบาดแผล ได้เคย เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกมาแล้ว โดยในปี ค.ศ.1975 องค์การอาหารและเกษตร (FAO) แห่งสหประชาชาติ ต้องออกมารณรงค์และเรียกร้องให้หาทางลดการสูญเสีย ผลผลิต หลังการเก็บเกี่ยวภายในระยะเวลา 10 ปี ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อผลผลิตเกิด การสูญเสียมาก ย่อมส่งผลกระทบต่อการบริโภคของประชากร ซึ่งนับวันจำนวน ประชากรมากขึ้น ขณะที่พื้นที่ทางการเกษตรกลับลดน้อยลง
          หนทางหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว ก็คือ การพัฒนาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ ที่ใช้ในการบรรจุผลิตผลการเกษตร เพื่อยืดอายุ ผลิตผลให้นานมากขึ้น
 
"ชีวิต" ของผักผลไม้ 
          ผักและผลไม้หลังการเก็บเกี่ยวยังมีชีวิตอยู่ กระบวนการต่าง ๆ ทั้งทางสรีระและชีวเคมียังคงดำเนินอยู่เช่นเดียวกับที่ยังติดอยู่ กับต้นหรือยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ดังนั้นผักและผลไม้หลังการเก็บเกี่ยวจึงยังคงมีการหายใจต่อไป โดยการดูดเอาออกซิเจนเข้าไป ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และความร้อนออกมา จึงเกิดการคายน้ำและการสูญเสียน้ำหนัก
          การสูญเสียเนื่องจากการหายใจและการคายน้ำขณะที่ผลิตผลยังอยู่กับต้นเดิม จะถูกแทนที่และชดเชยโดยน้ำหล่อเลี้ยงภายในต้น (cell sap) อาหารที่ได้จากการสังเคราะห์แสง และแร่ธาตุจากดินหรือปุ๋ย ขณะที่หลังจากผักและผลไม้ถูกเก็บเกี่ยวแล้ว จะถูกตัดออก จากแหล่งน้ำ อาหารและแร่ธาตุ ดังนั้น ผักและผลไม้หลังการเก็บเกี่ยวจึงต้องอาศัยอาหารที่สะสมไว้และความชื้นใน เนื้อเยื่อที่มีอยู่ การสูญเสียอาหารและน้ำที่มีอยู่ในเนื้อเยื่อของผลิตผลจะไม่ได้รับการชดเชย กระบวนการเน่าเสียจึงเกิดขึ้นกับผักและผลไม้  
 
    
 Active Packaging : บรรจุภัณฑ์ยืดอายุ 
          ขั้นตอนการบรรจุผลิตผลหลังการเก็บเกี่ยว เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญที่จะช่วยรักษาความสดของผลิตผล ที่ผ่านมา การศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์มีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Active Packaging หรือ บรรจุภัณฑ์แอคทีฟ ได้รับการยอมรับว่าเป็น Preservation of The 21st Century โดยมีการประยุกต์ใช้ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และประเทศทางแถบยุโรป รวมทั้งประเทศไทยเอง โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ได้ดำเนินการพัฒนาและวิจัยบรรจุภัณฑ์แอคทีฟให้เหมาะสม กับผลิตผลเกษตรกรรมของประเทศไทย
 
ก่อนจะมาเป็น "บรรจุภัณฑ์แอคทีฟ" 
          ก่อนปี ค.ศ. 1985 พลาสติกบรรจุภัณฑ์แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 
          1. วัสดุที่สกัดกั้นการแพร่ผ่านของก๊าซและไอน้ำได้ดีมาก หรือไม่ยอมให้ก๊าซแพร่ผ่าน
          2. วัสดุที่ยอมให้ก๊าซแพร่ผ่านได้

          ต่อมาเมื่อการเก็บรักษาผลิตผลในสภาพบรรยากาศดัดแปลง และบรรยากาศควบคุม เริ่มใช้อย่างแพร่หลายในเชิงพาณิชย์ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมปริมาณของออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ โดยเฉพาะในสภาวะที่ขาดออกซิเจน ซึ่งทำให้ผลิตผลเสื่อมคุณภาพทางอาหาร สีกลิ่นและรสชาติ ทำให้เกิดการพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์ ที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศภายในบรรจุภัณฑ์ และยอมให้ออกซิเจนผ่านไปในบรรจุภัณฑ์ หรือยอมให้คาร์บอนไดออกไซด์ผ่านออกจากบรรจุภัณฑ์ในอัตราส่วน ที่พอเหมาะต่อการชลอการหายใจของผลิตผล ซึ่งก็คือบรรจุภัณฑ์ Active Packaging 
 
บรรจุภัณฑ์แอคทีฟ คืออะไร 
          บรรจุภัณฑ์แอคทีฟ เป็นนวัตกรรมการควบคุมองค์ประกอบของบรรยากาศภายในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งโดยมากใช้สารประกอบเคมี ที่มีสมบัติพิเศษในการดูดหรือคายก๊าซบางชนิด ได้แก่ สารดูดออกซิเจน สารดูดเอทิลีน (เป็นก๊าซที่เกิดจากผลไม้ ทำให้ผลไม้สุก) สารดูดกลิ่น สารควบคุมความชื้น สารคายคาร์บอนไดออกไซด์ หรือสารยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ 
          หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์แอคทีฟ คือ การปกป้องอาหารและขณะเดียวกันก็ควบคุมสภาพบรรยากาศภายในบรรจุภัณฑ์ โดยการยอม หรือสกัดกั้นการแพร่ของก๊าซต่าง ๆ ผ่านเข้า-ออกจากภาชนะบรรจุให้มีความเหมาะสมตามความต้องการของอาหารหรือ ผลิตผลนั้น ๆ เพื่อยืดอายุและรักษาคุณภาพ
          การทำงานของบรรจุภัณฑ์ฉลาดนี้ (smart packaging) คือ วัสดุหรือฟิล์มที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สามารถเกิดปฏิสัมพันธ์กับก๊าซภายใน บรรจุภัณฑ์และส่งผลถึงการปรับสภาพบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง เช่น การลดปริมาณก๊าซ หรือเพิ่มปริมาณก๊าซในบรรยากาศรอบ ๆ ผลิตผล ทำให้เกิดสมดุลที่ผลิตผลต้องการ และชะลอการเสื่อมสภาพได้
 
ประเภทของบรรจุภัณฑ์แอคทีฟ 
          การพัฒนาบรรจุภัณฑ์แอคทีฟสามารถแบ่งตามลักษณะเทคโนโลยีได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
          1. Sachet-based technology คือ การใช้สารดูดหรือคายก๊าซ โดยบรรจุในซองเล็ก ๆ (packet หรือ sachet) และ sachet จะถูกใส่เพิ่มในภาชนะบรรจุหลักของอาหาร ซึ่งใช้งานแพร่หลายในอาหารอบแห้งต่าง ๆ ขนมเค้ก หรือเนยแข็ง 
          2. Plastic packaging as media คือ การผสมสารดูดหรือคายก๊าซในพลาสติกหรือฟิล์มที่เป็นบรรจุภัณฑ์โดยตรง ได้แก่ ฟิล์มที่มีสารผสมเพื่อยับยั้งหรือทำลายเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรียในอาหารหรือการใช้ฟิล์มพลาสติกผสมด้วยสารดูดออกซิเจนเป็นซีล (seal) ด้านในของฝาขวดเบียร์
 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42936525

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!