Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow เรื่องไม่วุ่นของฮอร์โมน
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม

Warning: mysql_query() [function.mysql-query]: Unable to save result set in c:\www\science-news\includes\database.php on line 216
เรื่องไม่วุ่นของฮอร์โมน PDF พิมพ์

ผู้จัดการออนไลน์

โครงสร้าง 3 มิติของฮอร์โมนอินซูลินเป็นโครงสร้างโมเลกุล 3 มิติชิ้นแรกๆ ของโลกที่คิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์หญิงรางวัลโนเบลชื่อโดโรธี ฮอดจ์กิน (Dorothy Hodgkin) ต่อมาจึงพัฒนาเป็นการสร้างแบบจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะโปรตีนและฮอร์โมนถือเป็นงานวิจัยที่สำคัญมากต่อการออกแบบยา และสังเคราะห์สารใหม่ที่ช่วยบัดบำรักษาชีวิตมนุษย์ด้วยสารระดับโมเลกุล

วันนี้ถ้าถามวัยรุ่นเมืองไทยว่าฮอร์โมน คืออะไร? เชื่อว่ากว่าครึ่งอาจตอบว่า “ชื่อละครซีรี่ส์วัยรุ่น” แล้วถ้าถามต่อว่า แล้วทำไมต้องฮอร์โมน ฮอร์โมนมันหน้าตายังไง มันฮอร์โมนทำให้ต้องว้าวุ่น ในสิ่งมีชีวิตอื่นมีฮอร์โมนไหม?...ใครจะตอบได้บ้างน้อ?

เมื่อพูดถึงฮอร์โมน หลายคนมักเชื่อมโยงไปถึงสารเคมีที่สร้างความว้าวุ่น พลุ่งพล่าน งุ่นง่าน ตื่นเต้น หรืออะไรทำนองนั้น แต่อันที่จริงฮอร์โมนไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนแค่ช่วงวัยว้าวุ่น แต่มีความสำคัญมาตั้งแต่เราเกิด เติบโต การคุมกำเนิด ไปจนถึงการบำบัดอาการของวัยทองยามแก่เฒ่า และที่สำคัญแม้แต่สัตว์และพืชก็ยังขาดฮฮร์โมนไม่ได้เช่นกัน

แนวคิดเรื่องระบบร่างกายกับฮอร์โมน หรือสารที่หลั่งจากอวัยวะหรือเนื้อเยื่อมีผลต่อการทำงานของอวัยวะส่วนอื่นๆ เริ่มต้นมาตั้งแต่คริตศตที่ 17 แต่ตอนนั้นยังเป็นเพียงทฤษฏีที่ยังไม่วิทยาการเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ได้ชัดเจน จนต่อมาอีกเป็นร้อยปี นักสรีรวิทยา ชาวฝรั่งเศส ชื่อ คลาวด์ เบอร์นาร์ด (Claude Bernard) จึงได้เริ่มศึกษาระบบการสร้างสมดุลในร่างกาย (homeostasis) ด้วยระบบการหลั่งสารควบคุมในระดับเซลล์ (internal secretion)

การทดลองเกี่ยวกับความสำคัญของฮอร์โมนที่น่าสนใจที่นำมาอ้างถึงในตำราเรียนของบ้านเรา เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2391 เป็นการทดลองที่เกิดจากคำถามที่ว่า “ลักษณะทางเพศที่ปรากฏของสัตว์เกิดจากพันธุกรรมหรือระบบการควบคุมของร่างกายหรือไม่?” โดยนักสรีรวิทยาชาวเยอรมัน ชื่อ อาร์โนล เอ เบอร์โทลด์ ( Arnol A. Berthold) จึงได้ทำการ “ตัด-แปะอัณฑะลูกเจี๊ยบ” เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของลูกไก่ตัวผู้สู่ไก่โต้งวัยเจริญพันธุ์

เบอร์โทลด์ จัดการทดลองเป็น 3 ชุด ชุดแรกให้ลูกเจี๊ยบได้โตตามปกติ ชุดที่สองเขาตัดอัณฑะของลูกเจี๊ยบออก ชุดที่สามเขาตัดอัณฑะของลูกเจี๊ยบออกแต่สลับของอีกตัวมาแปะปลูกไว้ใกล้ๆ ของเดิม หลังจากนั้นก็เฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงของลูกไก่จนโต แล้วพบว่า เมื่อโตเต็มวัยไก่ที่เจริญเติบโตตามปกติ หรือมีอัณฑะของตัวอื่นแปะอยู่ จะโตเป็นไก่โต้งปกติ มีหงอน มีเหนียง ขนหางยาว ขันและก้าวร้าวตีกับไก่อื่นๆ แต่ลูกเจี๊ยบไร้ไข่ (ไม่มีอัณฑะ) จะมีหงอน เหนียงคอและ ขนหางสั้น และมีนิสัยไม่ชอบต่อสู้กับไก่ตัวอื่นๆ แต่ในขณะนั้นการอธิบายเรื่องโครงสร้างหรือระบบการทำงานก็ยังไม่มีการอธิบาย

