Home
  
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
จากไอน้ำ สู่สนามแม่เหล็ก PDF พิมพ์

แรงผลักทางเศรษฐศาสตร์

การคมนาคมระบบรางเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจในแทบทุกที่ทั่วโลก ความสามารถในการเคลื่อนย้ายคนและสินค้าครั้งละมากๆ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยในการเคลื่อนย้ายคนและสินค้าต่ำมากเมื่อเทียบกับการขนส่งแบบอื่น ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนจะให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การขนส่งระบบราง และเช่นเดียวกับเวียดนามซึ่งมุ่งมั่นจะเติบโตให้ทันโลกสมัยใหม่ ก็ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์นี้เช่นกัน

อันที่จริงเราควรจะแปลกใจมากกว่าที่บางประเทศแถวนี้ ยังหมกมุ่นกับการสร้าง/ย้ายสนามบินอยู่เป็นสิบๆปี (ฮา)

เป็นที่รู้กันดีว่าลำพังการผลิตคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะยอดเยี่ยมแค่ไหนก็ไม่พอที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมในวงกว้างด้วยตัวของมันเอง หลอดไฟหลอดแรกที่ โทมัส เอดิสัน คิดค้นขึ้นย่อมไม่สามารถเปลี่ยนโลกทั้งใบได้เพียงลำพัง แต่เป็น “กลไก” เบื้องหลังต่างหากที่ทำให้หลอดไฟนับล้านตกถึงมือผู้คนทั่วโลก และเปลี่ยนให้โลกเรามีแสงสว่างในเวลากลางคืนได้เช่นทุกวันนี้

ในโลกสมัยใหม่ “กลไกตลาด” เป็นพลังสำคัญในการนำเอาสิ่งที่อยู่ในห้องแลป ออกมาสู่โลกของการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์

แม้ว่าในเชิงเทคโนโลยี Maglev Train จะมีข้อได้เปรียบเหนือรถไฟธรรมดาทั่วไปมากมาย แต่ความยอดเยี่ยมของมันนั้นก็ตามมาด้วย “ราคา” ที่ต้องจ่ายมากกว่าปกติ ว่ากันว่าราคาของมันแพงกว่าการสร้างรถไฟฟ้าธรรมดาถึง 2 เท่า

ดังนั้นหากมองในเชิงธุรกิจ จึงไม่น่าแปลกใจที่ “จีน” จะเป็นที่แรกในการนำ Maglev Train มาใช้งานในเชิงพาณิชย์ เพราะความที่ Maglev Train มีราคาสูง (High Fixed Cost) จึงต้องการปริมาณผู้ใช้งานมาก (High Volume) เพื่อจะสามารถ “คุ้มทุน” ได้ในระยะเวลาที่ไม่ยาวนานเกินไปนัก ซึ่ง “ตลาด” ขนาดยักษ์อย่างจีน จึงเป็นที่แรกที่สามารถทำธุรกิจทำนองนี้ได้

คิดเล่นๆ ว่าลงทุน 100 บาท ตลาดขนาดใหญ่มีลูกค้า 50 คน ก็สามารถคุ้มทุนได้ที่ราคา 2 บาทต่อคน

ลองคิดในทางกลับกัน หากนำเอา Maglev Train มาใช้งานในประเทศเล็กๆอย่างบ้านเรา ไม่แน่ใจว่า “ตลาด” ของคนกรุงเทพที่มีคนไม่กี่ล้านคนอาศัยอยู่จะสามารถ “รองรับ” การลงทุนที่สูงมากได้หรือไม่

คิดง่ายๆว่าหากเปรียบเทียบกับการสร้างรถไฟฟ้าธรรมดา หากปริมาณผู้ใช้งานต่อวัน (Volume) เท่าเดิม แต่เงินลงทุนสูงขึ้นสองเท่า การไปถึงจุดคุ้มทุนด้วยเวลาที่เท่ากันย่อมต้องคิด “ราคา” (Price) ของการใช้งานแพงขึ้นสองเท่าตามไปด้วย ซึ่งราคาที่สูงนั้นอาจส่งผลย้อนกลับทำให้ “ปริมาณการใช้งาน” (Volume) ลดลงไปอีกได้เช่นกัน

หากลงทุน 100 บาท แต่ตลาดมีขนาดเล็กทำให้มีลูกค้าเพียง 10 คน ก็จะต้องคิดราคาที่ 10 บาทต่อคน ซึ่งอาจทำให้จำนวนลูกค้าลดลงเหลือ 5 คนก็เป็นได้

ด้วยข้อแตกต่างของความคุ้มทุนในทางธุรกิจ (Business Justification) ระหว่างตลาดในจีนกับตลาดในไทย จะเห็นได้ว่าลำพังการคิดค้นเทคโนโลยีที่ดีนั้นไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาบนโลกใบนี้ เทคโนโลยีที่ดียังต้องพึ่งพาอาศัยกลไกทางเศรษฐกิจอีกมากมายในการนำออกมาใช้งานในวงกว้าง

เมื่อกาลเวลาผ่านไป กลไกตลาดก็จะทำหน้าทีของมันไปจนสุดปลายทาง มีการวิเคราะห์กันว่า “ราคา” ของการก่อสร้าง Maglev Train นั้นจะลดลงอย่างมีนัยยะในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากเมื่อมีหลายประเทศสนใจ Maglev Train มากขึ้น ย่อมมีผู้ผลิตรายใหม่ๆเข้ามาแข่งขันกันมากขึ้น ผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆก็จะเพิ่มมากขึ้น เทคโนโลยีการก่อสร้างจะพัฒนามากขึ้น ผู้คนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างจะมีความชำนาญมากขึ้น ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ต้นทุนในการก่อสร้างลดต่ำลงทั้งสิ้น

