Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow กาลิเลโอ กาลิเลอี บิดาของวิทยาศาสตร์ยุคใหม่
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
กาลิเลโอ กาลิเลอี บิดาของวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ PDF พิมพ์
สารคดี ฉบับที่ 298  ธันวาคม 52 ปีที่ 25เรื่อง : สุทัศน์ ยกส้าน 





ละครเวทีเรื่อง "กาลิเลโอ" โดยคณะละครสองแปด แสดงในปี พ.ศ.๒๕๒๘ สะท้อนชีวิตกาลิเลโอผู้ต่อสู้เพื่อหลักฐานและข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ไม่ยอมจำนนกับความเชื่อที่สืบต่อกันมานานเกือบ ๒,๐๐๐ ปี (ภาพ : คณะละครสองแปด)

กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) ถือกำเนิดที่เมืองปิซาในอิตาลี เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๕๖๔  ถึงกาลิเลอีจะเป็นชื่อสกุล แต่คนทั้งโลกก็เรียกชื่อต้นกาลิเลโอในทำนองเดียวกับไมเคิลแองเจโล (Michelangelo Buonarroti)และดังเต (Dante Alighieri)ณ วันนี้ กาลิเลโอได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานของวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ผู้ผลิตผลงานด้านฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ และปรัชญาวิทยาศาสตร์มากมาย  โดยเฉพาะในวิชาดาราศาสตร์นั้น กาลิเลโอได้ทำลายปราสาทความคิดเรื่องเอกภพของอริสโตเติลที่ผู้คนเชื่อตามกันมานานเกือบ ๒,๐๐๐ ปี ด้วยการใช้กล้องโทรทรรศน์ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นสำรวจสวรรค์จนได้เห็นดวงดาวและปรากฏการณ์อัศจรรย์ที่สำคัญมากมายเป็นคนแรก  การค้นพบเหล่านี้ได้แผ้วถางทางให้นิวตัน (Isaac Newton) เดส์การ์ตส์ (Ren? Descartes)และเคปเลอร์ (Johannes Kepler)พัฒนาวิทยาศาสตร์ในเวลาต่อมา



วงเวียนที่กาลิเลโอประดิษฐ์ขึ้นใช้ในการคำนวณด้านเรขาคณิตและคณิตศาสตร์

วัยเยาว์กับฉายา Wrangler

กาลิเลโอมีบิดาชื่อ Vincenzo Galilei มีอาชีพเป็นนักดนตรีผู้เชี่ยวชาญทั้งทฤษฎีและการเล่นพิณน้ำเต้า  มารดามีชื่อเดิมว่า Giula Ammannati มาจากครอบครัวฐานะปานกลางแห่งเมืองฟลอเรนซ์  กาลิเลโอเป็นบุตรคนหัวปีในบรรดาพี่น้อง ๗ คน ซึ่งต่อมาน้องทั้งสี่ได้เสียชีวิตลง

เมื่ออายุ ๘ ขวบ บิดาอพยพครอบครัวไปอยู่ที่เมืองฟลอเรนซ์  ความที่ฟลอเรนซ์ในบางเวลาเกิดกาฬโรคระบาด บิดาจึงได้ฝากฝังกาลิเลโอไว้กับเพื่อนชื่อ Jacopo Borghini เพื่อจะได้เรียนหนังสือที่โบสถ์ Camaldolese ในเมือง Vallombrosa ห่างจากฟลอเรนซ์ไปประมาณ ๓๕ กิโลเมตร  ที่นั่นกาลิเลโอได้เรียนภาษาละตินกับหลวงพ่อ Paulus เรียนคณิตศาสตร์กับ Ostilio Ricci อ่านหนังสือ Physica ที่อริสโตเติลเรียบเรียง  รวมถึงได้เรียนวิชาจิตรกรรมจนมีความสามารถสเกตช์ภาพได้ดี ซึ่งในเวลาต่อมากาลิเลโอก็ได้ใช้ความสามารถนี้ในการวาดภาพดวงจันทร์และดาวต่างๆ ที่ตนเห็นผ่านกล้องโทรทรรศน์

