Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป ธันวาคม 54
Home    Contacts



บทความทั่วไป ธันวาคม 54 PDF พิมพ์

หน้า 13

วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ปฏิบัติการนี้...ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้

Pic_222582

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียลทุกท่าน ถึงตอนนี้คนส่วนใหญ่ในประเทศคงจะสบายขึ้นบ้างจากภาวะน้ำท่วมที่คลี่คลายลงทุกขณะ แต่ในขณะเดียวกัน บางพื้นที่ก็ยังมีปัญหาอยู่ ก็ขอร่วมเป็นแรงใจให้ทุกคนได้ผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้ร่วมกันนะคะ

และด้วยเหตุการณ์ที่ผ่านๆมา ประกอบกับได้เห็นภาพของคุณพี่ทอม ครูซ ในหนังเรื่องใหม่ มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล ปฏิบัติการไร้เงา (Mission: Impossible Ghost Protocol) ก็เลยทำให้อยากจะเล่าเรื่องของมิชชั่น:อิมพอสซิเบิ้ล ให้แฟนๆได้สนุกสนานกันสักหน่อย เพราะจะว่าไป คำว่า มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล หรือปฏิบัติการที่เป็นไปไม่ได้ (แต่ก็ทำได้มาแล้วอย่างแสนเข็ญ) นั้น ก็เหมือนกับเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาของเรา คือ กว่าจะผ่านพ้นกันมาได้ ก็ต้องปฏิบัติการกันอย่างทุ่มเท

ภาพยนตร์เรื่อง Topkapi.

ภาพยนตร์เรื่อง Topkapi.


สำหรับคอหนังที่ติดตามภาพยนตร์ เรื่องนี้กันมาถึง 3 ภาค ตลอด 15 ปีแล้วนั้น บางทีอาจจะไม่ทราบว่าที่จริง มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล มีมานานเนมากแล้ว คือต้นฉบับนั้นเป็นซีรีส์ หรือละครโทรทัศน์ของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ ค.ศ.1966 หรือเมื่อ 45 ปีมาแล้ว เรียกว่า สายลับที่ปฏิบัติการโหดหินบนแผ่นฟิล์มนั้น ไม่ใช่เพิ่งเริ่มมี แต่สืบทอดปฏิบัติการกันมาจากรุ่นสู่รุ่นมาเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว

งานนี้ต้องยกความดีความชอบให้บรูซเกลเลอร์ ซึ่งรับหน้าที่ทั้งผู้สร้างและกำกับละครเรื่องนี้เองในช่วงแรกๆ โดยเกลเลอร์ได้คิดสร้างองค์กรลับขึ้นมาองค์กรหนึ่ง ชื่อ Impossible Mission Force โดยมี จิม เฟลป์ส รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีม และมีสายลับมากหน้าหลายตาวนเวียนกันมาปฏิบัติภารกิจ ซึ่งในระยะแรกๆก็เน้นการทำงานไปตามสภาพบ้านเมืองในยุคโน้น คือ การเข้าไปพัวพันกับสงครามเย็น การต่อต้านเผด็จการ หรือองค์กรเลวร้ายต่างๆ แต่ในระยะต่อๆ มา เมื่อสงครามเย็นสลายลง ภารกิจของหน่วยงานลับนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นการต่อสู้กับอาชญากรตัวเป้งต่างๆ

