Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow โลกคือยานอวกาศที่มนุษย์ต้องช่วยกันรักษา
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
โลกคือยานอวกาศที่มนุษย์ต้องช่วยกันรักษา PDF พิมพ์
มุมมองจากนอกโลก “โคอิจิ วากาตะ”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 กุมภาพันธ์ 2553

ดร.โคอิจิ วากาตะ

       มีคนในจำนวนหลักร้อยเท่านั้น ที่มีโอกาสสัมผัสชีวิตไร้แรงโน้มถ่วงบนอวกาศ สถานที่ที่ทุกย่างก้าว ต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง ความสะดวกสบายที่หาได้ง่ายบนโลกมนุษย์ กลับต้องทุ่มเททั้งกำลังคน กำลังทรัพย์เพื่อค้นคว้าวิจัยอย่างหนัก ให้ได้สภาพแวดล้อมบนอวกาศที่ใกล้เคียงโลก
       
       สำหรับ ดร.โคอิจิ วากาตะ (Dr.Koichi Wakata) นักบินอวกาศของ
องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (แจกซา) แล้ว โลกก็เหมือนยานอวกาศลำใหญ่ ที่มีทุกอย่างพร้อมสำหรับทุกชีวิตบนโลก แต่เรามีโลกเพียงใบเดียวที่ต้องช่วยกันรักษา เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากเขาได้ชีวิตบนอวกาศ 159 วันกว่าๆ พร้อมทั้งประสบการณ์กิน-นอนที่สภาพไร้น้ำหนัก รวมถึงการดื่มน้ำที่หมุนเวียนจากปัสสาวะของลูกเรือบนสถานีอวกาศ

ภาพ ดร.วากาตะขณะทดลองปาเครื่องบินกระดาษในห้องปฏิบัติการคิโบ (นาซา/แจกซา/อพวช.)


       
       แม้จะฟังดูน่าสะอิดสะเอียน แต่ ดร.วากาตะกล่าวอย่างจริงจังว่าเทคโนโลยีในการหมุนเวียนน้ำจากของเสียในร่างกายดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญของวงการเทคโนโลยีอวกาศอย่างมาก เพราะในการเดินทางท่องอวกาศไกลๆ หรืออยู่ในอวกาศนานๆ นั้น เราไม่สามารถบรรทุกน้ำปริมาณมากขึ้นไปใช้ได้ และหากมองย้อนกลับมาบนโลก น้ำที่เราใช้ดื่มนั้นก็ผ่านกระบวนการหมุนเวียนจากน้ำเสียเช่นกัน
       
       มุ่งสู่อวกาศ เป็นชาวญี่ปุ่นคนแรก ที่ประจำการบนสถานีนอกโลก
       
       เที่ยวบินสู่อวกาศครั้งแรกของเขา เกิดขึ้นเมื่อเดือน ม.ค.2539 ซึ่งเขาได้บินไปกับยานอวกาศเอนเดฟเวอร์ (Endeavour) ขององค์การบริหารการบินอวกาศ (นาซา) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญพิเศษประจำภารกิจ (Mission specialist) ของเที่ยวบิน STS-72 และในเดือน ต.ค.2543 เขาได้ทะยานสู่อวกาศอีกครั้ง กับยานดิสคัฟเวอรี (Discovery) ของนาซา ในเที่ยวบิน STS-92 เพื่อขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติ และเป็นนักบินอวกาศญี่ปุ่นคนแรกบนสถานี
       
       จากนั้นอีก 9 ปีต่อมาในเดือน มี.ค.2552 ดร.วากาตะได้บินไปกับยานดิสคัฟเวอรีเป็นหนที่ 2 มุ่งหน้าสู่สถานีอวกาศนานาชาติ ในภารกิจ STS-119 เพื่อปฏิบัติงานบนสถานีอวกาศ ในขณะที่เพื่อนร่วมเที่ยวบินประจำอยู่บนสถานีเพียงสัปดาห์ แต่เขาต้องอยู่ต่อบนสถานีนาน 4 เดือนครึ่ง เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อเติมสถานีอวกาศเที่ยวที่ 18-20 (ISS Expedition 18-20)
       
