Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป ธันวาคม 54
Home    Contacts



บทความทั่วไป ธันวาคม 54 PDF พิมพ์

หน้า 25

วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กำเนิด "ตินติน" อมตะการ์ตูนผจญภัย

Pic_224234

แม้ว่า “จอร์จ เรมี” เจ้าของนามปากกา “แอร์เช” ผู้สร้างการ์ตูนอมตะ “ตินติน” จะไม่เคยเอ่ยปากออกมาชัดๆ แต่เหล่าผู้คลั่งไคล้ตินตินจำนวนไม่น้อยเลย ก็เชื่อกันว่าจอร์จ เรมี ได้แรงบันดาลใจ

ในการสร้างสรรค์นักข่าวหนุ่มผู้เดินทางไปรอบโลกมาจากชีวิตจริงของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง คือ “ปาลเล ฮัลด์” (Palle Huld)

แต่ก่อนที่เราจะไปรู้จักปาลเล ฮัลด์ กัน ไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน คงต้องขออนุญาตพาท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ “ตินติน” กันอีกครั้งเสียก่อน

ตินตินในภาพยนตร์ 3 มิติ.

ตินตินในภาพยนตร์ 3 มิติ.

 


ตินตินเป็นตัวละครเอกในการ์ตูนชุด “การผจญภัยของตินติน” และอันที่จริงแล้ว ตินติน (Tintin) มาจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งต้องออกเสียงเป็น “แตงแตง” แต่คนไทยเคยชินกับการออกเสียงตามแบบภาษาอังกฤษว่า ตินตินมากกว่า เพราะฉะนั้น ก็ขอใช้ตินตินตามความเคยชินนะคะ

ตามท้องเรื่องจากจินตนาการของจอร์จ เรมี นั้น ตินตินเป็นนักข่าวหนุ่มที่มักจะเดินทางไปตามสืบเรื่องโน้นเรื่องนี้ทั่วโลก พร้อมกับเจ้าหมาน้อยสีขาวคู่ใจ ชื่อ “สโนวี่” และบรรดาผองเพื่อน ที่ทั้งหมดต่างก็กลายเป็นอมตะบนหน้าหนังสือการ์ตูนยอดฮิต ซึ่งหลังจากเปิดตัวมาพบ

กับผู้อ่านทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ในเบลเยียมบ้านเกิดของจอร์จ เรมี แล้ว การ์ตูนชุดตินตินก็ดังระเบิดจนถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาต่างๆทั่วโลกกว่า 50 ภาษา และมียอดขายแล้วมากกว่า 200 ล้านเล่ม

จอร์จ เรมี เขียนเรื่องราวการเดินทางรอบโลกของตินตินเอาไว้ 24 ตอน ก่อนจะเสียชีวิต และแม้จะมีผู้พยายามทำเลียนแบบ แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่า ตินตินของแท้มีเพียง 24 เรื่อง กับการเดินทางอันแสนสนุก 24 ครั้ง จากปลายปากกาของต้นตำรับ

ปาลเล ฮัลด์ ในวัยชรากับหนังสือผลงานของเขา.

ปาลเล ฮัลด์ ในวัยชรากับหนังสือผลงานของเขา.

จอร์จ เรมี ผู้ให้กำเนิดตินติน.

จอร์จ เรมี ผู้ให้กำเนิดตินติน.


ส่วนที่ว่าผู้สร้างตินตินขึ้น ได้แรงบันดาลใจมาจากปาลเล ฮัลด์ จริงหรือเปล่า คงต้องมาตามดูชีวิตของฮัลด์กันต่อล่ะค่ะ

