Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow Aircraft Engines
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม

Warning: mysql_query() [function.mysql-query]: Unable to save result set in c:\www\science-news\includes\database.php on line 216
Aircraft Engines PDF พิมพ์


เครื่องยนต์เจ๊ต หรือเดิมเรียกว่าเครื่องยนต์ปฏิกิริยา (Reaction Engine) จากกฏการเคลื่อนที่ข้อที่ 3 ของนิวตัน แรงกิริยา (Action) อันเนื่องจากแรงขับ (Thrust) ของเครื่องยนต์เจ๊ตก่อให้เกิดแรงปฏิกิริยา (Reaction) ทำให้อากาศยานเคลื่อที่ไปข้างหน้าได้ เครื่องยนต์เจ๊ตที่ใช้ในกิจการการบินมีอยู่ 4 ชนิด คือ




***จรวด (Rocket) เป็นเครื่องยนต์ที่ไม่มีอากาศในตัวเอง ต้องบรรทุกออกซิเจนและเชื้อเพลิงไปด้วย มี 2 ชนิด คือ จรวดใช้เชื้อเพลิงแข็ง และจรวดใช้เชื้อเพลิงเหลว จรวดจะติดตั้งไว้ข้างหรือใต้ลำตัวอากาศยานเพื่อช่วยในการวิ่งขึ้น (รูปที่ 3)




***แรมเจ๊ต (Ram Jet) ปกติรู้จักกันในชื่อ ATHODYD หรือ Aerothermo Dynamic Duct ลำตัวสร้างเป็นรูปกรวย เครื่องยนต์ขนิดนี้ต้องมีความเร็วไปข้างหน้าอย่างน้อย 300 ไมล์/ชั่วโมง จึงจะทำงานได้ โดยการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปผสมกับอากาศที่พุ่งเข้ามาทางด้านหน้าด้วยความเร็วจึงเกิดการอัดตัวขึ้น แล้วจุดด้วยหัวเทียน เกิดการเผาไหม้อย่างรุนแรงและต่อเนื่อง กระแสอากาศร้อนที่พุ่งออกทางท่อท้ายก่อให้เกิดแรงขับผลักดันให้ Ram Jet พุ่งไปข้างหน้า (รูปที่ 4)





***พัลสเจ๊ต (Pulse Jet) มีรูปร่างคล้ายกับแรมเจ๊ต ต่างกันที่ด้านหน้ามีลิ้นปิดเปิด (Shutter Valve) ติดตั้งเพิ่มขึ้นมา การทำงาน เมื่ออากาศผลักดันลิ้นเปิดเข้ามาในห้องเผาไหม้ (รูปที่ 5A) ผสมกับเชื้อเพลิงที่ฉีดออกมาจากหัวฉีด แลัวจุดด้วยหัวเทียน เกิดการลุกไหม้ก๊าซขยายตัวดันให้ลิ้นปิด (รูปที่ 5B) กระแสอากาศร้อนพุ่งออกทางท่อท้ายก่อให้เกิดแรงขับผลักดันให้ Pulse Jet พุ่งไปข้างหน้า ความดันในห้องเผาไหม้ก็ลดลง อากาศภายนอกก็ดันให้ลิ้นเปิดเข้าไปในห้องเผาไหม้ได้อีก การทำงานก็จะเป็นวงรอบต่อเนื่องกันไป




***เครื่องยนต์ก๊าซเทอร์ไบน์ (Gas Turbine Engine) เป็นผลสืบเนื่องมาจากการพัฒนาเครื่องยนต์เจ๊ต 3 ชนิดข้างต้น เพื่อใช้เป็นหน่วยพลังงานขับเคลื่อนอากาศยานแทนเครื่องยนต์ลูกสูบ (รูปที่ 6) การพัฒนาเครื่องยนตก๊าซเทอร์ไบน์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นไปในเชิงการค้าเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกับสายการบินต่างๆ นอกจากจะใช้กับอากาศยานแล้ว ปัจจุบันเครื่องยนต์ก๊าซเทอร์ไบน์ยังมีใช้กับ รถยนต์ เรือ และเครื่องปั่นไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่ราคายังค่อนข้างสูง จึงพบเห็นได้ยากโดยทั่วไป

ปัจจุบันนี้ในกิจการการบินนิยมใช้เฉพาะเครื่องยนต์ก๊าซเทอร์ไบน์ (Gas Turbine Engine) เป็นหน่วยกำลังขับเคลื่อนให้กับอากาศยาน เครื่องยนต์ gas turbine ของเครื่องบินสามารถที่จะแบ่งออก ตามลักษณะได้ดังนี้
(1) the type of compressor used and
(2) power usage produces by the engine.
แบ่งตาม แบบของ Compressor ได้ดังนี้:
1. Centrifugal flow
2. Axial flow
3. Centrifugal-Axial flow.
แบ่งตามกำลังที่ได้ และการนำเอาไปใช้ ได้ดังนี้ :
1. Turbojet engines.
2. Turbofan engines.
3. Turboshaft engines.
4. Turboprop engines.


***Centrifugal Compressor Engines
เครื่องยนต์แบบ Centrifugal flow ทำการอัดอากาศ โดยเพิ่มอัตราเร่งของอากาศ ออกจากศูนย์กลางตั้งฉากกับแกนตามยาว เครื่องยนต์ Centrifugal compressor ยังแยกออกเป็น Single-Stage และ Two-Stage compressor. จำนวน หรือค่าของแรงขับ ( thrust ) มีข้อจำกัด เพราะว่าค่าสูงสุดของอัตราการอัด ที่ compressor ประเภทนี้สามารถทำได้





ความได้เปรียบของ Centrifugal Compressor
1. น้ำหนักเบา
2. ไม่ซับซ้อน
3. ราคาไม่แพง


***Axial Flow Compressor Engines
เครื่องยนต์แบบ Axial flow compressor อาจจะประกอบไปด้วย ส่วนที่หมุนเป็น หนึ่ง , สอง , หรือ สาม กรูป (spools ) (Spool คือกรูปของ compressor ที่หมุนด้วย ความเร็วเดียวกัน หรือหมุนด้วยกัน ) . Two spool engine , มีส่วนที่หมุนอยู่ สองส่วนแยกจากกัน ไม่เกี่ยวกันส่วนของกังหัน (turbine) สำหรับ low pressure compressor ก็คือ กังหันชุดท้ายสุด ชุดนี้ของกังหัน ( turbine ) จะต่อกับ ส่วนหน้าสุด คือ low pressure compressor โดยแกน( shaft ) ร้อยอยู่ในรูขอ แกน ( Shaft ) ของ high pressure compressor และ turbine







ข้อได้เปรียบ และ ข้อเสียเปรียบ
ข้อได้เปรียบ (Adventages): เครื่องยนต์ Gas Turbine ขนาดใหญ่จะใช้ Axial Flow Compressor เพราะว่า มันสามารถรับอากาศให้ไหลผ่านได้ เป็นจำนวนมาก ด้วย อัตราส่วน ความดันที่เข้า และ ออกจาก เครื่องยนต์ ที่สูง
ข้อเสียเปรียบ (Disadventages): วัสดุอื่นๆที่ไม่ใช่อากาศ มีโอกาศ เข้าไปในเครื่องยนต์ได้มากกว่า ทำให้เครื่องยนต์เสียหาย, ราคาแพงในการสร้าง , และมีน้ำหนักมากเมื่อเปรียบเทียบ กับแบบ centrifugal compressor ด้วยอัตราส่วนของความดันที่เท่ากัน (compression ratio).




< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 118 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 18873736  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!