Helvetica ราชาแห่งฟอนต์
ความนิยมของผู้ชม: / 6
แย่มากดีมาก 

 

'เฮลเวตติกา' ราชาแห่งฟอนต์
แปลและเรียบเรียงจาก หนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล เฮรัลด์ ทรีบูน
จาก :
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย : วิโรจน์ ภัทรทีปกร

 



หากใครได้ยินคำถามว่าแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง อเมริกัน แอร์ไลน์, อเมริกัน แอพพาเรล, กอมม์ เดส์ การ์ซงส์, เอเวียง, อินเทล, ลุฟท์ฮันซ่า, เนสท์เล่, โตโยต้า รวมถึงระบบรถไฟของเดนมาร์กและสวิตเซอร์แลนด์ มีอะไรที่เหมือนกัน คงมีน้อยคนนักที่จะตอบได้ว่า แบรนด์ดังเหล่านี้ใช้ 'ตัวอักษร' รูปแบบเดียวกัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมาถึงครึ่งศตวรรษ

 



 

เราสามารถพบเห็นฟอนต์ยอดนิยมชื่อ 'เฮลเวตติกา (Helvetica)' บนธงที่โบกสะบัดบนรถบรรทุกของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) หรือแม้แต่อัลบัม 'A Love Supreme' ของนักดนตรีแจ๊ส จอห์น โคลเทรน และป้ายทุกชิ้นของระบบรถไฟใต้ดินในสหรัฐ

 



เฮลเวตติกามีอายุครบรอบ 50 ปีเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แม้หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อฟอนต์นี้มาก่อน แต่รับประกันได้เลยว่าทุกคนต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับรูปแบบตัวอักษรนี้แน่นอน เพราะเราพบเห็นอยู่บ่อยๆ โดยไม่รู้ตัว เพราะแต่ละบริษัทพิมพ์ข้อความกว่า 3,000 ชิ้นในแต่ละวันด้วยเฮลเวตติกา แม้แต่ในคอมพิวเตอร์ของเราก็มีฟอนต์นี้ด้วย

 



 

เฮลเวตติกามีความสำคัญต่อชีวิตคนเรามาก จนพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ในนครนิวยอร์กต้องจัดงานฉลองครบรอบ 50 ปีให้ฟอนต์นี้ ด้วยการจัดแสดงผลงานที่พิมพ์ด้วยอักษรเฮลเวตติกา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่แบบตัวอักษรได้เป็นส่วนหนึ่งในคอลเลคชั่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แถมยังมีการจัดนิทรรศการครบรอบ 50 ปีไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ เฮลเวตติกายังกลายเป็นหัวข้อหลักของหนังสารคดีที่เปิดตัวในเทศกาลหนังรัฐเท็กซัส เมื่อเดือนมีนาคมอีกด้วย 



 



ทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับฟอนต์รูปแบบหนึ่งขนาดนี้ ตอบได้สั้นๆ ก็คือ เพราะเฮลเวตติกาทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเพียบพร้อม

"เฮลเวตติกาสามารถส่งสารได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพโดยไม่ยัดเยียดตัวเอง เมื่อใครอ่านตัวอักษรนี้ก็ยากที่จะจดจำรูปแบบได้ จำได้แต่เพียงความหมาย เพราะเป็นอักษรที่สบายตา สะอาด และอ่านง่าย ด้วยการลากเส้นแบบกลมมนและนุ่มนวล จนบรรดานักออกแบบอักษรเคยพูดว่าไม่สามารถสร้างฟอนต์ที่ดีกว่านี้ได้อีกแล้ว" คำบอกเล่าจาก คริสเตียน ลาร์เซน ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งนิวยอร์ก

มีการเปรียบเทียบกันว่า ฟอนต์ที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงาม เช่น เฮลเวตติกา รวมถึงฟอนต์อื่นๆ ที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์อย่าง เวอร์ดานา (Verdana) และจอร์เจีย (Georgia) กับฟอนต์ในศตวรรษที่ 18 อย่าง บาสเกอร์วิลล์ (Baskerville) และ โบโดนี (Bodoni) มีคุณค่าเชิงสุนทรียศาสตร์และเทคนิคไม่ต่างจากเสื้อผ้าอาภรณ์และรถยนต์หรูหรา จุดที่ต่างกันก็คือ ฟอนต์เหล่านี้ไม่ต้องใช้เงินหลายแสนดอลลาร์เพื่อจับจอง เพราะเป็นของฟรีล้วนๆ 