ฮัลด์เป็นดาราภาพยนตร์ผู้มีชื่อเสียงชาวเดนมาร์ก เขาเพิ่งจะเสียชีวิตเมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยวัยเฉียดร้อย แต่ก่อนที่จะโด่งดังในฐานะนักแสดงนั้น ฮัลด์เคยเป็นเด็กหนุ่มที่คนทั้งโลกจับตามองมาแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ.1928 ซึ่งในตอนนั้นหนังสือพิมพ์โพลิติเคน (Politiken) ของเดนมาร์ก ได้ประกาศจัดการแข่งขันครั้งใหญ่ เพื่อร่วมระลึกในวาระการครบรอบ 100 ปี ของจูลส์ เวิร์น นักเขียนชื่อดังชาวฝรั่งเศส ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งนิยายวิทยาศาสตร์ ผู้เขียนหนังสือที่คนทั้งโลกรู้จักกันดี คือ “80 วันรอบโลก” หรือ Around the World in Eigthy Days

โพลิติเคนอยากเลียนแบบการเดินทางใน 80 วันรอบโลก จึงออกประกาศว่า จะคัดเลือกเด็กวัยรุ่นชายเพียงคนเดียวให้มาเดินทางรอบโลกให้ได้ภายใน 46 วัน โดยจะใช้พาหนะอะไรก็ได้ ยกเว้นเครื่องบิน และจากผู้สมัครจำนวนมากมาย โพลิติเคนก็ตัดสินใจเลือกฮัลด์ ซึ่งในตอนนั้นเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุ 15 ปี ที่ไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว แต่ออกมาทำงานเป็นเสมียนในร้านขายรถยนต์

ด้วยทักษะติดตัวจากการเป็นลูกเสือเก่า ฮัลด์ผู้มีจิตใจแห่งการผจญภัยรับคำท้าและออกเดินทางจากบ้านเกิดในเดนมาร์กไปตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.1928 โดยเลือกใช้พาหนะทั้งรถไฟ เรือ รถยนต์ ในการเดินทางไปยังหลายประเทศ เช่น อังกฤษ สกอตแลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น โซเวียต โปแลนด์ เยอรมนี ฯลฯ โดยมีสื่อมวลชนติดตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด ก่อนจะวกกลับมาถึงเดนมาร์กอีกครั้ง ใช้เวลาเพียง 44 วัน

ตอนกลับถึงบ้าน ฮัลด์ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ จากเด็กหนุ่มกลายเป็นวีรบุรุษ และใช้ประสบการณ์เขียนเป็นหนังสือชื่อ “ลูกเสือตัวคนเดียวเที่ยวรอบโลก” หรือ A Boy Scout Around The World ซึ่งต่อมาได้รับการตีพิมพ์ในหลายภาษา เรียกว่าดังตั้งแต่เด็ก

ตินตินที่ใช้หุ่นถ่ายแบบ Stop Motion.

ตินตินที่ใช้หุ่นถ่ายแบบ Stop Motion.

ภาพยนตร์ตินตินที่ใช้คนแสดงเป็นครั้งแรก (ปี 1961)

ภาพยนตร์ตินตินที่ใช้คนแสดงเป็นครั้งแรก (ปี 1961)


หลังจากฮัลด์ เด็กชายวัยรุ่น ผมแดง จมูกเชิด จากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ได้กลายเป็นนักผจญภัยที่น่าจับตามองได้ไม่นานนัก ในปีต่อมา คือเดือนมกราคม ค.ศ.1929 จอร์จ เรมี นักเขียนการ์ตูนชาวเบลเยียม ก็ได้สร้างสรรค์การ์ตูนชุด “ตินติน” ขึ้นเป็นครั้งแรก ด้วยเรื่อง “ตินตินในแผ่นดินโซเวียต” หรือ Tintin in the Land of the Soviets และนับจากนั้น ตินตินก็กลายเป็นการ์ตูนอมตะระดับโลก ที่มีผู้อ่านชื่นชอบจำนวนมากจนถึงปัจจุบัน ด้วยบุคลิกลักษณะที่คล้ายกับปาลเล ฮัลด์ ในรุ่นหนุ่ม โดยเฉพาะลักษณะเด่นอันเป็นเอกลักษณ์คือ ผมสีแดงจ้า

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนจำนวนมากที่เชื่อว่าปาลเล ฮัลด์ คือตัวจริงของตินติน แต่จอร์จ เรมี ก็ไม่เคยยอมรับ ในขณะที่ปาลเล ฮัลด์ มั่นอกมั่นใจว่าเขานี่แหละเป็นต้นฉบับของตินตินแน่นอน

