Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow THUNDERBIRD AIRSHOW
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
THUNDERBIRD AIRSHOW PDF พิมพ์

นักข่าวช่อง 3 ทดลองแรงขนาด 9 g ในTHUNDERBIRD AIRSHOW

 

คลิกครับ 
Pic_37977

Thunderbirds ชื่อนี้มาจากตำนานของพวกอินเดียแดงในสหรัฐอเมริกาที่ใช้เรียกชื่อนกนักล่า ที่มีลักษณะคล้ายกับนกอินทรีสีน้ำตาล โดยมีสิ่งพิเศษนอกจากจะเป็นนกอินทรีขนาดยักษ์แล้วยังมีฤทธิ์ที่เป็นสายฟ้าสะท้อนมาจากจงอยปากอันคมกริบเมื่อไรที่มันกระพือปีกเพื่อที่จะบินก็จะทำให้ เกิดสายฟ้าซึ่งมีพลังมหาศาลสามารถทำลายทุกสิ่งรอบตัวลงไปได้ทันทีลักษณะ ทั่วไปคล้ายนกอินทรีสีน้ำตาล จงอยปากและกรงเล็บแหลมคมมาก ปลายปีกออกสีเลื่อมทองอาศัยอยู่บนยอดเทือกเขาสูงหรือในบริเวณที่เป็นหน้าผา บางครั้งรูปร่างก็คล้ายเหยี่ยวสีน้ำตาลซึ่งเป็นนกนักล่าที่มีขนาดใหญ่กว่านกทั่วไปมาก

ประวัติความเป็นมาของฝูงบิน Thunderbirds ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 25 พฤษภาคม 2496 ณ ฐานทัพอากาศ Luke มลรัฐ Arizona สหรัฐอเมริกา โดยมีเครื่องบินแบบ F - 84G Thunderjet ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ร่วมปฏิบัติการในสงครามเกาหลีเข้าประจำการในฝูงบินเป็นแบบแรก หลังจากนั้นในปี 2498 ได้เปลี่ยนแบบเป็นเครื่องบินแบบ F - 84F Thunderstreak ในช่วง 3 ปีแรกของฝูงบิน Thunderbirds ได้ทำการบินด้วยเครื่องบินแบบ F - 84 ต่อสายตาผู้ชมกว่า9ล้านคน ในการแสดงการบิน 222 ครั้ง รวมทั้งประเทศในแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ในเดือนมิถุนายน 2499 ฝูงบิน Thunderbirds ได้ย้ายที่ตั้งไปอยู่ ณ ฐานทัพอากาศ Nellis มลรัฐ Nevada และได้ทำการเปลี่ยนแบบจากเครื่องบินแบบ F - 84เป็นเครื่องบินแบบ F - 100 Super Sabreซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือเสียงแบบแรกของโลกและได้ทำ หน้าที่ในฝูงบินอยู่ถึง 13 ปี ทั้งแบบ F - 100 C และ D ได้ทำการแสดงการบินผาดแผลงรวมกันกว่า 1,100 ครั้ง ในประเทศตั้งแต่ตะวันออกไกลถึงอาฟริกาเหนือ แม้ว่าจะได้มีการเปลี่ยนแบบเป็นเครื่องบินแบบ F - 105B Thunderchief ในช่วงสั้น ๆ แต่หลังจากเครื่องบินแบบ F - 105B ทำการแสดงได้เพียง 6 ครั้งในปี 2507 ฝูงบิน Thunderbirds ได้เปลี่ยนกลับมาใช้เครื่องบินแบบ F - 100D ซึ่งสามารถเติมเชื้อเพลิงในอากาศได้ เป็นผลให้ทำการบินได้ ระยะทางไกลกว่าแต่ใช้เวลาน้อยกว่า



ในช่วงปี 2512 - 2516 ฝูงบิน Thunderbirdsได้ใช้เครื่องบินขับไล่ชั้นแนวหน้ารุ่นอมตะในสงครามทางอากาศ เหนือน่านฟ้าเวียดนามของกองทัพอากาศสหรัฐ ฯคือเครื่องบินแบบ F - 4E Phantom II และทำการแสดงกว่า 500 ครั้ง ใน 5ฤดูกาล ใน 30 รัฐของสหรัฐ ฯ และประเทศแคนนาดา กลุ่มประเทศแถบลาตินอเมริกาและบางประเทศในทวีปยุโรป ฝูงบิน Thunderbirds ได้เปลี่ยนแบบเครื่องบินอีกครั้งหนึ่ง ในปี 2517 เป็นเครื่องบินแบบ T - 38 Talonซึ่งเป็นเครื่องบินฝึกความเร็วเหนือเสียงแบบแรกของโลกที่ประหยัดน้ำมัน และมีค่าบำรุงรักษาที่น้อยกว่าเครื่องบินแบบ F-4 ที่กินน้ำมันและมีความสิ้นเปลืองสูงกว่ามาก เครื่องบินแบบ Talon ได้แสดงการบินประมาณ 600 ครั้ง ใน 8 ฤดูกาล

