Home
ค้นหาศัพท์
       |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  | 
       |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  |  | 
 

A
B
C
D
E
F
G
H
I
J
K
L
M
N
O
P
Q
R
S
T
U
V
W
X
Y
Z

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!

สถิติ

ผู้เยี่ยมชม: 4035454
ขณะนี้มี 14 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เซลล์เชื้อเพลิง แหล่งพลังงานสำหรับศตวรรษที่ 21 PDF พิมพ์

สิริพรรณ นิลไพรัช

    ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา แหล่งพลังงานที่ใช้ส่วนใหญ่ได้จาก น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ความต้องการที่เพิ่มขึ้น และแหล่งผลิตที่มีอยู่จำกัด ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน จากเหตุดังกล่าว จึงได้มีการค้นคว้า และพัฒนาแหล่งพลังงาน เพื่อทดแทนพลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งทางเลือกอันหนึ่งก็คือ การใช้เซลล์เชื้อเพลิง

    เซลล์เชื้อเพลิง คือ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมี-ไฟฟ้า ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลง พลังงานของเชื้อเพลิง ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าโดยตรง องค์ประกอบที่สำคัญของเซลล์เชื้อเพลิง ประกอบด้วยเชื้อเพลิงออกซิเจนจากอากาศ อิเล็กโทรไลต์ ขั้วแอโนด และขั้วคาโทด ในการทำงานของเซลล์มีขั้นตอนคือ ไฮโดรเจนจากเชื้อเพลิงจะแตกตัวเป็น ไฮโดรเจนไอออนกับอิเล็กตรอนที่ขั้วแอโนด และออกซิเจนจากอากาศ จะจับไฮโดรเจนไอออน ที่ผ่านอิเล็กโทรไลต์มายังแคโทด ทำให้เกิดน้ำ อิเล็กตรอนที่เกิดขึ้นจะไหลเวียนทำให้เกิดพลังงาน ซึ่งพลังงานจะถูกส่งไปยังเครื่องยนต์ โดยผ่านทางขั้วไฟฟ้าทั้ง 2 ขั้ว

    จากปฏิกิริยาการเกิดพลังงานซึ่งไม่ต้องมีการเผาไหม้ ทำให้เครื่องยนต์ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงไม่ก่อมลภาวะ ทั้งยังมีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ 1-3 เท่า ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์เชื้อเพลิง และชนิดของเชื้อเพลิงที่ให้ไฮโดรเจน

    สำหรับเชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่ใช้ในรถยนต์นั้นสามารถเก็บบรรจุอยู่ในภาชนะโดยตรง ในสภาวะแก๊สอัดให้อยู่ในรูปของ ของเหลวหรือเก็บไว้ในรูปของสารโลหะไฮไดรด์ หรือในรูปของผสมระหว่างเมธานอลกับไอน้ำโดยมีคะตะลิสต์ ซึ่งจะเกิดปฏิกิริยาให้แก๊สผสมของไฮโดรเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วเซลล์เชื้อเพลิงจะสกัดเอาไฮโดรเจน มาใช้เป็นเชื้อเพลิง ถึงแม้ว่าวิธีการนี้จะยุ่งยาก แต่เมธานอลก็เป็นของเหลว ที่สามารถขนส่งและเก็บรักษา ได้ง่ายกว่าไฮโดรเจน ข้อดีและข้อเสียของการผลิตไฮโดรเจน จากแต่ละวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน ตลอดจนความสามารถ ในการนำมาใช้ทดแทนกัน เป็นจุดที่สนใจกันอย่างกว้างขวาง นอกเหนือจากการศึกษา ชนิดของเซลล์เชื้อเพลิงซึ่งแบ่งได้เป็น 4 ชนิด คือ กรด สารละลายอัลคาไลน์ คาร์บอเนตเหลว และออกไซด์ของของแข็ง

    สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงในรถยนต์นั้น ได้มีความพยายามกันมาอย่างต่อเนื่อง และจากรายงานของบริษัท Daimler Chryler ได้ประกาศความสำเร็จในการผลิตรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงขนาด 5 ที่นั่ง วิ่งด้วยความเร็ว 90 ไมล์ต่อชั่วโมง เป็นระยะทาง 250 ไมล์ และบริษัทได้ตั้งเป้า ที่จะผลิตรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง สู่ตลาดในปี ค.ศ. 1904