เพราะมีความเหมือนกันทั้งในเชิงกายภาพ และเรื่องของการเดินทางผจญภัยไปทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวพันกันอีก แม้จะเป็นโดยบังเอิญก็คือ ปาลเล ฮัลด์ โด่งดังขึ้นมาได้จากการเดินทางรอบโลกตามตัวเอกในหนังสือเรื่อง 80 วันรอบโลก ของจูลส์ เวิร์น ซึ่งหนังสือของจูลส์ เวิร์น ที่โด่งดังนั้น ไม่ได้มีเพียงเรื่อง 80 วันรอบโลกเท่านั้น แต่ยังมีอีกมากมายหลายเรื่องที่คนไทยรู้จักกันดี เช่น ใต้ทะเล 20,000 โยชน์ (Twenty Thousand Leagues Under the Sea) หรือเรื่องที่สร้างความฮือฮาในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19 อย่าง จากโลกสู่ดวงจันทร์ (From the Earth to the Moon) ซึ่งแสดงให้เห็นจินตนาการอันกว้างไกลในการสร้างให้ตัวละครได้เดิน ทางข้ามอวกาศไปถึงดาวบริวาร ทั้งๆที่ในยุคนั้นยังไม่มีแนวคิดเรื่องโครงการอวกาศเกิดขึ้น

จูลส์ เวิร์น พาผู้อ่านเพลิดเพลินไปกับการเดินทางสู่ดวงจันทร์ในปี ค.ศ.1865 และไม่ช้าไม่นานต่อมาจอร์จ เรมี ก็เอาอย่างบ้าง เขาเขียนให้ตินตินได้เป็นนักข่าวคนแรกของโลก ที่มีโอกาสได้ไปเยือนดวงจันทร์ ในปี ค.ศ.1950 ในเรื่องชุด “จุดหมายจันทรา” (Destination Moon) ก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะส่งนักบินอวกาศขึ้นไปถึงดวงจันทร์ได้จริงๆ ในปี ค.ศ.1969

เรียกว่า จูลส์ เวิร์น และจอร์จ เรมี ฝันไกลไปก่อนหน้าแล้วตั้งเยอะ และนี่เองที่เป็นเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างจูลส์ เวิร์น นักเขียนแนวผจญภัย

ตินตินไปดวงจันทร์

ตินตินไปดวงจันทร์

ตินตินเล่มแรก.

ตินตินเล่มแรก.


ผู้มีจินตนาการลึกล้ำ กับจอร์จ เรมี นักเขียนการ์ตูนผู้สร้างตัวละครให้มีจิตใจกล้าหาญ และเดินทางไปได้ทุกแห่งทั้งบนโลกและนอกโลก ในขณะที่ปาลเล ฮัลด์ ผู้พยายามเลียนแบบตัวละครของจูลส์ เวิร์น ก็เคยเป็นเด็กหนุ่มผู้รักการผจญภัยและการเดินทาง จึงไม่แปลกอะไร หากจะมีคนมากมายเชื่อว่าปาลเล ฮัลด์ คือตินตินตัวจริง

สำหรับฮัลด์ หลังจากกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงจากการผจญภัยครั้งสำคัญ ในเวลาต่อมาก็กลายเป็นนักแสดงที่เล่นทั้งละครและภาพยนตร์มากมายหลายสิบเรื่อง แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่า ฮัลด์ไม่เคยได้รับบทเป็นตินตินเลยสักหน

อันที่จริง หลังจากที่การ์ตูนชุดตินตินโด่งดังไปทั่วโลก ก็ได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นความบันเทิงในรูปแบบอื่นๆมากมาย เช่น ละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์ เช่น The Crab with the Golden Claws ที่ออกฉายในปี ค.ศ.1947 นั้น เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของตินติน ซึ่งไม่มีตัวแสดง เพราะเป็นการถ่ายโดยใช้หุ่นด้วยเทคนิค Stop Motion หรือการถ่ายภาพนิ่งไปทีละฉากๆแล้วนำมาประกอบกันเป็นภาพยนตร์ และหลังจากนั้นก็ยังมี Tintin and the Golden Fleece ในปี ค.ศ.1961 และ Tintin and the Blue Oranges ในปี ค.ศ.1964 ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ มีดาราชาวเบลเยียมคือ Jean- Pierre Talbot รับบทเป็นตินติน ถือเป็นตินตินที่เกิด