ในต้นปี 2526 ฝูงบิน Thunderbirdsได้หันกลับมาใช้เครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงอีกครั้งโดยได้บรรจุ เครื่องบินแบบ F - 16A Fighting Falcon เข้าประจำการ และในปี 2530 Thunderbirds ได้เป็นฝูงบินผาดแผลงฝูงแรกที่ได้แสดงการบินบนแผ่นดินประเทศคอมมิวนิสต์ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2534 Thunderbirds ได้กลับไปแสดงการบินในทวีปยุโรปอีกครั้งหนึ่ง เป็นเวลา 30 วัน ซึ่งได้ทำการแสดงการบินผาดแผลง 11 เที่ยวบิน ใน 8 ประเทศ รวมทั้งได้ไปเยือนประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โปแลนด์ และฮังการี เป็นครั้งแรก


ฝูงบิน Thunderbirds ได้ทำการเปลี่ยนแบบอีกครั้งจากเครื่องบินแบบ F - 16A เป็น F-16 C ในปี 2535 เนื่องจากฝูงบินส่วนใหญ่ของกองทัพอากาศสหรัฐ ฯได้เปลี่ยนแบบเป็นเครื่องบินแบบเดียวกันทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการส่งกำลัง บำรุงและในฤดูกาลนั้น ฝูงบินThunderbirds ได้นำเครื่องบินแบบ F-16C ไปแสดงการบินเป็นระยะเวลา 17วัน ในประเทศแถบลาตินอเมริกา รวมทั้งสิ้น 75 เที่ยวบินต่อสายตาผู้ชมประมาณ 6.6 ล้านคน ในปี 2535 ช่วงปี 2536 ซึ่งเป็นการแสดงครั้งที่ 800 ของเครื่องบินแบบ F - 16 ฝูงบิน Thunderbirds มีผู้ชม ถึงกว่า 8 ล้านคน ในปี 2537 ซึ่งเป็นโอกาสครบรอบปีที่ 50 ของฝูงบิน Thunderbirds ได้ทำการแสดงการบิน 67 ครั้ง ต่อหน้าผู้ชม 6 ล้านคน ในช่วงเดือนสิงหาคม 2537 ได้ออกเดินทางทำการแสดงในประเทศตะวันออกไกลเป็นเวลา 26 วัน โดยใช้ชื่อว่า "Thunder Over the Pacific"ซึ่งได้ทำการแสดงให้ผู้ชม 1.3 ล้านคน ในมลรัฐ Alaska และในประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาะกวม มลรัฐ Hawaii และประเทศไทย เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางอากาศของกองทัพอากาศสหรัฐ ฯ