 


เวอร์ดานา Verdana


จอร์เจีย Georgia


บาสเกอร์วิลล์ Baskerville


โบโดนี Bodoni



เราสามารถอ่านฟอนต์ใดฟอนต์หนึ่งได้โดยไม่เสียสตางค์ หากผู้ตีพิมพ์หนังสือหรือนิตยสารได้จ่ายค่าธรรมเนียมให้แก่เจ้าของฟอนต์แล้ว นอกจากนี้ เรายังสามารถเลือกอ่านหรือส่งอีเมลด้วยอักษรเฮลเวตติกา เวอร์ดานา หรือจอร์เจียได้ เพราะฟอนต์เหล่านี้แถมฟรีมากับซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่อยู่แล้ว

กำเนิดฟอนต์ยอดนิยม

แม้เฮลเวตติกาจะได้รับความนิยมถล่มทลายในปัจจุบัน แต่ฟอนต์นี้กลับไม่ประสบความสำเร็จมากนักเมื่อครั้งเอดัวร์ด ฮอฟฟ์มานน์ ผู้อำนวยการโรงหล่อโลหะ ฮาส ไทป์ ในสวิตเซอร์แลนด์ ประดิษฐ์ฟอนต์นี้เป็นครั้งแรกในปี 2500 โดยมีชื่อเดิมเป็นภาษาเยอรมันว่า Neue Haas Grotesk ช่วงนั้นมีฟอนต์ที่ได้รับความนิยมอยู่แล้วในหมู่กราฟฟิกดีไซเนอร์ชาวสวิส คือ ซานส์ เซริฟ (Sans Serif) ซึ่งเป็นอักษรเวอร์ชั่นร่วมสมัยของฟอนต์ชื่อ Akzidenz Grotesk 



 


ซานส์ เซริฟ Sans Serif

 

 



ฮอฟฟ์มานน์ได้มอบหมายให้ แมกซ์ มีดิงเกอร์ นักออกแบบตัวอักษรที่ไม่ค่อยโด่งดัง ประดิษฐ์ฟอนต์ใหม่ชื่อ Neue Haas Grotesk แต่ผ่านไปหลายปีก็ยังมีคนรู้จักฟอนต์ชนิดนี้น้อยมาก

สมัยก่อน การประดิษฐ์แบบอักษรจะทำโดยการสลักรูปร่างจากโลหะ ใครต้องการใช้ฟอนต์ชนิดไหนก็ต้องซื้ออักษรครบชุด การพัฒนาหรือใช้ฟอนต์ใหม่ๆ จึงต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง และการออกแบบอักษรใหม่ก็น้อยลงตามไปด้วย ฟอนต์ที่ได้รับความนิยมสมัยก่อนจึงครองตำนานอยู่หลายทศวรรษ เช่น บาสเกอร์วิลล์ และโบโดนี

ปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ช่วยให้เราออกแบบและแจกจ่ายฟอนต์หลายพันแบบได้อย่างรวดเร็ว และมีการออกแบบฟอนต์ใหม่ๆ ทุกปี แถมยังสามารถวิพากษ์วิจารณ์ข้อดีข้อเสียของแต่ละฟอนต์ได้อย่างถึงพริกถึงขิงผ่านบล็อกและเวบไซต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกราฟฟิกดีไซน์มองว่า คนธรรมดาก็สามารถเป็นนักเล่นฟอนต์มือสมัครเล่นได้ ด้วยการเลือกรูปแบบที่ตัวเองชื่นชอบจากคอมพิวเตอร์

แต่สถานการณ์ในปี 2504 กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อแมทธิว คาร์เตอร์ นักออกแบบตัวอักษรชาวอังกฤษได้รับมอบหมายให้ออกแบบฟอนต์ Akzidenz Grotesk ในเวอร์ชั่นทันสมัย เพื่อใช้เขียนป้ายของอาคารผู้โดยสารใหม่ในสนามบิวฮีทโธรว์ ช่วงนั้นฟอนต์ Neue Haas Grotesk ถือกำเนิดมาได้ 4 ปีแล้ว แต่เขากลับไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลย เขาจึงลงเอยด้วยการคิดค้นฟอนต์เวอร์ดานาและจอร์เจียออกมา

