Home
  
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
ไร้โลกไร้กาลเวลา PDF พิมพ์
1126675141น่าแปลกที่พวกเราล้วนดำรงอยู่ด้วยกาลเวลา
นายกอ อยู่ห่าง นายขอ สามนาทีการเดิน หนึ่งนาทีการวิ่ง หรือเศษเสี้ยววินาทีแสง
นายคอ อยู่ห่าง จากแม่ หนึ่งชั่วโมงรถยนต์ สามชั่วโมงรถทัวร์ หรือหนึ่งวันการเดิน..

แม้แต่จะตักข้าวเข้าปาก กว่าจะหยิบช้อนตักข้าวขึ้น เดินทางมาสู่ปาก กว่าจะเคี้ยว กว่าจะกลืนลงคอ ทุกอย่างล้วนตกอยู่ในระบบของเวลาและการเดินทาง แม้แต่การนั่งอยู่เฉยๆ เวลาก็ยังเคลื่อนไป ดึงให้สังขารนี้ร่วงโรย แก่ และดับสูญ

หรือโลกสมมุติเป็นเพียงโลกของกาลเวลา..?!? เป็นเพียงกระแสของวิบากกรรมแห่งเหตุและปัจจัย สิ่งที่ยังมีเวลาสิ่งนั้นเป็นเพียงสมมุติ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เราจะจบขั้นตอนเวลาแห่งสมมุตินี้ได้หรือไม่?? ถ้าไม่สร้างกรรมใดๆ ให้เป็นปัจจัยต่อ...

ถ้าเราเดินทางไปถึงดาวฤกษ์ Pronima Centauri ซึ่งอยู่ใกล้โลกมากที่สุด ด้วยความไวเท่าแสง จะต้องใช้เวลาประมาณ 4 ปี (ห่างจากโลกประมาณสี่ปีแสง)

เวลาซ่อนตัวอยู่ในอวกาศ ดวงดาวต่างๆ อยู่ห่างจากโลกไปตามระยะทางที่ไกลมาก แสงจึงถูกนักวิทยาศาสตร์นำมาใช้เป็นตัววัดคำนวณค่าความห่าง เพื่อใช้วัดระยะดวงดาวที่มนุษย์มองเห็นด้วยตาเปล่า (การใช้แสงเป็นตัววัดระยะทาง เพราะถือว่าแสงมีความสัมบูรณ์ต่อระดับการเดินทาง ซึ่งมีความไวสูงและมีอัตราความเร็วคงที่ ร้อยปีแสงหมายถึงหากเดินทางด้วยความเร็วเท่าแสงจากโลกไปถึงดวงดาวนั้น จะใช้เวลาเดินทางร้อยปี)

ในขณะที่วิทยาศาสตร์พยายามศึกษาค้นหาความจริงเพื่อไขปมแห่งความไม่รู้ออกมา คล้ายๆ ไม่ต่างไปจากศาสนา แต่การค้นหาที่มาของขบวนการการก่อเกิดสรรพสิ่ง ให้ทราบที่มาแห่งชีวิต วิวัฒนาการแห่งชีวิต เพื่อการปรับปรุงพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษยชาติในวันข้างหน้า กลับเป็นการค้นหาออกนอกตัวไปเรื่อยๆ นับวันจะยิ่งค้นพบความมหัศจรรย์และทวีความรู้รอบแต่ไม่รู้จบ ทฤษฎีใหม่ล้มล้างทฤษฎีเก่าที่เคยถูกเชื่อลงด้วยหลักการณ์ที่เป็นจริงกว่าเดิมเสมอ หรือนี่เป็นเพียงปรากฏการณ์ของความฝันเท่านั้น..? เราค้นพบชีวิตจริงๆ หรือ?

วิทยาศาสตร์ยังวิ่งกลับไปในอดีตและวิ่งหาอนาคต เพื่อค้นหาวิทยาการมาปรับปรุงชีวิตวันหน้าซึ่งควรจะต้องดีขึ้นมีคุณภาพขึ้น แต่หากอ่านประวัติของอาณาจักรต่างๆ ของมนุษย์ที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน กลับพังพินาศย่อยยับในช่วงรุ่งเรืองถึงขีดสุดทุกที ความโลภของมนุษย์ ไม่เคยอยู่ร่วมประสานกับความรุ่งเรือง และในความรุ่งเรือง กลับมีคนตกยากและความเหลื่อมล้ำมากที่สุดเช่นกัน

บางทีการอยู่ง่ายๆ ไม่มีวิทยาการขั้นสูง อาจทำให้มนุษย์ไม่สามารถทำร้ายกัน และทำลายธรรมชาติ ชนิดพังพินาศสันตะโรก็เป็นได้