       นอกจากภารกิจหลักแล้ว เขายังได้นำการทดลองที่ชาวญี่ปุ่นฝากขึ้นไปอีก 16 การทดลอง จากการคัดเลือก 1,597 โครงการ ซึ่ง
ในการทดลองเหล่านั้นเป็นการปาเครื่องบินกระดาษที่เขาเองชื่นชอบและการทดลอง “พรมวิเศษ” บนสถานีอวกาศ อีกทั้งยังมีการทดลองลอยพระพิฆเนศพระราชทานบนสถานีอวกาศ และการทดลองกินบะหมี่รสต้มยำกุ้งบนสถานีอวกาศด้วย
       

       ทั้งนี้ นักบินอวกาศของแจกซาผู้นำพระพิฆเนศพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ ขึ้นไปลอยบนสถานีอวกาศนานาชาติ ได้เดินทางมาเยือนเมืองไทย พร้อมทั้งเล่าประสบการณ์บนอวกาศที่ยังไม่มีคนไทยเคยสัมผัส ให้แก่นักเรียน ม.ปลายกว่า 500 คน ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เมื่อช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ม.ค.53

ภาพ ดร.วากาตะขณะทดลองผสมน้ำกับน้ำมันในห้องปฏิบัติการคิโบ (นาซา/แจกซา/อพวช.)
       
       การพักแรมในวงโคจรอันยาวนาน
       
       สำหรับเที่ยวบินสู่อวกาศเที่ยวล่าสุด ดร.วากาตะกล่าวว่า เป็นเที่ยวบินที่งดงามมาก เนื่องจากท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไร้เมฆ และใช้เวลาเพียง 8 นาทีครึ่งกระสวยอวกาศก็นำลูกเรือไปถึงสถานีอวกาศที่อยู่สูงขึ้นไปจากพื้นโลกประมาณ 300 กิโลเมตร ปัจจุบันสถานีอวกาศมีขนาดพอๆ กับสนามฟุตบอล ซึ่งโคจรรอบโลกด้วยความเร็วประมาณ 8 กิโลเมตรต่อวินาที และนั่นทำให้
สถานีอวกาศโคจรครบรอบโลกภายใน 1 ชั่วโมงครึ่ง
       

       “เราสามารถมองเห็นสถานีอวกาศบนท้องฟ้าได้ โดยไม่ต้องใช้กล้องส่อง เพียงเข้าไปในเว็บไซต์ของนาซา จะมีข้อมูลบอกตำแหน่งปัจจุบันของสถานีอวกาศ หากอยากทราบว่าจะมองจากกรุงเทพฯ ได้ในเวลาในไหนบ้าง ก็เพียงใส่ชื่อกรุงเทพฯ ในช่องค้นหาของเว็บ ซึ่งปกติเราจะได้เห็นสถานีอวกาศช่วงเช้าตรู่ และช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว” ดร.วากาตะกล่าว
       
       สำหรับสถานีอากาศนานาชาตินั้น เกิดจากความร่วมมือจากชาติต่างๆ 16 ประเทศ อาทิญี่ปุ่น สหรัฐฯ รัสเซีย สหภาพยุโรป และแคนาดา เป็นต้น โดยในส่วนของญี่ปุ่นได้ส่งห้องปฏิบัติการอวกาศ “คิโบ” (Kibo) ขึ้นไปติดตั้งบนสถานีอวกาศ โดยติดตั้งเสร็จสิ้นภายใน 3 ภารกิจ ครั้งแรกเมื่อ 3 มี.ค.51 ซึ่งได้ติดตั้งห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์การทดลองทางวิทยาศาสตร์ เสบียงและอื่นๆ ที่จำเป็น ส่วนในภารกิจที่ 2 คือเดือน มิ.ย.51 ได้ปรับความดันภายในห้องปฏิบัติการ และสมบูรณ์ในเดือน ก.ค.52
       