สำหรับ ในปีนี้ Thunderbirds เลือกใช้เครื่องบินรบแบบ F-16 C/D Block 52 แบบใหม่โดยจะเปิดการแสดง 75 แห่ง สำหรับนอกประเทศสหรัฐฯปีนี้มีเพียงเปอโตรีโก้ ออสเตรเลีย กวม มาเลเซีย ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่ได้รับเกียรติเปิดการแสดงในครั้งนี้ มีรายงานอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับการแสดงการบินผาดแผลงสุดยอดของโลกจาก กองทัพอากาศสหรัฐฯของฝูงบินผาดแผลงวิหกสายฟ้า Thunderbirdsโดยใช้เครื่องบินขับไล่แบบ F-16C ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สามที่เครื่องบินฝูงนี้จะมาแสดงในประเทศไทย(เดิม การแสดงการบินผาดแผลงครั้งที่สามได้ถูกยกเลิกไปเมื่อเกิดเหตุการณ์ 11 กันยายน) ในครั้งแรก F-16 ได้มาทำการแสดงในราวๆ ปี 2530ช่วงที่กองทัพอากาศไทยจะซื้อ F-16 A/B ในครั้งนั้น สหรัฐฯ ยังใช้ F-16 A/B ในฝูงบิน Thunderbirds มาถึงการแสดงการบิยผาดแผลงในครั้งที่สองคนไทยต้องตื่นตาตื่นใจอีกครั้งกับ การแสดงการบินอันยิ่งใหญ่ของวิหกสายฟ้า เมื่อราวๆปี 2537 ครั้งนั้น Thunderbirdsเปลี่ยนมาใช้เครื่องบินแบบ F-16 C Block 30/32ที่ทันสมัยกว่ารุ่นเก่าและในครั้งนี้ (10 ตุลาคม 2552) อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นครั้งแรกในการแสดงนอกประเทศของธันเดอร์เบิร์ด ที่จะใช้เครื่องบินขับไล่แบบ F-16 CBlock 50/52 ที่ก้าวล้ำไปอีก (ชั้นเดียวกับที่เคยเสนอขาย ทอ.ไทย)และครั้งนี้จะเป็นการตื่นตาตื่นใจกับเที่ยวบินผาดแผลงที่สุดสวยและ สุดยอด(แอบทราบมาว่า จะมี คนไทย และนายทหารจากกองทัพอากาศไทย ได้รับเกียรติขึ้นไปบินด้วย) สำหรับการกำหนดวันแสดงอย่างไม่เป็นทางการ นั้นฝูงบิน Thunderbirds จะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานดอนเมือง ในวันที่ 5 ตุลาคม2552โดยในช่วงดังกล่าวจะมีการบินซ้อมโชว์เหนือฟ้าดอนเมืองเป็นระยะ สำหรับหมายกำหนดการแสดงจะเป็นวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2552 เวลาประมาณ 13.00น. ณ ลานแสดงการบินดอนเมือง (ลานจอดอากาศยานคลังสินค้าท่าอากาศยานดอนเมืองถนนวิภาวดีรังสิต)


F-16 เป็นเครื่องบินรบแบบพหุบทบาท (Multi Role)ซึ่งสามารถทำภารกิจการโจมตีทั้งบนพื้น บนทะเลและบนอากาศได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ F-16 สามารถปฏิบัติการได้ทุกสภาวะอากาศไม่ว่าจะฝนตก แดดออก ลมแรง ก็สามารถทำการขึ้นบินได้หมด โดยถูกผลิตมามากกว่า 4000 ลำเพื่อตอบสนองต่อคำสั่งซื้อของกองทัพอากาศกว่า 20 ประเทศทั่วโลกโดยได้แสดงให้เห็นถึงสมรรถณะมาแล้วทั้งในสงครามอ่าวเปอร์เซีย สงครามโคโซโว สงครามอัฟกานิสถาน สงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งที่สองรวมทั้งในสงครามทางอากาศระหว่างปากีสถานและ โซเวียต/อัฟกานิสถานและการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียของอิรักโดยอิสราเอล ทั้งในไม่เคยมี F-16เครื่องใดถูกเครื่องบินฝ่ายตรงข้ามยิงตกเลยแม้แต่เครื่องเดียว F-16 มีการพัฒนามาหลากหลายรุ่น โดยแต่ละรุ่นจะเรียกชื่อว่า Block XXโดยมีทั้งหมด 11 Block คือ Block 1, 5, 10, 15, 15OCU, 20 25 30/32, 40/42,50/52, และ Block 60 ส่วนกองทัพไทยใช้เครื่อง Block 15OCU และ ADFซึ่งเป็น Block 15OCU ที่ปรับปรุงแล้ว สหรัฐอเมริกานั้นเสนอ F-16C/D Block 50/52+ ซึ่งติดถึงน้ำมันข้างลำตัวหรือถัง CFT (Comformal FuelTank) เพื่อเพิ่มพิสัยบินให้ไกลขึ้น โดยสามารถบรรจุเชื้อเพลิงได้ 2,271ลิตร และเพิ่มพิสัยบินให้ไกลขึ้น 20 - 40% ติดระบบสร้างออกซิเจนบนเครื่อง(On-board Oxygen Generator) พร้อมเรดาห์ AGP-68(V)9 รุ่นล่าสุดซึ่งเพิ่มระยะการตรวจจับมากขึ้นจากเดิมถึง 30%

F-16 C/D Block 52 Specifications

นักบิน................................................. 1 นาย
ความยาว...........................................14.8 เมตร

ความสูง..............................................
4.8 เมตร
ระยะระหว่างปลายปีก.........................
9.45 เมต
พื้นที่ปีก
.............................................. 27.87 ตารางเมต