ต่อมาฮอร์โมนแห่งความตื่นตัว หรือ อะดรีนาลีน (Adrenaline) ได้เป็นฮอร์โมนชนิดแรกที่โลกวิทยาศาสตร์เริ่มต้นเรียนรู้อย่างจริงจัง นักสรีวทิยาชาวโปแลนด์ ชื่อ นโปเลียน ไซบัลสกี (Napoleon Cybulski) เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่เริ่มสกัดสารเคมีจากต่อมหมวกไต (adrenal gland) แต่ใสตอนนั้นเขาเรียกส่วนผสมของสารที่สกัดได้กว่า nadnerczyna หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2444 นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ชื่อ โจคิชิ ทากามิเนะ (Jokichi Takamine) จึงได้สกัดฮอร์โมน อดรีนาลีนบริสุทธิ์ออกมาได้ ถือว่าเป็นนักชีวเคมีที่สำคัญคนหนึ่งของโลกเลยทีเดียว

ในปัจจุบันพบว่าในร่างกายมนุษย์มีฮฮร์โมนที่เรารู้จักและสกัดออกมาได้ราว 65 ชนิด ยังไม่นับฮอร์โมนของสัตว์อื่นๆ และฮอร์โมนพืชที่เราเริ่มานำมาสังคราะห์และใช้ประโยชน์ เช่น ฮอร์โมนเร่งรากเพื่อปักชำพืช ฮอร์โมนเร่งสีเร่งโตในสัตว์เลี้ยง หรือฮอร์โมนเร่งการลอกคราบในปูนิ่ม เป็นต้น เมื่อดูจากประวัติการค้นพบก็จะเห็นได้ว่า อันที่จริงแล้วนักวิทยาศาสตร์รู้จักกับฮอร์โมนและการทำงานของมันมาเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมานี่เอง การไขความลับของการควบคุมร่างกายด้วยระบบฮอร์โมนจึงยังมีการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง คู่ไปกับการศึกษาด้านพันธุศาสตร์


การเลี้ยงปูนิ่มใช้ประโยชน์จากความรู้เรื่องฮอร์โมน เพื่อเร่งและยับยั้งการลอกคราบ ทำให้ปูที่เลี้ยงกระชังสะสมสารอินทรีย์และแคลเซียมจากอาหารเพื่อสร้างกระดองได้ดี หรือเร่งวัฏจักรการลอกคราบให้ตรงกับช่วงเวลาการส่งขายได้

ฮอร์โมนพบในสิ่งมีชีวิตชั้นสูงแทบทุกชนิด ทั้งพืช สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังและสันมีกระดูกสันหลัง มีหน้าที่เหมือนระบบไปรษณีย์ส่งข้อความจากเซลล์ต้นทางไปถึงเซลล์ปลายทาง โดยเมื่อเซลล์ต้นทางได้รับคำสั่งจากร่างกาย ซึ่งส่วนมากก็ใช้ระบบฮอร์โมนสั่งการ เซลล์ต้นทางก็จะสังเคราะห์ฮฮร์โมน ซึ่งมีโครงสร้างโมเลกุลหลายแบบเช่น โปรตีน เอมีน สเตียรอยด์ และกรดไขมัน แล้วหุ้มด้วยเยื่อบางๆ เหมือนซองจดหมายจ่าหน้าซอง ส่งออกไปตามกระแสเลือด ซึ่งเปรียบเหมือนถนนใหญ่แต่มีเส้นเลือดฝอยแตกตัวออกไปเป็นซอกซอยทะลุทะลวงสู่ทั่วทุกบ้าน หรือเซลล์ของร่างกาย

จนเมื่อฮอร์โมนเดินทางถึงเซลล์ปลายทางซึ่งมีตัวรับจำเพาะ (specific hormone receptor) หากฮอร์โมนมีขนาดเล็กอย่างสเตียรอยด์ก็จะผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เข้าไปทำงาน แต่หากเป็นโมเลกุลใหญ่อย่างโปรตีนก็จะแค่เคาะประตู จับตัวรับอยู่ภายนอกเซลล์แล้วส่งข่าวสารเข้าไปสั่งให้เซลล์สังเคราะห์สารที่ร่างกายต้องการแทน ระบบฮอร์โมนที่เหมือนไปรษณีย์จ่าหน้าซองนี้ทำให้การส่งและการรับสารทั่วถึง ตรงจุด แต่เกิดแบบค่อยเป็นค่อยไป

