Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป ธันวาคม 54
Home    Contacts



บทความทั่วไป ธันวาคม 54 PDF พิมพ์

หน้า 26

วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ตายแล้วไม่ต้องทำการบ้าน

10 วลีฮิตของจีน 2011 "ตายแล้วไม่ต้องทำการบ้าน", "เอาอยู่" และเรื่องสตีฟ จ็อบส์ ติดอันดับ!

นับวันประเทศจีน ยิ่งเป็นประเทศที่น่าติดตามขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความใหญ่ของประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจและประชากร


เพราะฉะนั้น รู้จักประเทศนี้ไว้ก็ไม่เสียหลาย โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ที่กระแสไหลตามน้ำเร็วไม่แพ้ชาติใดในโลก


โลกออนไลน์ในประเทศนี้ เว็บไซต์ที่โลกแรงที่สุดในแดนอาตี๋อาหมวย ก็คือเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า baidu.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ชื่อดังคล้ายกับ พันทิป, กระปุก หรือ สนุก ในบ้านเรา ซึ่งเป็นเว็บที่ทำให้ดาราได้แจ้งเกิดด้วย อย่างเช่น ป้อง-ณวัฒน์, มาริโอ เมาเร่อ, พิช วงออกัส, บี้ เดอะสตาร์ และอีกมากมาย


ท้ายปีทั้งที เว็บไซต์นี้ได้จัดอันดับ 10 วลีสุดฮิตที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเน็ตชาวจีน พร้อมกับที่มาของคำที่มีเบื้องหลังที่น่าสนใจ ซึ่งเกี่ยวพันกับทั้งเรื่องอื้อฉาวในจีนอย่างเรื่องรถไฟความเร็วสูงชนกัน ไปจนถึงเรื่องระดับโลกอย่างเรื่องการจากไปของสตีฟ จ็อบส์

จะมีคำว่าอะไร จากเรื่องใดกันบ้าง ลองมาดูกัน



ทนพิษบาดแผลไม่ไหว

1.伤不起 shāng bù qǐ (ซางปุ้ฉี่)

ความหมายตามตัวของมันคือ ได้รับบาดเจ็บจนทนพิษบาดแผลไม่ไหว ต่อมาคำนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาใช้ในความหมายของการทนไม่ไหว, รับไม่ได้ ซึ่งเป็นวลีที่ใช้กันในหมู่นักท่องเน็ตชาวจีนมากที่สุด และมักจะใช้วลีนี้บรรยายสภาพอันเกินทานทนเกี่ยวกับการลงทุน, การออกเดท และชีวิตการแต่งงาน รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ

เอาอยู่

2.Hold 住hold zhù (โฮลด์จู้)

มีคำฮิตติดปากในหมู่คนจีนช่วงเวลานี้คือคำว่า “hold住” (โฮลด์จู้) หมายถึงสามารถควบคุมสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าได้ มีความมั่นใจ ควบคุมสถานการณ์ได้ รับมืออย่างใจเย็น หรือเรียกง่ายๆ ว่า "เอาอยู่" โดยที่มาของคำนี้มาจากรายการทีวีรายการหนึ่งในไต้หวันชื่อ 《大学生了没》 มีตัวละคนชื่อ Miss Lin (คาแร็คเตอร์คล้ายตุ๊ยตุ่ย หรือ ตุ๊กกี้บ้านเรา) ออกมาสอนว่า อะไรคือแฟชั่น โดยมีการพูดออกมาว่า “hold住” "เราต้อง hold住 ในทุกๆ สถานการณ์" เป็นต้น

3.吐槽tǔ cáo (ถู่เฉา)

เป็นคำฮิตที่ใช้กันในประเทศไต้หวัน ก่อนที่จะได้รับความนิยมในจีนแผ่นดินใหญ่ในเวลาต่อมา ความหมายคือการพูดจาเพื่อนสนิทมิตรสหายหรือคนรักให้ได้รับความอับอาย หรือเรียกเป็นภาษาไทยง่ายๆ ว่า “ฉีกหน้า” นั่นเอง

4.有木有yǒu mù yǒu (โหย่ว มู่ โหย่ว)

เป็นคำที่ล้อเสียงกับภาษาจีนคำว่า 有没有 (โหย่ว เหมย โหย่ว) แปลว่ามีไหม, มีหรือเปล่า


แอ๊บแบ๊ว

5.卖萌(mài méng) ม่ายเหมิง

ความหมายตามตัวคือ ขายความน่ารัก หมายถึงการทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ตัวเองน่ารัก คำที่ใกล้เคียงกับบ้านเราที่สุดก็คือ “แอ๊บแบ๊ว” ใช่ว่าไทยเราจะทำเป็นอย่างเดียว ชาวจีนเองเขาก็แอ๊บเบ๊วเป็นเหมือนกัน

ตายแล้วไม่ต้องทำการบ้าน

6.死了就不用写作业 (sǐle jiù bùyòng xiě zuòyè - สื่อเลอจิ้วปุ๋ย่งเสี่ยจั้วเย่)

แปลเป็นไทยว่า "ตายแล้วก็จะได้ไม่ต้องทำการบ้าน" เนื่องจากเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีเด็กนักเรียนหญิง 10 ขวบกลุ่มหนึ่งในเจียงซี ตัดสินใจโดดเรียนเพราะทำการบ้านไม่เสร็จ แม้ว่าทำการบ้านทั้งวันแล้วก็๋ยังไม่เสร็จ มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งผุดไอเดียว่าเรามาฆ่าตัวตายดีกว่า เพื่อนนักเรียนสามคนที่เห็นด้วยจึงปีนขึ้นบนหลังคาบ้าน จับมือและกระโดดตึกลงมาโดยพร้อมเพรียง...