อกสารอ้างอิง

  • วารสารเทคโนโลยีวัสดุ ฉบับที่ 14 มกราคม - มีนาคม 2542
  • http://www.enn.com/news/enn-stories/1999/03/1899/hecar 4-2203.asp
เหล็กกล้าไร้สนิม PDF พิมพ์

กนกวรรณ แสงเกียรติยุทธ

    

    เหล็กที่เราพบเห็นมักเกิดสนิมได้ง่าย ในบรรยากาศที่มีความชื้น โดยสนิมที่เกิดขึ้นจะหนาขึ้นเรื่อยๆ และเกิดขึ้นต่อไปอย่างไม่มีการหยุด การผสมธาตุโครเมียมปริมาณสูงๆ ในเหล็กจะช่วยทำให้เหล็กมีความต้านทานต่อการเกิดสนิมได้มากขึ้น จนกระทั่งไม่เกิดสนิมแม้อยู่ในน้ำ หรือสารละลายที่เป็นกรดเจือจาง เหล็กที่มีสมบัติดังกล่าวนี้ รู้จักกันดีในนามของ "เหล็กกล้าไร้สนิม" ซึ่งถูกค้นพบโดยนักโลหะวิทยาชาวอังกฤษชื่อ เบรียร์ลีย์ด เมื่อปี พ.ศ. 2456 

    ลักษณะเด่นของเหล็กกล้าไร้สนิม คือ

  1. ความต้านทานการกัดกร่อนสูง

  2. ผิวเงางาม

  3. ทนความร้อนได้ดี

  4. ขึ้นรูปได้ดี

  5. เชื่อมได้ง่าย

    การเติมโครเมียมในเหล็กพบว่าต้องมีปริมาณโครเมียมมากกว่า 12% เนื่องจากในเหล็กทั่วๆ ไป จะมีคาร์บอนผสมอยู่ เมื่อผสมโครเมียมลงไป โครเมียมไปรวมตัวกับคาร์บอน ทำให้ปริมาณโครเมียมในเหล็กลดลงต่ำกว่า 12% ทำให้เหล็กไม่มีสมบัติต้านทานการเป็นสนิม โดยทั่วนิยมผสมโครเมียม 15-18% เพื่อให้ปริมาณโครเมียมสูงกว่า 12% โครเมียมเมื่อรวมกับออกซิเจน เกิดเป็นโครเมียมออกไซด์ มีลักษณะเป็นฟิล์มที่เกาะติดแน่น และมีความทึบ จนเป็นเสมือนเกราะป้องกัน การทำปฏิกิริยาของโลหะกับบรรยากาศ การกัดกร่อนจึงหยุดลง นอกจากโครเมียมแล้ว ยังมีธาตุที่นิยมผสมลงไปในเหล็กเพื่อเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน เพิ่มความแข็ง เพิ่มความเหนียว ธาตุเหล่านี้ได้แก่ นิกเกิล โมลิบดินัม ไททาเนียม และทองแดง

    การเติมธาตุนิกเกิลลงไปในเหล็กกล้าไร้สนิมทำให้เหล็กกล้าไร้สนิมทนการกัดกร่อนได้ดีขึ้น แต่เนื่องจาก นิกเกิลมีราคาแพง จึงทำให้เหล็กกล้าไร้สนิมชนิดนี้ มีราคาค่อนข้างสูง เหล็กกล้าไร้สนิมเกรดที่นิยม คือ เหล็กกล้า 18:8 ซึ่งเป็นเหล็กกล้าที่มีโครเมียมผสมอยู่ 18% และนิกเกิล 8% ใช้ทำเครื่องครัว ภาชนะบรรจุอาหาร ราวบันได ประตูรั้วและอื่นๆ

 

เอกสารอ้างอิง

  • มนัส สถิรจินดา, เหล็กกล้าไร้สนิม, เหล็กกล้า, พิมพ์ครั้งที่ 5, 2539, หน้า 72-83.