ในสัตว์ที่มีวิวัฒนาการขั้นต่ำอย่างพานาเรียก็เริ่มมีฮอร์โมนเป็นระบบสั่งการควบคุมของร่างกายแล้ว แม้จะยังไม่มีเส้นเลือดเพื่อกระจายฮอร์โมนไปทั่วร่างการแต่พานาเรียใช้ระบบการแพร่จากเซลล์ถึงเซลล์ไปเรื่อยๆ ถัดขั้นในสัตว์ขั้นสูง อีกสักหน่อย เช่น ปู กุ้งและแมลงต่างๆ ฮอร์โมนมีส่วนสำคัญมากในการเตริญเติบโตของร่างกายและการลอกคราบ โดยมีฮอร์โมน 2 ชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของพวกมัน คือ โมลติงฮอร์โมน (molting hormone : MH) และจูวีไนล์ฮอร์โมน (juvenile hormone : JH) ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของพวกมัน

ระบบฮอร์โมนในนกซึ่งเป็นสัตว์เลือดอุ่นเช่นเดียวกับเราก็เริ่มซับซ้อนมากขึ้น และปัจจัยภายนอกก็เริ่มมีผลต่อการกระตุ้นให้เกิดฮอร์โมนเพื่อควบคุมระบบการทำงานของร่างกาย เช่น ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนของนกตัวผู้มีสิ่งกระตุ้น คือ แสงของช่วงวัน เนื่องจากเมื่อถึงฤดูหนาวอาหารหายาก นกที่มัวหมกมุ่นกับการผลิตลูกหลานคงเลี้ยงลูกไม่รอด ร่างกายของนกจึงสังเคราะห์ฮอร์โมนความเป็นพ่อหรือเทสโทสเตอโรนน้อยลงตามระยะเวลาที่มีแสงหรือช่วงวันที่สั้นลง แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนช่วงวันเริ่มยาวขึ้น นกตัวผู้ก็จะเริ่มแสดง “พลังหนุ่ม” มีสีสันสวยงาม ก้าวร้าว จิกตีกันแย่งตัวเมีย และเริ่มทำรังสร้างเรือนหอ

ฮอร์โมนพลังหนุ่มหรือเทสโทสเตอโรนนี้ทางด้านพฤติกรรมเชื่อว่า มีผลจากการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวและเอาชนะด้วยเช่นกัน นั่นคือ หากสัตว์ (หรือมนุษย์) มีระดับเทสโทสเตอโรนสูงก็จะกระตุ้นพฤติกรรมก้าวร้าว เช่น ไล่ขวิด ไล่ชน ตบตี ชกต่อยกับตัวผู้ตัวอื่นได้ง่ายขึ้น และหากชนะได้ก็จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการหลั่งมากขึ้นอีก (positive feedback) แต่ความมหัศจรรย์ของฮอร์โมนก็ยังไม่หมด เพราะในสัตว์ที่มีตัวอ่อนหลายๆ ตัวที่เติบโตพร้อมๆ กันในมดลูก พบว่าลูกสัตว์ตัวผู้ที่มีพี่น้องเป็นตัวเมียในครอกเดียวกัน มักด้วยมักมีระดับเทสโทสเตอโรนต่ำกว่าตัวผู้อื่น ซึ่งเป็นผลจากฮอร์โมนตั้งแต่ระยะตัวอ่อน

ส่วนฮอร์โมนชนิดแรกที่นักวิทยาศาสตร์สกัดได้คือ อะดรีนาลีน มีหน้าที่กระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว เพื่อต่อสู้หรือหลบหนี (fight to fight response) เมื่อเกิดความเครียด ตกใจ หรือกลัวมากๆ โดยการสั่งให้เพิ่มการผลิตน้ำตาลและออกซิเจนในกระแสเลือดให้มากขึ้น เพื่อให้สมองสั่งการ หัวใจสูบฉีด และกล้ามเนื้อนำพลังงานไปใช้เพื่อการเอาตัวรอดแบบสุดขีด ในปัจจุบันจึงพบว่าไม่ได้มีแต่ต่อมหมวกไตเท่านั้นที่หลั่งอะดรีนาลีน แต่โกรทฮอร์โมน และฮอร์โมนคอร์ติคอลซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะเครียดก็มีผลต่อการกระตุ้นให้เกิดวัฏจักรการหลั่งอะดรีนาลีนเช่นกัน
 