และเมื่อต้นทุนการก่อสร้างลดต่ำลง ก็จะทำให้การนำ Maglev Train ไปใช้ในตลาดขนาดรองลงมาเป็นไปได้มากขึ้นตามไปด้วย และนี่เป็นผลงานของ “กลไกตลาด” ที่ทำหน้าที่ผลักดันเทคโนโลยีจากห้องแลป ออกไปสู่ตลาดขนาดใหญ่ และค่อยๆ แพร่กระจายไปสู่ตลาดเล็กๆ ต่อไป

บริบททางการเมือง

เช่นเดียวกับแทบทุกสิ่งบนโลกนี้ที่ไม่ได้มีแต่แง่มุมทางเทคนิคและกำไรขาดทุนเท่านั้น

ในฐานะเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่เคยถูกนำมาใช้งานในเชิงพาณิชย์มาก่อน การจะหาคนมาซื้อ Maglev Train ไปใช้งานเป็นเจ้าแรก น่าจะเดาได้ไม่ยากว่าบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์อย่าง Transrapid ต้องมีช่องทางการ “เข้าถึง” ผู้นำระดับสูงของจีนอย่างไม่น่าจะธรรมดา

เป็นธรรมดาของสินค้าทุกชนิดที่แม้จะเอาเข้าสู่ “ตลาด” แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จในการ “ขาย” ตัวเองให้กับผู้ซื้อโดยอัตโนมัติ อันที่จริงในตลาดที่มีเพียง “ผู้ซื้อ” กับ “ผู้ขาย” ซึ่งมักอนุมานกันว่าเป็นอิสระไม่เชื่อมโยงกันนั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆในตลาดอีกมากที่ “เศรษฐศาสตร์” ละเลยไว้ไม่นำมาอธิบาย

นอกเหนือจากกลไกตลาด ราคา และเงื่อนไขต่างๆทางธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่น่าจะส่งผลต่อสินค้าหนึ่งๆไม่น้อยคือความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยต่างๆในตลาด ไม่ว่าจะระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ผู้ขายด้วยกันเอง หรือแม้แต่ระหว่างผู้ซื้อด้วยกันเอง และหากดูเพียงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ก็ยังแบ่งแยกย่อยลงไปได้อีกหลายระดับ เช่นความสัมพันธ์ในเชิงตัวบุคคล ความสัมพันธ์ในเชิงองค์กร หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ในเชิงชาติพันธุ์

มีข้อมูลรายงานว่า ในช่วงแรกทางการจีนได้ทำการพิจารณาเทคโนโลยีรถไฟแม่เหล็ก JR Train ของประเทศญี่ปุ่น

JR Train เป็นเทคโนโลยีรถไฟแม่เหล็กอีกค่ายหนึ่งจากฝั่งญี่ปุ่น ตัวเลขในปี 1999 รายงานว่า JR Train สามารถทำความเร็วได้สูงถึง 552 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่รถไฟของ Transrapid ทำความเร็วได้เพียง 431 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในปัจจุบัน JR Train ถือครองสถิติรถไฟที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็ว 581 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ท้ายสุดแล้วทางการจีนก็ตัดสินใจเลือกใช้บริการ Transrapid จากเยอรมันนี

เชื่อว่าคงมีไม่กี่คนบนโลกใบนี้ที่จะรู้เหตุผลที่แท้จริงที่จีนเลือก Transrapid ของเยอรมันนีและปฏิเสธ JR Train ของญี่ปุ่น แต่หากเราย้อนไปดูความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ทั้งในอดีตและปัจจุบัน คงเข้าใจได้ไม่ยากว่า “อะไร” น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Transrapid มีโอกาสวิ่งบนแผ่นดินเซี่ยงไฮ้ในทุกวันนี้

ลำพังเพียงเทคโนโลยีและเงื่อนไขทางธุรกิจ อาจไม่เพียงพอต่อการ “สร้าง” อะไรสักอย่างในสังคมมนุษย์ก็เป็นได้

๏๏๏๏๏๏

เพียงการเหลียวมองรถไฟแม่เหล็ก ก็ทำให้เรามองเห็นแง่มุมต่างๆ มากมาย

ผู้เขียนเชื่อว่า ด้วยดวงตาที่เปิดกว้างและดวงใจที่เปิดรับ จะทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวในเหลี่ยมมุมที่หลากหลายกว่าเดิม และความหลากหลายนั้น จะทำให้เราเข้าใจโลกกว้างใบนี้ได้อย่างแท้จริงสักวัน

สุดท้าย ผู้เขียนหวังว่าจะได้เห็นประเทศไทยเลิกยินดีปรีดากับสนามบินขนาดยักษ์ที่มีห้องน้ำขนาดเล็ก และลงมือพัฒนาการคมนาคมระบบรางให้ทันสมัยและเป็นแกนหลักของการคมนาคมขนส่งในประเทศนี้เสียที

อ้างอิง

http://en.wikipedia.org/wiki/Shanghai_Maglev_Train

http://en.wikipedia.org/wiki/Standard_gauge

http://english.peopledaily.com.cn/200701/16/eng20070116_341748.html

http://en.wikipedia.org/wiki/Meter_gauge

http://en.wikipedia.org/wiki/Land_speed_record_for_railed_vehicles

http://www.railway.co.th/know/know_locomotives.asp

http://en.wikipedia.org/wiki/Thai_Railway

http://en.wikipedia.org/wiki/Maglev_train

http://en.wikipedia.org/wiki/JR-Maglev

http://en.wikipedia.org/wiki/Magnetic_levitation


Views: 5835

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 41 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 13973069  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!