Home
ค้นหาศัพท์
       |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  | 
       |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  | 
 

A
B
C
D
E
F
G
H
I
J
K
L
M
N
O
P
Q
R
S
T
U
V
W
X
Y
Z

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!

สถิติ

ผู้เยี่ยมชม: 4269646
ขณะนี้มี 7 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
พลังงานปรมาณู PDF พิมพ์
ดัชนี บทความ
พลังงานปรมาณู
หน้า 2
หน้า 3
หน้า 4


             พลังงานปรมาณูมีปริมาณเท่าใด นักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองโดยการสร้างแก่นปรมาณูของธาตุฮีเลียม โดยมีโปรตอนบวก 2 ตัวแต่ละตัวหนัก 1.00758 มีนิวตรอน 2 ตัว แต่ละตัวหนัก 1.00893 เมื่ออยากจะทราบว่าแก่นปรมาณูนี้หนักเท่าใดก็เอา 2.01516 ซึ่งเป็นน้ำหนักของโปรตอน 2 ตัว บวกเข้ากับ 2.01786 ซึ่งเป็นน้ำหนักของนิวตรอน 2 ตัว ผลบวกจะได้ 4.03302 แต่ความจริง จากผลการวิจัยและการคำนวณปรากฏว่า น้ำหนักของแก่นปรมาณูของฮีเลียมหนักจริงๆ เพียง 4.00389 เท่านั้น ซึ่งน้อยไปกว่าผลบวกของโปรตอน 2 ตัว กับนิวตรอน 2 ตัวประมาณ 0.03 มวล 0.03 ที่หายไปนี้ ไปไหน

             นักวิทยาศาสตร์ค้นคว้าแล้วยืนยันว่า มวลที่หายไปนี้แหละกลายเป็นพลังงานออกแรงยึดเหนี่ยวโปรตอน กับ นิวตรอนให้อัดตัวกันแน่นเป็นแก่นของปรมาณู มวลเป็นเนื้อของธาตุ เป็นวัตถุ พลังงานไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นวัตถุ ดังนั้นมวลของธาตุก็เปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานได้ และพลังงานก็อาจควบตัวกันแน่นกลายเป็นมวลของธาตุได้เหมือนกัน

            ความแรงของพลังงานปรมาณูสามารถคำนวณได้จาก สมการของไอน์สไตน์ เรื่องความสัมพันธ์ของมวลธาตุกับพลังงาน ดังนี้

            “พลังงานที่เกิดมาจากมวลธาตุ จะมีปริมาณเท่ากับมวลธาตุที่สลายตัว คูณด้วยจำนวนความเร็วของแสงยกกำลัง 2 (คือความเร็วของแสงคูณตัวเอง)”

            หรือ                        E=mc² 

          E = Energy แปลว่า พลังงาน

             m = mass     แปลว่า มวล 

             c     เป็นตัวคงที่ กำหนดให้เท่ากับอัตราความเร็วของแสง ซึ่งถ้าคิดเป็นเซนติเมตรก็จะเท่ากับ 29,979,300,000 (สองหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเจ็ดสิบเก้าล้านสามแสน) เซนติเมตร ต่อ 1 วินาที

             เอาตัวเลข 0.03 ที่หายไปจากการสร้างแก่นปรมาณูของฮีเลียมมาเข้าสมการนี้ดู คือให้ m = 0.03 กรัม c² (ยกกำลังสอง) = (29,979,300,000 เซนติเมตร)² (ยกกำลัง 2 คือ คูณตัวเองก่อน ว่า ผลลัพท์ เป็น E คือพลังงาน ซึ่งมีหน่วยคิดเป็นเอิร์กส์ (Ergs) เมื่อคูณออกมาจะได้ตัวเลขเรียงกันยาวมาก แสดงว่า เป็นปริมาณอย่างมหาศาลของพลังงาน

            พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากแก่นนั้น สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า พลังงานความร้อน หรือพลังงานเสียง และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในกิจการต่างๆ มากมาย ทั้งในด้านการศึกษาวิจัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านอุตสาหกรรม ด้านการการเกษตร

              ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น เอาไปใช้กับเครื่องเอกซ์เรย์ให้เครื่องเอกซ์เรย์สามารถทำงานได้ ตรวจวินิจฉัยโรคและหาแนวทางบำบัดรักษา เช่น รักษาโรคคอพอก ตรวจหาเนื้องอก ตรวจหาและบำบัดมะเร็ง ปลอดเชื้อผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ หยุดยั้งการเติบโตของเม็ดเลือดขาวป้องกันภาวะ Graft Versus Host Disease (GVHD) ตรวจวัดความหนากระดาษของโรงงานผลิตกระดาษ ตรวจหารอยรั่วของท่อส่งน้ำมัน หารอยร้าวของเครื่องบิน ปีกเครื่องบิน ตรวจหาโลหะหรือสิ่งผิดกฎหมายในจุดตรวจต่างๆ เพิ่มมูลค่าอัญมณี วิเคราะห์หาอายุโบราณคดี ถนอมอาหารให้เก็บรักษาได้ยาวนานปราศจากเชื้อโรคและพยาธิ ยับยั้งการงอกของพืช ผัก ผลไม้ ชะลอการเน่าเสีย ทำลายแมลง พยาธิ และจุลินทรีย์ ลดการนำเข้าและเพิ่มรายได้ของประเทศโดยส่งเสริมการส่งออกอาหารและผลิตผลการเกษตร

              ประโยชน์ของพลังงานปรมาณูยังมีอีกมาก ด้วยเหตุนี้ พระราชบัญญัติและกฎกระทรวงเกี่ยวกับพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ จึงได้กำหนดไว้ว่า ผู้ใด ผลิต มีไว้ในครอบครอง พลังงานปรมาณู จะต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการนำพลังงานปรมาณูไปใช้ในทางที่ไม่เป็นประโยชน์สุขของผู้ใช้เองและประชาชน

----------------------------------------------------------------------------------- 

เอกสารอ้างอิง: 

 1.  สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ. พระราชบัญญัติและกฎกระทรวง เกี่ยวกับ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ.  โรงพิมพ์คุรุสภา: กรุงเทพมหานคร, 2546.

2.   พล. ท. ขุนสถิตวิทยาศาสตร์.  “แก่นปรมาณู.” พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ; บทความบรรยายทางวิทยุกระจายเสียงของคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ. สำนักพิมพ์บรรณาคาร: พระนคร, 2502.

3.    สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ. “อะตอมหรือปรมาณู.” เจาะลึก...เรื่องปรมาณู. หน้า 3. สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ: กรุงเทพมหานคร, 2547.

4.    สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ. “พลังงานจากอะตอม.” เจาะลึก...เรื่องปรมาณู. หน้า 11. สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ: กรุงเทพมหานคร, 2547.

5.    สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ. “รังสีในทางการแพทย์.” เจาะลึก...เรื่องปรมาณู. หน้า 31. สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ: กรุงเทพมหานคร, 2547.

6.    สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ. “รังสีกับอาหาร.” เจาะลึก...เรื่องปรมาณู. หน้า 33. สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ. กรุงเทพมหานคร, 2547.

7.    สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ. พลังงานเพื่อการสร้างสรรค์: รายงานประจำปี 2547-2548. หน้า 5, 30-31. สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ: กรุงเทพมหานคร, 2549. 



< ก่อนหน้า   ถัดไป >