       ในห้องปฏิบัติการสัญชาติญี่ปุ่นนี้ มีพื้นที่สำหรับทดลองในภาวะที่แรงโน้มถ่วงเกือบเป็นศูนย์ และพื้นที่ให้ทดลองในอวกาศด้านนอกได้ด้วย นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังได้พัฒนายานขนส่ง HTV เพื่อลำเลียงสัมภาระ อาทิ อุปกรณ์การทดลอง เสื้อผ้า น้ำ อาหาร ขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ด้วยน้ำหนักรวมไม่เกิน 6 ตัน โดยใช้จรวดที่ญี่ปุ่นพัฒนาเองยิงขึ้นไป เมื่อส่งสัมภาระต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ขากลับยาน HTV จะนำขยะกลับมา ซึ่งขยะเหล่านั้นจะเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศจนหมด
       
       
ภารกิจบนอวกาศเพื่อคนบนโลก
       
       
เมื่อขึ้นไปถึงสถานีอวกาศภารกิจแรกของ ดร.วากาตะคือการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งในการปฏิบัติงานดังกล่าวได้ใช้แขนกลของแคนาดาช่วยในการติดตั้งด้วย และในภารกิจ STS-119 นั้น มีการเดินอวกาศทั้งหมด 3 ครั้ง และติดตั้งชิ้นส่วนเล็กๆ พร้อมทั้งเริ่มใช้งานเซลล์แสงอาทิตย์ เมื่อเสร็จภารกิจ เพื่อนร่วมเที่ยวบินก็เดินทางกลับโลกลงมาก่อน ส่วนเขาอยู่ปฏิบัติภารกิจต่อไปจนครบ 4.5 เดือน
       
       ภายในระยะเวลาหลายเดือนบนสถานีอวกาศ ดร.วากาตะได้ทำการทดลองหลายๆ อย่าง อาทิ การทดลองเพาะเลี้ยงเซลล์ที่ได้จากเซลล์ของกบจากแอฟริกา ซึ่งเป็นการทดลองที่ต้องการทราบว่า ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วงนั้น จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์อย่างไรบ้าง ซึ่งกล้องจุลทรรศน์ที่ใช้ส่องดูเซลล์นั้น ได้ติดตั้งระบบส่งสัญญาณภาพกลับลงมายังพื้นโลก ให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นได้เห็นการทดลองดังกล่าวด้วย การทดลองฟิสิกส์ของไหล คือการทดลองปลูกผลึกน้ำแข็งในสภาพไร้น้ำหนัก ซึ่งคาดว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ด้านสารกึ่งตัวนำ เป็นต้น
       
       นอกจากปฏิบัติงานในส่วนของโมดูลญี่ปุ่นเองแล้ว เขายังต้องช่วยเหลือการทดลองโมดูลของสหรัฐฯ ยุโรปและรัสเซียด้วย ดังนั้นไม่เพียงแค่เรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่เกิดและเติบโตในญี่ปุ่นแล้ว ยังต้องเรียนรู้ภาษารัสเซียด้วยเช่นกัน
       
       งานวิจัยบนอวกาศนั้นมีประโยชน์ต่อโลกอย่างไร? คือคำถามจากนักเรียนไทย ซึ่ง ดร.วากาตะได้ยกตัวอย่างว่า การทดลองปลูกผลึกน้ำแข็งที่เขาได้ทำไปนั้น จะนำไปสู่เทคโนโลยีเพื่อเก็บรักษาอวัยวะ ที่ประยุกต์ใช้ได้ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล
       
       อีกทั้งยังมีการทดลองที่น่าตื่นเต้นในห้องปฏิบัติการคิโบ นั่นคือการทดลองปลูกผลึกโปรตีน เพื่อใช้ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งการทดลองที่แรงโน้มถ่วงเป็นศูนย์จะปลูกผลึกโปรตีนได้ดีมาก และจะได้สารตั้งต้นในการผลิตยาจำนวนมาก ซึ่งไม่เพียงแค่วัคซีนรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1 เท่านั้น แต่ยังรวมถึงไวรัสไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ด้วย
       