โชคดีที่ทั้งสามคนรอดมาได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นวาระใหญ่โตที่ผู้ใหญ่ต้องกลับมาตระหนักถึงระบบการศึกษาในจีน "ตอนที่กระโดดลงมาหนูกล้วนะ แต่ถ้าต้องโดนครูทำโทษเพราะทำการบ้านไม่เสร็จหนูยอมตายดีกว่าค่ะ" นักเรียนคนหนึ่งพูด และกลายเป็นประโยคฮิตแห่งปีในหมู่คนจีนด้วยประการฉะนี้...

7.互粉hù fěn (ฮู่เฝิ่น)

คำนี้มาพร้อมกับกระแสความนิยมของการเล่น 微博 (weibo) หรือทวิตเตอร์ของคนจีนที่เล่นกันอย่างแพร่หลาย คำนี้หมายถึง การมีเพื่อนในทวิตเตอร์ร่วมกัน เป็นแฟนคลับติดตามซึ่งกันและกัน หรือความหมายภาษาอังกฤษก็คือ mutual fans นั่นเอง

ยังไงฉันก็เชื่ออยู่ดี

8.反正我信了fǎnzhèng wǒ xìnle (ฝ่านเจิ้ง หว่อ ซิ่นเลอ)

วลีนี้แปลว่า ยังไงฉันก็เชื่ออยู่ดี ที่มาเกิดจากอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงในประเทศจีนชนกัน มีผู้เสียชีวิต 35 คน บาดเจ็บ 192 คน โดยหวังหย่งผิง โฆษกของการทางรถไฟผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงกับอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้ตอบคำถามนักข่าวและทิ้งท้ายประโยคที่ว่า “คุณจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ ยังไงผมก็เชื่ออยู่ดี” จนกลายเป็นคำฮิตติดปากของชาวเน็ต


แต่งงานหอยทาก

9.蜗婚wō hūn (วัวฮุน)

คำนี้แปลตามตัวได้ว่าการแต่งงานหอยทาก ชาวเน็ตนำคำนี้มาใช้หมายถึง คู่แต่งงานที่หย่าร้างกันไปแล้วแต่ต้องอยู่กินด้วยกันเพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันอัตราการหย่าร้างในจีนมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ หญิงชายที่แต่งงานกันทันทีหลังเรียนจบ โดยมีพ่อแม่แต่ละฝ่ายเป็นคนออกเงินซื้อบ้านให้ ซึ่งเมื่อหย่าร้างกันไปแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องอยู่ด้วยกันเพราะเป็นบ้านที่ทั้งสองซื้อร่วมกัน ไม่ต่างอะไรกับทาก 2 ตัวที่ต้องอยู่ในหอยใบเดียวกันนั่นเอง

1,000 หยวนต่อ ตร.ม.

10.一潘yī pān (อี้พัน)

คำว่า 潘 (พัน) เป็นคำที่ชาวเน็ตคิดขึ้นมาใหม่หมายถึงหน่วย 1,000 หยวนต่อตารางเมตร ที่มาของคำนี้มาจากคนชื่อ潘石屹 (พันสืออี้) นักธุรกิจขอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีนและเป็นประธานกรรมการก่อตั้งบริษัท SOHO ในวันที่ 6 ตุลาซึ่งเป็นวันที่สตีฟ จ็อบส์เสียชีวิต เขาก็ถือโอกาสโพสต์ข้อความในบล็อกของเขาว่าให้บริษัทแอปเปิ้ลผลิตไอโฟนและไอพอดออกขายในราคาต่ำกว่า 1,000 หยวน (ประมาณ 5,000 บาท) เพื่อให้คนจีนมีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพิ่มมากขึ้นและถือเป็นการไว้อาลัยให้จ็อบส์ด้วย

เท่านั้นแหละสาวกแอปเปิ้ลที่ไม่เห็นด้วยต่างตอกกลับแพนเสียหงายเงิบด้วยการโพสต์ตอบว่า "งั้นถ้าคุณตาย บริษัทของคุณก็ควรขายบ้านตารางเมตรละพันหยวนด้วยนะ คนจีนจะได้จดจำคุณได้มากขึ้น" และนี่คือที่มาของหน่วยวัดบัญญัติใหม่คำนี้นั่นเอง

สำหรับใครที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องของภาษาและวัฒนธรรมจีนย่อยง่ายอ่านสนุก ก็เข้ามาติดตามกันได้ที่แฟนเพจของ "ภาษาจีนนอกเวลา” http://www.facebook.com/xiuxianhanyu กันได้เลย



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42621475

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!