ลูกแก้วพลาสม่า (Plasma Ball) PDF พิมพ์


76174

76175

76176
   หุ้มลูกแก้วด้วยแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวทำหน้าที่รับจำนวนอิเล็กตรอนให้มากขึ้น จะให้ให้ได้กระแสไฟฟ้ามากขึ้น “ห้ามจับแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์โดยเด็ดขาด เพราะเป็นไฟแรงสูงที่มีกระแสมาก เป็นอันตรายอย่างยิ่ง”  นำหลอดฟลูออเรสเซนส์มาวางใกล้ๆ หลอดฟลูออเรสเซนส์จะสว่างได้

76177

76178

76179

Johann Kepler: นักดาราศาสตร์เอกของโลก PDF พิมพ์

สุทัศน์ ยกส้าน ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสถาน

    เมื่อเริ่มคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ ปราชญ์ตะวันตกหลายคน เช่น Kepler, Galileo, Descartes และ Newton ได้ปฏิเสธการน้อมรับคำสอนทุกคำที่จารึกในคัมภีร์ไบเบิล โดยได้เริ่มแสวงหาความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์จนสามารถนำโลกเข้าสู่ยุควิทยาศาสตร์ได้ในที่สุด

    Johann Kepler คือนักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน ผู้บันทึกอัตชีวประวัติไว้ว่า ได้ปฏิสนธิเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๑๑๔ เมื่อเวลา ๔.๓๗ นาฬิกาและถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคมปีเดียวกัน เมื่อเวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา (รัชสมัยพระมหาธรรมราชา) หลังจากอยู่ในครรภ์มารดาได้ ๒๒๔ วัน ๙ ชั่วโมง กับ ๕๓ นาที ที่เมือง Weil der Stadt ในเยอรมนี การที่ Kepler บันทึกชีวิตตนเองอย่างละเอียดเช่นนี้เพราะเขาเชื่ออย่างแม่นมั่นว่า ดวงดาวบนท้องฟ้ามีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ทุกคน เขาจึงจดเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตอย่างละเอียดเพื่อยืนยันความเชื่อนี้

    ในด้านชีวิตส่วนตัว Kepler มีบิดาชื่อ Heinrich ผู้มีอาชีพเป็นทหารที่ชอบทะเลาะเบาะแว้งกับชาวบ้านเป็นประจำ และมีมารดาชื่อ Katharina เป็นหญิงขี้บ่นและโมโหง่าย ในวัยเด็ก Kepler ไม่ค่อยแข็งแรงจึงล้มป่วยบ่อย ทำให้ไม่สามารถทำงานช่วยเหลือครอบครัวได้ ดังนั้นพ่อแม่จึงส่งไปเรียนเทววิทยากับนักบวชที่โรงเรียนสอนศาสนาในเมือง Tubingen เพื่อจะได้มีอาชีพเป็นนักเทศน์ ขณะ Kepler เรียนที่นั่น เมื่อครูชื่อ Michael Maestlin ได้เห็นความเฉลียวฉลาดของศิษย์ จึงแอบสอนความรู้ดาราศาสตร์เรื่องระบบสุริยะตามแนวความคิดของ Nicolaus Copernicus ให้ทั้งนี้เพราะสมัยนั้นความรู้เหล่านี้ถูกสถาบันศาสนาสั่งห้ามสอนและห้ามเรียนอย่างเด็ดขาด ครั้นเมื่อ Kepler ได้รู้ว่าระบบสุริยะมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางหาใช่โลกเป็นศูนย์กลางของเอกภพตามความเชื่อเดิม ๆ เขาจึงรู้สึกสนใจดาราศาสตร์มาก นอกเหนือจากความสนใจที่จะใช้ดาราศาสตร์ทำนายโชคชะตาเพื่อหาเลี้ยงชีพ

คลิกอ่านต่อค่ะ

สารานุกรมออนไลน์ เกี่ยวกับดวงดาว PDF พิมพ์
ก-ค  |  ฅ-จ  |  ฉ-ฌ  |  ญ-ฐ  |  ฑ-ด  |  ต-ธ  |
  น-ผ  |  ฝ-ภ  |  ม-ล  |  ฤ-ส  |  ห-ฮ
การแผ่รังสีคอสมิก-ไมโครเวฟพื้นหลัง
การวิวัฒนาการของดาวฤกษ์
กาแล็กซีแอคทีฟ
กาแล็กซีเซย์เฟริท
กาแล็กซีวิทยุ
การก่อตัวของกาแล็กซี
การขยายตัวของเอกภพ
กำเนิดระบบสุริยะ
กำเนิดของดาว
กาลิเลโอ กาลิเลอี
กล้องโทรทรรศน์
กล้องโทรทรรศน์วิทยุ
กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล
กล้องถ่ายภาพซีซีดี
กฎของเคพเลอร์
ข้างขึ้นข้างแรม
ควอซาร์
ความโน้มถ่วงในทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไป
คลาวเดียส พโตเลมี
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 55 - 63 จาก 4809