"ถ้าเรารู้จักฟอนต์นี้ตั้งแต่แรก ผมมั่นใจว่าเราต้องใช้อักษรนี้แน่ เพราะดีกว่าฟอนต์ที่ผมประดิษฐ์มากมาย แต่การค้าแบบอักษรสมัยนั้นล้าหลังมาก และการออกแบบฟอนต์ใหม่เป็นไปอย่างเชื่องช้า" คาร์เตอร์ชี้แจง

เริ่มบุกตลาดตัวอักษร

ปีเดียวกันนั้นเอง เมอร์เจนธาเลอร์ ลิโนไทป์ บริษัทแม่ของฮาส ได้ตัดสินใจทำการตลาดฟอนต์ Neue Haas Grotesk ไปทั่วโลก และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้จดจำได้ง่าย เนื่องจากกราฟฟิกดีไซน์สมัยใหม่ของสวิตเซอร์แลนด์ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยนั้น พวกเขาจึงเลือกชื่อ 'เฮลเวตติกา' ซึ่งออกเสียงได้ง่ายกว่าคำว่า 'เฮลเวตเทีย (Helvetia)' ภาษาละตินของ 'สวิตเซอร์แลนด์'

ปรากฏว่าแผนรีแบรนดิ้งครั้งนี้ได้ผล เฮลเวตติกาได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในหมู่เอเยนซีโฆษณาของสหรัฐ จนกลายเป็นฟอนต์ทางเลือกอันดับแรกสำหรับทุกบริษัทที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ทันสมัยในช่วงทศวรรษ 1960 ก่อนที่จะได้รับเลือกเป็นตัวอักษรในป้ายใหม่ของรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก

อย่างไรก็ดี เมื่อกรมการขนส่งมวลชนสหรัฐพบว่าฟอนต์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันอย่าง 'สแตนดาร์ด มีเดียม (Standard Medium)' มีราคาถูกกว่า ป้ายรถไฟใต้ดินก่อนหน้านั้นจึงพิมพ์ด้วยฟอนต์นี้ ไม่ใช่เฮลเวตติกา

อักษรเฮลเวตติกาปรากฏอยู่แทบทุกหนทุกแห่งภายในทศวรรษ 1980 ต่อมาได้มีการออกแบบฟอนต์ 'แอเรียล (Arial)' ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นดิจิทัลของเฮลเวตติกาในปี 2533 ซึ่งก็ได้รับความนิยมพอสมควร แต่นักออกแบบมองว่าแอเรียลเป็นผลงานเลียนแบบราคาถูก ส่งผลให้เฮลเวตติกายังยืนหยัดเป็นฟอนต์ยอดนิยมมาถึงครึ่งศตวรรษ 



 


แอเรียล Arial



"ทำไมบางคนถึงมองว่าการที่ฟอนต์หนึ่งยืนหยัดได้ 50 ปีเป็นเรื่องแปลก เวลามีการประดิษฐ์สิ่งที่ยอดเยี่ยมอย่างเฮลเวตติกา ก็ควรจะดำรงอยู่ต่อเนื่องเป็น 200 ปีอยู่แล้ว ไม่ต่างอะไรกับสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่" แดนนี แวน เดน ดันเกน แห่งทีมกราฟฟิกดีไซน์ เอกซ์เปอริเมนทัล เจ็ทเซ็ท ในเนเธอร์แลนด์ ฟันธงอย่างมั่นใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง :
-ดีไซน์ด้วยจิตสำนึก – ดีไซน์เพื่อสังคม

 


Helvetica.jpg
 Description:
Helvetica
 Filesize:  16.57 KB
 Viewed:  1221 Time(s)

Helvetica.jpg

 

 


 

 


Views: 12704

Be first to comment this article

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Statistics

สถิติผู้เยี่ยมชม: 53057804

Who's Online

ขณะนี้มี 22 บุคคลทั่วไป ออนไลน์