จากผู้แสดงที่เป็นคนจริงๆ เป็นครั้งแรก แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีตินตินที่โลดแล่นในภาพยนตร์อีก

จนกระทั่ง 2 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฮอลลีวูด คือ สตีเวน สปีลเบิร์ก และปีเตอร์ แจ็กสัน ประกาศความร่วมมือกันในการสร้างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ว่าด้วยการผจญภัยของตินติน ก็ทำให้แฟนๆตินตินที่มีอยู่ทั่วโลกต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอย จนออกมาเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Adventures of Tintin ที่ไม่เพียงแต่เราจะได้เห็นนักแสดงมาสวมบทเป็นตินตินเท่านั้น แต่ยังออกมาในรูปแบบภาพยนตร์ 3 มิติด้วย เรียกว่าทำทั้งที สตีเวน สปีลเบิร์ก และปีเตอร์ แจ็กสัน ไม่ยอมให้เป็นเรื่องเล็กๆอยู่แล้ว

ในคราวนี้ ดาราหนุ่มเจมมี เบลล์ ได้รับเลือกให้มารับบทเป็นตินติน ซึ่งก็ต้องบอกว่า พอแต่งหน้าทำผมขึ้นมา ก็เหมือนตินตินกระโดดออกมาจากการ์ตูนของจอร์จ เรมี เลยจริงๆ เมื่อบวกเข้ากับเทคโนโลยีในการถ่ายทำ ที่ใช้เทคโนโลยี “โมชั่น-แคปเจอร์” คือการใช้นักแสดงที่มีชีวิตจริงมาร่วมกับเทคนิคคอมพิวเตอร์ซ้อนภาพแล้ว

ก็ทำให้การ์ตูนและนักแสดงผสมผสานกลมกลืนกัน ยิ่งมีเทคโนโลยี 3 มิติเข้ามาด้วย ก็น่าจะทำให้แฟนๆถูกใจได้ ตามที่สปีลเบิร์กบอกว่า ต้องการให้เกียรติตัวละครอันมีเอกลักษณ์ของจอร์จ เรมี

ลูกเสือปาลเล ฮัลด์ ท่ามกลางผู้มาชื่นชม.

ลูกเสือปาลเล ฮัลด์ ท่ามกลางผู้มาชื่นชม.


อันที่จริง ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกประกาศว่าจะสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 ก่อนหน้าการฉลองวันเกิดครบ 100 ปีของจอร์จ เรมี ได้ 1 สัปดาห์ แต่การสร้างที่ใช้เทคโนโลยีมากมาย ก็ทำให้งานล่าช้า กว่าจะได้ออกมาฉายในปลายปีนี้ ซึ่งหากจอร์จ เรมี ยังมีชีวิตอยู่ ก็จะปาเข้าไป 104 ปีแล้ว แต่จอร์จ เรมี ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นตัวละครสุดรักของตัวเองบนแผ่นฟิล์มในโลกยุคใหม่ เพราะเขาเสียชีวิตตั้งแต่ ค.ศ.1983 หรือ 28 ปีมาแล้ว

จอร์จ เรมี จึงไม่เคยได้ดูภาพยนตร์ 3 มิติ แต่ก็คงจะดีใจหากได้รู้ว่าการผจญภัยของตินตินยังคงความล้ำสมัยอยู่เสมอ สมกับจินตนาการอันไม่จำกัดของเขา

และแม้จะผ่านมานานเกือบศตวรรษ แต่ความเป็นตัวตนของ “ตินติน” จะยังอยู่ตลอดไปแน่นอน.

ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42584333

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!