ในยุคที่วิทยาศาสตร์ยังไม่เจริญ ศาสนาไม่เพียงก้าวไปถึงโลกหน้า ชีวิตไม่ได้มีเพียงโลกนี้ และรู้หนทาง (มรรค) ที่จะมีชีวิตในโลกหน้า ทั้งยังรู้ว่ามีแต่ผลกรรมที่ติดตัว (ภวังคจิต) ไปได้ทุกชาติภพ ด้วยการกลับเข้าไปค้นหาจิตภายใน ซึ่งเป็นตัวรู้ชนิดไม่มีใครเหมือน รู้แม้กระทั่งการดับเหตุแห่งการเกิด (มรรคมีองค์แปด) ดับกระแสแห่งกาลเวลาลง แต่วิทยาศาสตร์ ยังหลงอยู่ในโลกของกาลเวลา แม้จะพบโลกอื่นๆ ในมิติที่ซ้อนมิติแล้วบ้าง แต่ภพภูมิเหล่านั้นก็ใช่ว่าเป็นจริงที่สุด

ไม่แน่ การที่เราต้องมีชีวิตมนุษย์ สร้างความดีไปเกิดในมิติของภูมิสวรรค์ สร้างความไม่ดีไปเกิดในมิติของภูมินรก ต้องใช้ระยะเวลาตามกระแสสมมุติ แต่ในความจริงแท้ กลับไม่มีเวลาใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างล้วนเป็นปัจจุบัน (ไม่มีกระแส?)

ศาสนาถอยเข้าสู่สภาวะการค้นพบภายใน ค้นพบอานุภาพพลังงานของจิตที่แยกออกจากกาย ก้าวข้ามกาลเวลาด้วยความสามารถของตัวจิตเอง ซึ่งมีอานุภาพไปเร็วยิ่งกว่าแสง แค่เพียงคิด โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือใดๆ และหากทำได้ ก็ไม่มีวิทยาศาสตร์ที่ไหน จะเทียบความมหัศจรรย์ของจิต ซึ่งเป็นตัวรู้และมีพลังยิ่งกว่าสิ่งใด เพียงแต่..สภาวะเช่นนั้น ยากต่อการเข้าถึง หากจิตไม่นิ่งและไม่มีอินทรีย์แก่กล้าพอ (ไร้กิเลสมายาครอบงำ)

แล้วหากวิทยาศาสตร์ย้อนกลับเข้าไปในจิตใจ ไม่ใช่เส้นเลือด ตับ ไต หัวใจ สมอง แต่เป็นที่จิตใจ แทนการวิ่งออกไปยังอดีตอนาคต จะเกิดอะไรขึ้น? จะค้นพบสภาวะไร้กาลเวลาได้หรือไม่?? คุณภาพชีวิตของมนุษย์อาจหลุดไปจากห้วงฝัน ไม่ใช่แค่รอให้เจริญในยุคลูกหลาน ที่ต่อให้ปรับปรุงพัฒนาล้ำหน้าไปอย่างไรก็คงหนีทุกข์ไปไม่พ้น เหมือนผู้ที่ถูกลูกศรปักอก เขาควรดึงลูกศรนั่นออกก่อน แทนที่จะถามว่าใครเป็นคนยิง ยิงทำไม ยิงมาจากไหน ธนูทำจากอะไร ..ความรู้มาก บางทีก็ไม่ใช่หนทางแห่งความรู้จริง..

หรือความสำคัญอาจอยู่ที่ว่า หากจิตหยุดปรุงแต่งใดๆ ออกไปไกลตัวเรื่อยๆ ความจริงอาจจะปรากฏชัดอยู่แค่ตรงหน้า หากวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถค้นพบจิตใจ ต่อให้พยายามขบคิดไม่หยุด ซึ่งการขบคิดไม่หยุด กลับนำมาซึ่งการเห็นได้แค่เพียงสิ่งที่ฝันไปตามคิดเท่านั้น แม้จะค้นพบความจริงที่ยังอยู่ในโลกของกาลเวลา มันก็ไม่ใช่ความจริงแท้อยู่ดี

ในยุคพุทธกาล ไม่มีวิทยาการล้ำหน้าอะไร แต่คนยุคนั้น กลับก้าวข้ามวัฏฏะ ก้าวข้ามกระแสกาลเวลาไปได้ไม่น้อย... โลกทั้งมวลอยู่ในตัวเราเอง.. ไม่มีโลกไม่มีเวลา..

Views: 1806

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 17 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10205847  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!