Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow 10 สุดยอดการค้นพบทางการแพทย์แห่งทศวรรษ
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
10 สุดยอดการค้นพบทางการแพทย์แห่งทศวรรษ PDF พิมพ์


    การวิจัย และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนโฉมหน้าการรักษาโรคและการใช้ยาไปสู่ยุคใหม่

    การคิดค้นไม่เคยหยุดนิ่ง ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อ...ยืดชีวิตมนุษย์ให้อยู่ยืน อยู่ดีอย่างมีสุข ด้วยการเอาชนะสังขารและโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ทำให้มนุษย์พยายามคิดค้นวิทยาการใหม่ๆ ทางการแพทย์มากมาก มีทั้งที่สำเร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการทดลองวิจัย มาดูกันว่าตลอดทศวรรษที่ผ่านมามีวิทยาการใดบ้างที่ผ่านการคิดค้นวิจัยและนำมาใช้กันบ้างแล้ว...

www.HealthtodayThailand.com

สเต็มเซลล์


    สเต็มเซลล์หรือ “เซลล์ต้นกำเนิด” เป็นเซลล์ชนิดหนึ่งในร่างกายมนุษย์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ได้แทบทุกชนิด ทั้งเซลล์เม็ดเลือดขาว เซลล์กระดูก เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ หรือแม้กระทั่งเซลล์สมอง และสเต็มเซลล์ยังมีขีดความสามารถในการแบ่งตัวได้อย่างไม่จำกัด

    การวิจัยสเต็มเซลล์เป็นการก้าวย่างผ่านขอบเขตของความไม่จำกัด สเต็มเซลล์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายโดยเฉพาะโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น โรคหัวใจเบาหวาน อัลไซเมอร์ กระดูกพรุน รวมทั้งโรคที่ต้องมีการปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดการต่อต้านเนื้อเยื่อที่ปลูกถ่ายเข้าไปใหม่ ด้วยการใช้สเต็มเซลล์ของตัวผู้ป่วยเองมาเพาะเลี้ยงให้เพิ่มจำนวนภายนอกแล้วนำกลับเข้าไปในร่างกาย

    ในประเทศไทยได้มีการสนับสนุนการวิจัยสเต็มเซลล์มา 6-7 ปีแล้ว และประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ได้หลายชนิด รวมทั้งเริ่มมีการนำมาใช้รักษาจริง เช่น ในกรณีเปลี่ยนกระจกตา โรคธาลัสซีเมีย และโรคหัวใจ

ฮอร์โมนทดแทนดีจริงหรือ ?


    การใช้ฮอร์โมนทดแทนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการใช้แก้ปัญหาด้านสุขภาพในสตรีวัยหมดประจำเดือนที่เกิดจากการขาดฮอร์โมนเพศหญิง เช่น อาการร้อนวูบวาบ ช่องคลอดแห้ง และป้องกันกระดูกพรุน แต่ผลการวิจัยของ Women’s Health Initiative (WHI) เมื่อปี ค.ศ.2000 ได้ลบล้างข้อดีของฮอร์โมนเพศทดแทนเมื่อศึกษาพบว่าอาจทำให้เกิดความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์ที่จะได้รับ การศึกษานี้ทำในสตรีวัยหมดประจำเดือนอายุระหว่าง 50-79 ปี จำนวน 16,608 ราย โดยพบว่าความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม โรคหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดดำอุดตันเพิ่มมากขึ้นกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้ฮอร์โมนทดแทน ส่วนการเกิดกระดูกสะโพกหักและมะเร็งลำไส้ใหญ่มีความเสี่ยงลดลง

    แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่ใช้ฮอร์โมนทดแทนไม่ควรวิตกกังวลกับผลการวิจัยนี้มากเกินไปจนหยุดใช้ยา เนื่องจากยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมทั้งในแง่ของระยะเวลา ชนิดของฮอร์โมนที่ใช้ และข้อดีข้อเสียที่จะได้รับจากการใช้ในระยะยาว ดังนั้นก่อนที่จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนสตรีที่ใช้ฮอร์โมนทดแทนควรปรึกษาแพทย์ถึงประโยชน์และผลเสียที่อาจจะเกิดเพื่อหารูปแบบและระยะเวลาการใช้ฮอร์โมนทดแทนที่เหมาะสมต่อไป
 


ก้าวสำคัญในการรักษาโรค Multiple sclerosis


     โรค Multiple sclerosis หรือ MS เป็นโรคที่มีการอักเสบของแผ่นไขมันที่หุ้มเส้นประสาทในสมองและไขสันหลัง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าใจว่าเนื้อเยื่อเหล่านั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม ทำให้มีอาการเกิดได้หลายอย่าง เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงคล้ายอัมพาต กล้ามเนื้อเกร็ง เป็นต้น