ระหว่างการถ่ายทำภาคล่าสุด

ระหว่างการถ่ายทำภาคล่าสุด


ละครเรื่องนี้ออกอากาศอยู่นานทีเดียวค่ะ คือตั้งแต่ ค.ศ.1966-1973 ก่อนจะหยุดลงไประยะหนึ่ง และกลับมาสร้างฉายต่ออีกในช่วง ค.ศ.1988-1990 ทำไปทำมา มีการสร้างกันมาก ถึง 171 ตอน ที่สำคัญละครเรื่องนี้โด่งดังข้ามประเทศ ในบ้านเราเองก็มีการซื้อลิขสิทธิ์มาฉายทางช่อง 4 บางขุนพรหม ซึ่งในยุคทศวรรษที่ 1960 นั้น ยังเป็นทีวีขาว-ดำอยู่ เรียกว่าคนไทยเราเองก็รู้จักองค์กรลับแห่งนี้กันมานานแล้ว ก่อนที่ทอม ครูซ จะตัด สินใจมารับบทเป็นสายลับมือฉมังในภาพยนตร์ และถึงตอนนี้เอง ส่วนของละครก็ยังมีสถานีโทรทัศน์บางแห่งในสหรัฐอเมริกานำมาฉายซ้ำเรื่อยๆ เพราะเข้าขั้น เป็นละครคลาสสิกที่คนดูชื่นชอบ ดูเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อไปเสียแล้ว

จากความโด่งดังของละครเรื่องนี้ ทำให้เกิดผลงานต่อเนื่องกันมาอีกมากทีเดียว เช่น นวนิยาย โดยเรื่องที่เด่นที่สุดเป็นนิยายที่มีชื่อเดียวกับละคร ผลงานของจอห์น ไทเกอร์ ซึ่งตีพิมพ์ออกมาในปี ค.ศ. 1967 หลังจากละครออกอากาศได้ไม่ถึงปี ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ อยู่เหมือนกัน เพราะโดยทั่วไปแล้วนิยายมักจะเกิดก่อนการสร้างเป็นละคร หรือภาพยนตร์ แต่ในกรณีนี้ละครเกิดมาก่อน แล้วค่อยเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนนิยาย

ในรูปแบบหนังสือ.

ในรูปแบบหนังสือ.


นอกจากนั้น ยังมีผู้พัฒนาเรื่องราวออกไปเป็นหนังสือการ์ตูนในช่วงทศวรรษที่ 1960 ก่อนจะกลายมาเป็นเกมที่ผู้เล่นจะสมมติตัวเองเป็นสายลับที่จะช่วยโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ซึ่งในยุคโน้นก็ยังเป็นเกมแบบล้าสมัยหน่อย แต่พอมาถึงยุควีดิโอเกมก็ทันสมัยขึ้นด้วยการพัฒนาของนิน–เทนโด ในปี ค.ศ.1991 และจนถึงวันนี้ การพัฒนาเกมแนวสายลับนี้ก็ยังมีออกมาอีกเรื่อยๆ ทั้งที่ใช้ชื่อว่า มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล ตรงๆ และในชื่ออื่นๆ เรียกได้ว่า มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล ของบรูซ เกลเลอร์ เป็นแรงบันดาลใจให้กับผลงานอื่นๆ อีกมากมายหลายร้อยชิ้น

มาถึง มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล ในยุคนี้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แฟรนไชส์สายลับที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก ก็ได้ชื่อว่า เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้สร้างภาพยนตร์และละคร เรื่องอื่นๆ อีกมากมายตามมา โดยเฉพาะการพัฒนา บุคลิกตัวละครให้เป็นสายลับที่มีความสามารถรอบด้าน กล้าหาญ พร้อมเผชิญกับทุกสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาสารพันเทคโนโลยีสมัยใหม่ไฮเทคต่างๆมาใช้กันอย่างเต็มที่ ก็ทำให้คำว่า “เป็นไปไม่ได้” กลายเป็นเรื่อง “เป็นไปได้” และพัฒนาแฟรนไชส์หนังกันต่อมาได้ยาวนานอย่างไม่ล้าสมัย

ในหนังสือการ์ตูน.

ในหนังสือการ์ตูน.