       
บนอวกาศแค่อยู่เฉยๆ ก็เสียมวลกระดูก-กล้ามเนื้อ
       

       เมื่ออยู่บนสถานีอวกาศนั้น ลูกเรือของสถานีจำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างเคร่งครัด เนื่องจากในสภาพแรงโน้มถ่วงต่ำบนสถานีอวกาศ จะสูญเสียมวลกระดูกและกล้ามเนื้อเร็วกว่าบนโลก 8-10 เท่า ซึ่งนักบินอวกาศทุกคนมีตารางกำหนดให้ออกกำลังกายทุกวันๆ ละ 2 ชั่วโมง โดย 1 ชั่วโมงแรกเป็นการวิ่งบนลู่วิ่ง ซึ่งจะมีสายยึดโยงไว้ไม่ให้ลอย และอีก 1 ชั่วโมงเป็นการออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
       
       อีกทั้งนักบินอวกาศยังต้องกินแคลเซียมเสริม และหลีกเลี่ยงเกลือซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง เวลานอนในสภาพไร้น้ำหนัก นักบินอวกาศจะสอดตัวเองเข้าไปถุงนอนที่มีสายรัดติดกับสถานีไม่ให้ตัวลอยไปมา
       
       ส่วนการปลดทุกข์อวกาศ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนบนโลก ซึ่ง ดร.วากาตะเปรียบเทียบห้องส้วมบนสถานีอวกาศว่า เหมือนนั่งขับถ่ายบนเครื่องดูดฝุ่น ดังนั้นเขาจึงดีใจมาก ที่ได้กลับมาใช้สุขาตามปกติบนโลก หลังจากที่มีประสบการณ์ปลดทุกข์ไม่เหมือนใครบนโลกนานกว่า 4 เดือน
       
       นอกจากนี้ ปริมาณรังสีในอวกาศก็เป็นอีกข้อจำกัดในการอาศัยอยู่บนสถานีอวกาศ ซึ่งมนุษย์เราสามารถรับปริมาณรังสีเมื่ออยู่บนสถานอวกาศได้เต็มที่นาน 3 ปี แต่เขากล่าวว่า ด้วยเวลานานขนาดนั้น ภรรยาของเขาคงไม่ยอมแน่ๆ
       
       เมื่อถึงกลับโลกแล้ว นักบินอวกาศทุกคนจะต้องเข้าโปรแกรมปรับสภาพร่างกายของนาซาเป็นเวลา 45 วัน โดยต้องออกกำลังกาย ทั้งวิ่ง ปั่นจักรยาน เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หากแต่การออกกำลังวันละ 2 ชั่วโมงบนสถานีอวกาศก็ช่วยได้ และ ดร.วากาตะกล่าวว่า เขากลับมาเดินได้ตามปกติในเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องรอให้จบโปรแกรมปรับสภาพร่างกาย
       
       
“โลก” ยานอวกาศลำเดียวของมนุษยชาติ
       

       ดร.วากาตะกล่าวว่า บนสถานีอวกาศ ได้พยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้มนุษย์สามารถอยู่ได้ เขาจึงมองว่าสถานีอวกาศก็เหมือนโลกขนาดย่อส่วน ขณะเดียวกันเมื่อมองกลับมายังโลกที่เป็นสีน้ำเงินสดใสท่ามกลางอวกาศที่มืดมิด นั่นก็ทำให้เขารู้สึกว่าโลกคือยานอวกาศลำใหญ่ที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันรักษายานอวกาศโลกที่มีทุกอย่างพร้อมสำหรับเรานี้ไว้
       
       “โลกเหมือนยานอวกาศลำใหญ่ ที่มีระบบควบคุมอากาศ อุณหภูมิ มีฉนวนปกป้องเราจากอันตรายในอวกาศ โลกมีทุกอย่างที่จะปกป้องมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เราจะต้องปกป้องสภาพแวดล้อมบนโลกนี้ไว้ ไม่มีประเทศหนึ่งประเทศใดที่สามารถลงมือทำได้เพียงประเทศเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมจากหลายๆ ชาติมาช่วยกัน ปกป้องโลกของเรา”
       
       ทิ้งทายด้วยมุมมองของมนุษย์ ผู้ได้ออกไปไกลจากการปกป้องของโลกถึง 300 กิโลเมตร


Views: 1027

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 18 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 9761871  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!