     MS เป็นโรคที่รักษาไม่หาย เป็นเวลานานมาแล้วที่แพทย์ไม่สามารถทำอะไรได้มากนักกับโรคนี้ จนกระทั่งมีการค้นพบว่า interferon beta สามารถใช้ได้ผล ซึ่ง interferon beta เป็นสารอย่างหนึ่งที่พบได้ในร่างกายเราเอง มีฤทธิ์ยับยั้งการโจมตีปลอกหุ้มเส้นประสาทของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ชะลอการดำเนินของโรคได้อย่างมาก ผลจากการค้นพบนี้ทำให้ผู้ที่เป็นโรค MS จำนวนมากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนคนปกติ

วัคซีนสำหรับอัลไซเมอร์
 

    อัลไซเมอร์เป็นโรคทางสมองที่พบได้บ่อยชนิดหนึ่ง และพบได้มากขึ้นเรื่อยๆ อาการเด่น คือ อาการหลงๆ ลืมๆ มีปัญหาด้านการพูด เป็นต้น เชื่อว่าโรคนี้เกิดจากการสะสมของโปรตีนที่ชื่อว่าเบตา อะมีลอยด์ (beta amyloid)ในเนื้อสมอง ทำให้เซลล์ประสาทได้รับความเสียหายและนำไปสู่อาการของโรคอัลไซเมอร์

    เดือนธันวาคม ค.ศ. 2000 นักวิทยาศาสตร์จากประเทศแคนาดาได้พัฒนาวัคซีนที่มีฤทธิ์ในการป้องกันและรักษาการสูญเสียความทรงจำ โดยใช้หลักการเดียวกันกับวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ คือ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาต่อต้านสารก่อโรค จะใช้วัคซีนที่ผลิตจากเบตา อะมีลอยด์นี้ฉีดเข้าไปในร่างกายเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างแอนติบอดี ที่ทำหน้าที่คล้ายทหารในร่างกายขึ้นมาโจมตีเบตา อะมีลอยด์ จากการทดลองทางคลินิกพบว่า ผู้ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์บางส่วนมีการตอบสนองต่อวัคซีน และมีการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้น ทำให้คราบเบตา อะมีลอยด์ที่สะสมในสมองลดลง ผู้ป่วยมีความจำที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามวัคซีนนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการทดลองเพื่อศึกษาถึงประสิทธิภาพ ผลข้างเคียง และความปลอดภัยต่อไป

ถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์


     เป็นครั้งแรกที่มนุษย์ได้ล่วงรู้ถึงความลับอันยิ่งใหญ่ของรหัสพันธุกรรม ภายหลังสิ้นสุดการวิจัยจากความร่วมมือของนานาชาติเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990-2003 โครงการฮิวแมน จีโนม (Human Genome Project) นับเป็นการปฏิวัติทางวงการแพทย์ครั้งสำคัญที่สุด ส่งผลกระทบต่อวงการวิจัยพัฒนายา การวินิจฉัยโรค และเป็นความหวังในการป้องกันหรือการรักษาโรคที่ในปัจจุบันไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ เช่น โรคมะเร็ง

     โดยการใช้ประโยชน์จากความรู้เรื่องรหัสพันธุกรรมมาเป็นตัววิเคราะห์วินิจฉัยสาเหตุยีนที่ทำให้เกิดโรค ซึ่งจะทำให้แนวทางการรักษาโรคต่างๆ เปลี่ยนไปเป็นการรักษาตรงไปยังยีนที่มีความผิดปกติหรือบกพร่องนั้นๆ รหัสพันธุกรรมยังจะทำให้การวินิจฉัยโรคทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ส่วนการวิจัยยา ก็จะเป็นยาที่ผลิตมาให้เหมาะกับพันธุกรรมของแต่ละคนโดยเฉพาะ หรืออาจจะก้าวกระโดดไปถึงการค้นหาวิธีการชะลอความชราของมนุษย์ด้วยก็เป็นได้

     แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีและข้อมูลที่ได้จากโครงการฮิวแมน จีโนมยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการวิเคราะห์และนำมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ใช้ได้จริง และยังจะต้องคำนึงถึงปัญหาทางจริยธรรม และกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการค้นคว้าทดลองในอนาคต