ครอบครัวของกาลิเลโอมีฐานะไม่สู้ดีนัก บิดามีหนี้สินมาก จึงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้ลูกชายคนโตเรียนแพทย์เพื่อจะได้เป็นที่พึ่งของทุกคนในครอบครัว  ด้วยเหตุนี้กาลิเลโอในวัย ๑๗ ปีจึงได้เข้าเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยปิซา (Universit? di Pisa)ซึ่งมีชื่อเสียงในการสอนวิชาศาสนา  แต่ยิ่งเรียนเขาก็ยิ่งรู้สึกเบื่อ เมื่อได้พบว่าแพทยศาสตร์เป็นวิชาที่ผู้เรียนต้องท่องจำมาก  ขณะที่วิชาวิทยาศาสตร์ของอริสโตเติลนั้นก็ไม่สนุก เพราะครูผู้สอนพร่ำบอกนักเรียนว่าต้องเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่อริสโตเติลเขียน เสมือนความนึกคิดของอริสโตเติลคือคำบัญชาของพระเจ้า  และเมื่อกาลิเลโอตระหนักว่าคำสอนเหล่านี้บางอย่างมิได้มีหลักฐานใดสนับสนุน เขาจึงตั้งประเด็นสงสัยในความรู้ที่ครูนำมาสอนบ่อยจนได้รับฉายาว่าเป็น Wrangler(นิสิตผู้ชอบถกเถียงเชิงวิชาการ) ขณะเดียวกันกาลิเลโอรู้สึกสนุกสนานในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของยุคลิด (Euclid)เพราะเห็นได้ชัดว่าเรขาคณิตเป็นวิชาที่มีหลักการและใช้เหตุผลในการอธิบายและพิสูจน์ ไม่ต้องอาศัยความจำมาก

เมื่ออายุ ๑๘ ปี กาลิเลโอได้พบกฎการแกว่งของลูกตุ้ม (pendulum) ซึ่งเป็นระบบที่มีตุ้มน้ำหนักผูกติดที่ปลายเชือกข้างหนึ่ง ส่วนปลายเชือกอีกข้างถูกตรึงแน่น ดังนั้นลูกตุ้มจึงสามารถแกว่งไปมาได้  กาลิเลโอค้นพบกฎนี้จากการสังเกตเห็นว่า เวลาพนักงานในโบสถ์ต้องการจุดตะเกียงที่แขวนห้อยด้วยโซ่ยาวจากเพดานสูงของมหาวิหารแห่งปิซา เขาจะใช้ตะขอเกี่ยวตะเกียงเข้าหาตัวเพื่อจุดไฟ แล้วปล่อยให้ตะเกียงแกว่งไปมา  และกาลิเลโอก็ได้พบความจริงว่า ไม่ว่าตะเกียงดวงนั้นจะถูกดึงไปจากตำแหน่งต่ำสุดเป็นระยะทางใกล้หรือไกลเพียงใด เวลาที่ตะเกียงใช้ในการแกว่งจนครบ ๑ รอบจะเท่ากันเสมอ ถึงในสมัยนั้นจะไม่มีนาฬิกาจับเวลาที่ดีก็ตาม (เพราะมีแต่นาฬิกาทราย นาฬิกาแดด และนาฬิกาน้ำที่ไม่สะดวกต่อการใช้จับเวลา) กาลิเลโอจึงคิดใช้ชีพจรของคนปรกติซึ่งเต้นเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอจับเวลาต่างนาฬิกา โดยใช้ปลายนิ้วสัมผัสชีพจรที่ข้อมือแล้วนับจังหวะการเต้นของชีพจร  จากนั้นกาลิเลโอก็ได้ศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม และได้พบว่าเวลาที่เพนดูลัมใช้ในการแกว่งครบรอบขึ้นกับความยาวของโซ่ที่ใช้แขวน นั่นคือ ถ้าโซ่ยาว เวลาแกว่งครบรอบก็ยิ่งนาน และถ้าโซ่สั้น เวลาในการแกว่งครบรอบก็สั้น  ในกรณีที่ตุ้มน้ำหนักมีน้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าโซ่ที่ใช้แขวนมีความยาวเท่ากัน เวลาในการแกว่งครบรอบก็ไม่แตกต่างกัน นั่นหมายความว่า เวลาในการแกว่งครบรอบของตุ้มน้ำหนักไม่ขึ้นกับน้ำหนักของตุ้มเลย กาลิเลโอรู้สึกประหลาดใจในการพบความจริงประเด็นหลังนี้มาก เพราะตามที่อริสโตเติลสอน วัตถุที่หนักจะตกถึงพื้นเร็วกว่าวัตถุที่เบา ถ้าคำสอนของอริสโตเติลถูกต้อง ตุ้มที่มีน้ำหนักมากก็ควรแกว่งเร็วกว่าตุ้มที่มีน้ำหนักน้อย แต่การทดลองแกว่งหาได้แสดงผลเช่นที่ว่านี้ไม่  กาลิเลโอจึงเริ่มเห็นว่าความรู้ต่างๆ ที่อริสโตเติลเขียนไว้ในหนังสือ Physica อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด

จากนั้นกาลิเลโอก็คิดจะใช้ประโยชน์จากความรู้ที่พบใหม่นี้ โดยได้วิเคราะห์ว่าในร่างกายคนปรกติ ชีพจรจะเต้นจังหวะหนึ่ง แต่ในคนป่วย ชีพจรจะเต้นอีกจังหวะหนึ่งซึ่งอาจช้าหรือเร็วกว่าปรกติ ดังนั้นถ้าแพทย์มีเพนดูลัมที่แกว่งตามจังหวะชีพจรของคนปรกติ แพทย์ก็สามารถใช้อุปกรณ์นี้วัดชีพจรของคนที่ไม่สบายได้ ซึ่งจะให้ข้อมูลที่แตกต่างไป  กาลิเลโอเรียกอุปกรณ์ที่เขาสร้างนี้ว่า Pulsilogia และรู้สึกตื่นเต้นกับการพบความรู้ใหม่ๆ รวมถึงรู้สึกปีติที่ความรู้นั้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ด้วย จนในที่สุดกาลิเลโอก็ตัดสินใจไม่เรียนแพทย์ หันไปเรียนวิทยาศาสตร์แทน ทั้งๆ ที่ถูกบิดาคัดค้านด้วยหวังจะให้บุตรชายเป็นแพทย์เพื่อหาเงินมาชดใช้หนี้สินมากมายที่ตนก่อไว้ นอกจากนี้ครอบครัวก็ยังต้องการเงินเพื่อให้น้องสาวของกาลิเลโอที่ชื่อ Virginia ใช้ในการหมั้นด้วย ดังนั้นครอบครัวของกาลิเลโอจึงมีความคาดหวังในตัวเขาค่อนข้างมาก  แต่เมื่อกาลิเลโอขอร้อง และอาจารย์ Ricci สนับสนุนให้เขาเรียนคณิตศาสตร์กับดาราศาสตร์ บิดาจึงอนุญาต  และนั่นก็หมายความว่า กาลิเลโอไม่ต้องเรียนเรื่องอวัยวะต่างๆ ของคนและสัตว์หรือเรื่องสรรพคุณของพืชสมุนไพรอีกต่อไป แต่ได้เรียนเรขาคณิต เลขคณิต ดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์แทน

ในช่วงเวลานั้น กาลิเลโอรู้สึกสบายใจมากที่ได้เรียนวิชาที่ตนชอบ ทำให้ได้รู้ความนึกคิดและจินตนาการของปราชญ์โบราณ เช่น ปโตเลมี (Claudius Ptolemaeus; Ptolemy) แห่งเมืองอเล็กซานเดรียในอียิปต์ ผู้เสนอแบบจำลองของเอกภพที่มีโลกอยู่ที่ศูนย์กลาง มีดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ต่างๆ โคจรไปรอบโลกโดยมีวิถีโคจรเป็นวงกลม และมีดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกที่สุด  ถัดออกไปคือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดวงอาทิตย์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์  ส่วนเหล่าดาวฤกษ์นั้นตรึงแน่นบนทรงกลมใหญ่ที่ล้อมรอบดาวเคราะห์ทุกดวงและหมุนรอบโลก ๑ รอบทุกวัน  ได้รู้ถึงความเห็นของอริสโตเติลในประเด็นเรื่ององค์ประกอบของดาวต่างๆ ที่ว่าสรรพสิ่งบนโลกประกอบด้วยดิน น้ำ ลม และไฟที่ไม่สมบูรณ์และไม่ถาวร เช่นใบไม้จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลแล้วร่วง ทารกจะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วชรา  ขณะที่ดาวและเดือนบนฟ้าที่พระเจ้าสร้างมีความสมบูรณ์จนหาที่ติมิได้ คือจะกลมอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งคงสภาพที่ประเสริฐนี้ชั่วนิรันดร์  ส่วนบริเวณนอกวงโคจรของดาวฤกษ์นั้นคือสวรรค์อันเป็นที่สถิตของพระเจ้า

นอกจากนี้กาลิเลโอยังได้รู้อีกด้วยว่า โคเปอร์นิคัส (Nicolaus Copernicus) นักดาราศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชาวโปแลนด์ เสนอแบบจำลองของเอกภพซึ่งแตกต่างจากเอกภพของปโตเลมี คือมีดวงอาทิตย์อยู่ที่ศูนย์กลาง และโลกเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่งเหมือนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ คือโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยมีวิถีโคจรเป็นวงกลม และโลกหมุนรอบตัวเองได้ด้วย  ความคิดของโคเปอร์นิคัสที่ว่าโลกเคลื่อนที่ได้นี้ นักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าเป็นความคิดที่เหลวไหลเพราะไม่มีหลักฐานสนับสนุนเลย และขัดต่อคำจารึกในคัมภีร์ไบเบิล  เพราะถ้าโลกเคลื่อนที่ได้จริง เหตุไฉนจึงไม่มีใครรู้สึกว่าโลกเคลื่อนที่ และถ้าโลกหมุนได้จริง เหตุไฉน บ้าน ผู้คน ต้นไม้ ฯลฯ จึงไม่กระเด็นหลุดจากโลก  ด้วยเหตุนี้แนวคิดของโคเปอร์นิคัสจึงเป็นความคิดนอกรีตจนสถาบันศาสนาแห่งโรมต้องสั่งห้ามเผยแพร่อย่างเด็ดขาด


< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 11 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10090031  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!