พูดถึงแรงบันดาลใจ ก็คงต้องย้อนกลับไปว่า แล้วบรูซ เกลเลอร์ ผู้สร้างสรรค์มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ลขึ้น ได้แรงบันดาลใจมาจากไหน อันนี้ต้องยกความดีความชอบให้จูลส์ แดสซิน สุดยอดผู้กำกับภาพยนตร์ที่ได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในผู้กำกับที่ดีที่สุดของโลกในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยหนึ่งในภาพยนตร์ที่ขึ้นชั้นกลายเป็นหนังคลาสสิกตลอดกาลของแดสซินคือ ภาพยนตร์เรื่อง ท็อปกาปึ (Topkapi) เรื่องราวเกี่ยวกับการจารกรรมเพชรพันล้านจากพิพิธภัณฑ์ท็อปกาปึ ในประเทศตุรกี ที่ออกฉายในปี ค.ศ.1964 และหนังสุดลุ้นระทึกเรื่องนี้นี่แหละค่ะ ที่บรูซ เกลเลอร์ ได้ดูแล้วก็เกิด “ปิ๊ง” นำแนวทางการสร้างเรื่องราวภารกิจที่ตื่นเต้นมาพัฒนาเป็นภาพยนตร์ยอดนิยมในที่สุด

อันว่าพิพิธภัณฑ์ท็อปกาปึนี้ เดิมเคยเป็นพระราชวังอันใหญ่โตโอฬารมาก่อนค่ะ แต่ปัจจุบันถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่มีทรัพย์สมบัติเก่าแก่มากมายของสุลต่านผู้เคยครองตุรกี รวมถึงเพชรเม็ดใหญ่ที่เป็นหนึ่งในเพชรที่มีค่ามากที่สุดในโลก และจากการติดตามเรื่องราวย้อนหลัง ก็ทำให้เราได้รู้แน่ ชัดแล้วว่า ท็อปกาปึ พระราชวังโบราณ อันตระการตาของตุรกีนี่เองที่เป็นต้นกำเนิดแฟรนไชส์เรื่องราวยิ่งใหญ่ ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่หลายๆท่านอาจจะได้เห็นใบปิด หรือโฆษณาว่า มีสถานที่ที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่ถูกดึงมาอยู่ในเรื่อง นั่นคือ ตึกสูงที่สุดในโลก เบิร์จ คาลิฟา ที่ดูไบ

จากภาพยนตร์มาสู่เกม.

จากภาพยนตร์มาสู่เกม.


ที่นี่เองค่ะ ที่ทอม ครูซ ไปไต่เล่น ท้าความตายในฉากสำคัญของเรื่อง ทำเอาคนที่ได้เห็นฉากนี้หวาดเสียวไปตามๆกัน และคิดไม่ถึงว่าพระเอกตลอดกาลของฮอลลีวูดจะยอมทุ่มเทกับฉากแอ็กชั่นท้านรกได้ขนาดนี้ เพราะการไปไต่ระห่ำบนตึกเบิร์จ คาลิฟา ที่คนธรรมดาแค่มองลงมา ยังเสียววูบนั้น เป็นเรื่องที่ยากจะคาดคิดจริงๆว่า พระเอกดังจะยอมแสดงเอง แต่ทอม ครูซ ก็ไม่ยอมใช้ตัวแสดงแทน ทำให้การแสดงในครั้งนี้กลายเป็นบทบาทที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาไปแล้ว

สำหรับ เบิร์จ คาลิฟานี้ สูง ตั้ง 828 เมตร มี 162 ชั้น เรียกว่าแหงนคอมองก็ยังเมื่อย สูงปรี๊ดมากกว่าตึกสูงอันดับ 2 ของโลกคือ ไทเป 101 ที่ตระหง่าน 509 เมตร ไปอย่างขาดลอย คนที่จะ ไปปีนเล่นเลยต้องใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ ก็นับว่าผู้สร้างเลือกสถานที่อัน เป็นหนึ่งในที่สุดของโลกมาเปิดตัวได้อย่างน่าสนใจ

ในยุคทีวีขาวดำ.

ในยุคทีวีขาวดำ.


จากพระราชวังท็อปกาปึอันเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ต้นกำเนิดอันเป็นแรงบันดาลใจให้เปิดมิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล เมื่อเกือบครึ่งศตวรรษก่อน มาจนถึงเบิร์จ คาลิฟา ตัวแทนของความทันสมัยในยุคนี้ ทำให้เราได้เห็นแล้วว่า ความเป็นไปไม่ได้ไม่เคยมีอยู่จริง และการท้าทายให้ได้ทุกสิ่งเป็นเรื่องน่าติดตาม.

ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 42578274
ขณะนี้มี 37 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!