ยาเพิ่ม HDL


     เอชดีแอล (HDL: High density lipoprotein) เป็นโคเลสเตอรอลชนิดดีที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดและหัวใจได้ ในผู้ที่มีระดับโคเลสเตอรอลสูงจะพบว่ามีโคเลสเตอรอลชนิดร้าย คือ แอลดีแอล (LDL: Low density lipoprotein) สูงกว่าปกติและมักมีระดับเอชดีแอลต่ำอีกด้วย จึงยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดแดงแข็ง เมื่อต้นปี ค.ศ. 2004 คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียและมหาวิทยาลัยทัฟทส์ได้ค้นพบยาใหม่ที่เป็นความหวังสำหรับผู้ป่วยเหล่านี้ ยานี้คือ torcetrapib ที่สามารถกระตุ้นให้ระดับเอชดีแอลเพิ่มขึ้นได้ถึงสองเท่า และยังช่วยลดระดับแอลดีแอลได้ด้วย การค้นพบยานี้ทำให้การรักษาผู้ที่มีระดับโคเลสเตอรอลสูงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มระดับเอชดีแอลให้มากขึ้นร่วมกับการลดแอลดีแอลโดยใช้ยา torcetrapib ร่วมกับยากลุ่ม statins ซึ่งขณะนี้ยาผสมระหว่าง torcetrapib และ atorvastatin อยู่ในระหว่างการทดลองทางคลินิก ในอีกไม่เกิน 3-4 ปีข้างหน้าเราคงจะได้เห็นยานี้ออกสู่ตลาด

ยาต้านมะเร็งอัจฉริยะ


     ยามะเร็งแบบเดิมๆ จัดการกับเซลล์ที่กำลังแบ่งตัวอย่างไม่เลือกทั้งเซลล์มะเร็งและเซลล์ปกติของร่างกาย ทำให้เกิดผลข้างเคียงสูงมาก เช่น ผมร่วง เม็ดเลือดขาวต่ำ แต่ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบยามะเร็งตระกูลใหม่ที่ออกฤทธิ์อย่างจำเพาะเจาะจงเปรียบเหมือนกับจรวดนำวิถีที่ล็อคเป้าหมายให้ทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งเท่านั้น ยาเหล่านี้ได้แก่ Imatinib และ gefitinib

     Imatinib เป็นยาสำหรับมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด CML (chronic myeloid leukemia) ส่วน gefitinib ใช้กับมะเร็งปอด ยาทั้งสองชนิดนี้อาจจะใช้ได้กับมะเร็งชนิดอื่นๆ ด้วย ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการทดลองทางคลินิก ข้อดีของยาใหม่นี้คือมีผลข้างเคียงต่ำกว่ายาต้านมะเร็งแบบเดิม แทบไม่ทำให้ระดับเม็ดเลือดขาวต่ำลง แต่ข้อเสีย คือ ยามีราคาแพง และอาจใช้ไม่ได้ผลกับผู้ที่เป็นมะเร็งทุกราย ในอนาคตวิทยาการของยาต้านมะเร็งชนิดออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็งต่างๆ (Novel and targeted therapies) คงจะมีมากชนิดขึ้นเรื่อยๆ พร้อมไปกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ และในที่สุดนักวิทยาศาสตร์อาจค้นพบยารักษามะเร็งให้หายขาดก็เป็นได้

เปลี่ยนความคิดเป็นการกระทำ
 

      คงไม่เคยมีใครคาดคิดว่าคนที่เป็นอัมพาตแขนขาทั้งสองข้างไม่สามารถขยับได้ จะสามารถเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ เช็คอีเมล์ เปิดปิดไฟ หรือเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ได้ด้วยตัวเอง แต่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจริงแล้ว เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2004 นักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จในการฝังชิปที่ผิวสมองของชายที่เป็นอัมพาตแขนขาทั้งสองข้าง ทำให้เขาสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยความคิดของเขาเอง

     อุปกรณ์นี้เรียกว่า BrainGateTM พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Cyberkinetics เพื่อใช้เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์ ชิปมีขนาด 4 ตารางมิลลิเมตร ต่อกับอิเล็กโทรดเส้นเล็กบางกว่าเส้นผมจำนวนมากที่ทำหน้าที่รับสัญญาณประสาทจากสมอง และส่งต่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อแปลผล ถึงแม้ว่าแขนขาจะไม่สามารถขยับได้แต่สมองก็ยังมีการส่งสัญญาณประสาทออกมา เมื่อผ่าน BrainGateTM จะแปลผลจากความคิดให้กลายเป็นการกระทำให้ลูกศรบนจอคอมพิวเตอร์ขยับได้ดังใจ ส่งผลให้ผู้เป็นอัมพาตสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้โดยผ่านคอมพิวเตอร์

     ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้อยู่ในระหว่างการทดลองทางคลินิก และมีการต่อยอดแนวความคิดนี้ออกไปอีกมาก เช่น รถเข็นผู้ป่วยที่ควบคุมด้วยความคิด และในอนาคตหวังว่าเทคโนโลยีนี้จะสามารถทำให้ผู้ที่เป็นอัมพาตรุนแรงสามารถขยับแขนขาได้อีกครั้ง

หัวใจเทียมเสมือนจริง
 

     ถึงแม้ว่าจะมีผู้ป่วยนับแสนรายที่กำลังรอคอยผู้บริจาคหัวใจที่เข้ากันได้ แต่มีคนจำนวนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่จะโชคดี ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2004 เป็นครั้งแรกที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้มีการอนุมัติให้มีการทำการตลาดหัวใจเทียมชนิดสมบูรณ์สำหรับเปลี่ยนแทนหัวใจดวงเดิมได้ หัวใจเทียมนี้ คือ AbioCor โดยบริษัท Abiomed ออกแบบและวิจัยพัฒนามากว่า 30 ปี AbioCor เป็นหัวใจเทียมที่ผลิตจากไททาเนียมและพลาสติกชนิดพิเศษ ได้รับการออกแบบให้ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังปอดและส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้เหมือนกับหัวใจจริง เลียนแบบจังหวะการเต้นของหัวใจ และเป็นหัวใจเทียมชนิดแรกที่สามารถผ่าตัดใส่ในร่างกายได้สมบูรณ์ ไม่ต้องเจาะผิวหนังเพื่อต่อท่อและปั๊มเหมือนกับหัวใจเทียมแบบเดิม จึงลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อลงได้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ตรวจวัดสัญญาณชีพและเตือนได้เมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ

     AbioCor ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาดเล็กไร้สายที่อยู่ภายนอกร่างกาย และมีแบตเตอรี่ภายในซึ่งอยู่ได้นานกว่า 60 นาที ทำให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ภายนอก เช่น อาบน้ำ ว่ายน้ำ ปัจจุบันนี้มีคนเป็นโรคหัวใจล้มเหลวที่ได้รับการผ่าตัดใส่หัวใจเทียม AbioCor แล้ว 14 ราย สามารถยืดอายุได้เฉลี่ยนาน 5.3 เดือน 6 รายสามารถมีชีวิตอยู่จนฉลองวันเกิดในปีต่อไปได้ ขณะนี้กำลังพัฒนา AbioCor II ซึ่งมีขนาดเล็กลงและพอดีกับสรีระได้มากกว่ารุ่นแรก

ยาต้านมะเร็งรุ่นใหม่


    ในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 2004 ยา bevacizumab ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาให้ใช้รักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ ทำไมยานี้จึงจัดเป็นสุดยอดการค้นพบทางการแพทย์ ต้องมาดูที่กลไกการออกฤทธิ์อันเป็นเอกลักษณ์ของมัน bevacizumab ออกฤทธิ์โดยการปิดกั้นไม่ให้มีการสร้างหลอดเลือดมาเลี้ยงก้อนมะเร็ง

    หลายทศวรรษมาแล้วที่แพทย์ทราบว่าเซลล์มะเร็งต้องสร้างระบบหลอดเลือดขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ซึ่งมีโปรตีนที่เป็นเหมือนพลังงานในกระบวนการสร้างหลอดเลือดคือ VEFG (vascular endothelial growth factor) ดังนั้นโปรตีนตัวนี้เองที่เป็นเป้าหมายของยา bevacizumab เนื่องจากหลอดเลือดจำเป็นในการนำอาหาร ออกซิเจน และสารจำเป็นอื่นๆ มายังเซลล์มะเร็ง การยับยั้ง VEGF จึงทำให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลงและแพร่กระจายได้ช้าลง และยานี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการรักษาด้วยเคมีบำบัดอีกด้วย

    วิทยาการใหม่ๆ ที่นักวิทยาศาสตร์คิดค้นขึ้นยังมีอีกมากมายนัก มีทั้งที่ประสบความสำเร็จ ล้มเหลว และอยู่ระหว่างการทดลอง แต่ที่แน่ๆ เทคโนโลยีย่อมมีราคาเสมอ คนในโลกกำลังพัฒนาอย่างเราจึงควรอยู่อย่างพอเพียง และรักษาสุขภาพให้ดีเสมอต้นเสมอปลาย เพราะการรักษาโรคทุกชนิดในวันนี้ล้วนต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลจริงๆ !!!


Views: 3159

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 29 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 9826766  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!