น้ำหนักเปล่า
....................................... 8,670 กิโลกรัม

น้ำหนักพร้อมอาวุธ
............................. 12,000 กิโลกรัม
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด
............................. 14,968 กิโลกรัม
เครื่องยนต์ .........................................เทอร์โบแฟนพร้อมสันดาปท้ายแบบเอฟ 110-จีอี-100 ให้แรงขับ 17,155 ปอนด์และ 28,600 ปอนด์เมื่อใช้สันดาปท้าย
ความเร็วสูงสุด....................................1.2 มัค (1,470 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในระดับน้ำทะเล
...........................................................มากกว่า 2.0 มัค (2,414 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในระดับสูง

รัศมีทำการรบ.....................................
550 กิโลเมตรพร้อมระเบิด 450 กิโลกรัม
ระยะในการขนส่ง...............................
4,220 กิโลมตรพร้อมติดตั้งถังน้ำมันที่สลัดทิ้งได้
เพดานบินทำการ................................
60,000 ฟุต
อัตราการไต่ระดับ...............................
50,000 ฟุตต่อนาที
น้ำหนักบรรทุกที่ปีก
............................ 194 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
อัตราแรงขับต่อน้ำหนัก
1.095
อาวุธ..................................................ปืนแกทลิ่งเอ็ม61 วัลแคนขนาด 20 ม.ม.หนึ่งกระบอก พร้อมกระสุน 515 นัด
จรวด.................................................. กระเปาะจรวดแบบแอลเอยู-61/แอลเอยู/68 4 อัน (แต่ละอันมีจรวดไฮดรา 70 19 และ 7 ลูกตามลำดับ)
..........................................................กระเปาะจรวดแบบแอลเอยู-5003 4 อัน (แต่ละอันมีจรวดซีอาร์วี7 19 ลูก)
..........................................................กระเปาะจรวดแบบแอลเอยู-10 4 อัน (แต่ละอันมีจรวดซูนิ 4 ลูก)
ขีปนาวุธ
ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ
...........................................................เอไอเอ็ม-7 สแปร์โรว์ 2 ลูก
...........................................................เอไอเอ็ม-9 ไซด์ไวน์เดอร์ 6 ลูก
...........................................................เอไอเอ็ม-120 แอมแรม 6 ลูก
ขีปนาวุธอากาศสู่พื้น
...........................................................เอจีเอ็ม-65 มาเวอร์ริก 6 ลูก
...........................................................เอจีเอ็ม-88 ฮาร์ม 4 ลูก
...........................................................เอจีเอ็ม-45 ไชรค์ 6 ลูก
ขีปนาวุธต่อต้านเรือ
...........................................................เอจีเอ็ม-119 เพนกวิน 4 ลูก
...........................................................เอจีเอ็ม-84 ฮาร์พูน 2 ลูก
ระเบิด
............................................................
ซีบียู-87 2 ลูก
............................................................ซีบียู-89 2 ลูก
............................................................ซีบียู-97 2 ลูก
............................................................จีบียู-10 เพฟเวย์ 2 4 ลูก
............................................................จีบียู-12 เพฟเวย์ 2 6 ลูก
...........................................................ระเบิดวิถีด้วยเลเซอร์ตระกูลเพฟเวย์ 6 ลูก
...........................................................เจแดม 4 ลูก
...........................................................ระเบิดมาร์ค 84 4 ลูก
...........................................................ระเบิดมาร์ค 83 8 ลูก
...........................................................ระเบิดมาร์ค 82 12 ลูก
...........................................................ระเบิดนิวเคลียร์ บี61 1ลูก
........................................................... เครื่องปล่อยพลุล่อเป้าแบบเอสยูยู-42เอ/เอ หรือ อีเอ็มซีแบบเอเอ็น/เอแอลคิว-131 และเอเอ็น/เอแอลคิว-184 หรือ กระเปาะหาเป้าแบบแลนเทิร์น ล็อกฮีด มาร์ติน สไนเปอร์ เอ็กซ์อาร์ และไลท์นิ่ง
........................................................... ถังเชื้อเพลิงทิ้งได้ขนาด 300/330/370 แกลลอนสหรัฐฯ ได้มากถึง 3 ถังเพื่อทำการขนส่งหรือเพิ่มระยะ
เรดาร์..................................................แบบเอเอ็น/เอพีจี-68

ข้อมูลอ้างอิงจาก
http://www.wikipedia.org/
http://www.bloggang.com/

arcom roumsuwan [chang]

photo by
www.airliners.net


Views: 1696

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 35 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 9765718  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!