การตกไข่ในช้าง ต่างกับสัตว์เลี้ยงลุกด้วยนมชนิดอื่นๆ โดยจะมีการหลั่งฮอร์โมน LH (Luteinizing Hormone) เพื่อกระต้นการตกไข่ 2 ครั้ง เพื่อทำให้เกิดโอกาสตั้งท้องมากขึ้น ฮอร์โมนที่น่าสนใจและมีผลมากกับการสืบทอดลูกหลานในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม น่าจะเป็นฮอร์โมนแห่งเพศแม่ นั่นคือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) และฮอร์โมนอื่นๆ ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการตกไข่และตั้งครรภ์ที่สัมพันธ์กันอย่างมหรรศจรรย์ การศึกษาและพยายามสังเคราะห์ฮอร์โมนที่ช่วยกปรับระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงจึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก ในเรื่องการควบคุมประชากรที่ง่ายและสะดวกอย่างการคิดค้นยาคุมกำเนิดชนิดกิน

การคุมกำเนิดมีหลักฐานมาตั้งแต่สมัยอียิปต์ ซึ่งใช้สำลีชุบน้ำยาหมักจากต้นอคาเซียซึ่งมีผลลบกับเชื้ออสุจิ ต่อจากนั้นจึงมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนค้นพบฮอร์โมนเพศทั้งเทสโตรสโตโรน, เอสโตรเจน และโปรเจสโตโรน โดยนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลสาขาเคมีคนเดียว คือ อะดอล์ฟ บิทเทนันด์ท (Adolf Butenandt) หลังจากนั้นราว 20 ปี จึงเกิดนวัตกรรมเปลี่ยนโลก คือ “ยาเม็ดคุมกำเนิด” ซึ่งมีการขันแข่งการคิดค้นอย่างเข้มข้นในช่วงคริตศตวรรษที่ 1950

โดยในขณะนั้นมีนักวิทยาศาสตร์หลายคนที่พยายามคิดค้นและทดลองการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบใช้รับประทานได้ง่าย เช่น คาร์ล ดีจาสซี (Carl Djerassi) และ เกร์กอรี ไพน์คัส (Gregory Pincus) ด้วยการทดลองใช้ฮอร์โมนโปรเจสสเตโรนและเอสโตรเจรสังเคราะห์ เพื่อหลอกสมองว่ามีระดับฮอร์โมนนี้พอแล้วไม่ต้องสั่งให้ตกไข่หรือสร้างผนังมดลูดเพื่อรอรับการตั้งครรภ์ หลังจากการทดลองในห้องทดลองและประสบความสำเร็จจากการทดสอบด้วยอาสาสมัครจำนวนมากในเปอเตอ ริโก ทำให้องค์การอนามัยโลกรับรองการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดในระดับสากล

ถือว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากฮอร์โมนแบบพลิกโลก ทำให้ผู้หญิงที่เคยต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกเป็นพรวน สามารถเปลี่ยนบทบาทมาเป็นหัวหน้าครอบครัว หรือทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่สามีด้วยการคุมกำหนดที่ง่าย ประหยัด และมีประสิทธิภาพ แม้ในปัจจุบันการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ถุงยางอนามัย หรือยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินจะมีบทบาทมากขึ้น แต่ยาเม็ดคุมกำเนิดก็ยังถือว่าเป็นยาสามัญที่ใช้ทั้งการลดโอกาสการตั้งครรภ์ การเสริมฮอร์โมนเพศหญิงในช่วงวัยทองที่รังไข่ไม่สามารถหลั่งฮอร์โมนเพศได้ และการรักษาสิวและผิวมันเพื่อลดปริมาณฮอร์โมนเทศโตรสโตโรนซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุอีกด้วย

เรื่องของฮอร์โมนจะไม่ทำให้ว้าวุ่น หากเราเข้าใจระบบร่างกาย และควบคุมมันให้มันเกิดประโยชน์ ในสัตว์หลายชนิดฮอร์โมนขับดันให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ และพวกมันก็แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา แต่มนุษย์มีกรอบของประเพณี จริยธรรม และกฏหมายที่ช่วยจัดการให้สังคมอยู่อย่างปกติสุข เมื่อถึงนาทีที่ฮอร์โมนพุ่งพล่านก็ควรใช้สติและสมองในการควบคุม
 

เกี่ยวกับผู้เขียน
“นายปรี๊ด” นักศึกษาทุนปริญญาเอกด้านชีววิทยา ซึ่งมีประสบการณ์ในแวดวงวิทยาศาสตร์อย่างหลากหลาย ทั้งงานสอน บทความเชิงสารคดี ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ทำสื่อการสอน ของเล่นเชิงวิทยาศาสตร์กรรมการตัดสินโครงงาน วิทยากรบรรยายและนักจัดกิจกรรมเพื่อการจุดประกายวิทยาศาสตร์จากสิ่งใกล้ตัว
 


Views: 786

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 81 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 18548799  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!