สถิติรางวัลโนเบลในแวดวงนิวเคลียร์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 

 




 

สถิติรางวัลโนเบลในแวดวงนิวเคลียร์

สุรศักดิ์  พงศ์พันธุ์สุข
กลุ่มวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ก่อนอื่นต้องขอให้นิยามก่อนว่า “แวดวงนิวเคลียร์” ในที่นี้จะกินความหมายครอบคลุมกว้างขวางเพียงใด

เพราะถ้าจะว่าโดยเคร่งครัดแล้ว คำว่านิวเคลียร์จะหมายถึงเพียงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียสของอะตอมโดยตรงเท่านั้น เช่น ปฏิกิริยานิวเคลียร์ก็มี ฟิชชัน ฟิวชัน การจับยึดนิวตรอน ถ้าเป็นรังสีก็มีรังสีแอลฟา บีตา แกมมา ที่ปล่อยออกมาจากนิวเคลียสของอะตอม แต่ไม่รวมถึงรังสีเอกซ์ซึ่งเกิดขึ้นภายนอกนิวเคลียส แต่ก็ยังเกิดอยู่ภายในอะตอมในชั้นของอิเล็กตรอนที่โคจรอยู่รอบนิวเคลียส

อย่างไรก็ดี หน่วยงานด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ล้วนมีการใช้รังสีเอกซ์อยู่ด้วยกันทั้งนั้น อีกประการหนึ่ง คนทั่วไปมักนึกถึงนิวเคลียร์ในแง่ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นส่วนใหญ่ แต่แท้จริงแล้ว เทคโนโลยีนิวเคลียร์มีความหลากหลายมาก โดยเฉพาะการนำรังสีชนิดต่าง ๆ จากไอโซโทปกัมมันตรังสีรวมทั้งรังสีเอกซ์ด้วยมาใช้ประโยชน์

ดังนั้น “แวดวงนิวเคลียร์” ที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้จึงหมายรวมถึง เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ โครงสร้างของอะตอม คือหมายรวมอิเล็กตรอนด้วย นอกจากนอกจากเรื่องของสารกัมมันตรังสี และรังสีที่ปล่อยออกมาจากนิวเคลียสของอะตอมแล้ว ก็ยังเหมาเอาเรื่องของรังสีเอกซ์ไว้เช่นกัน

เมื่อเข้าใจ “แวดวงนิวเคลียร์” ตรงกันแล้วก็จะได้ขยับไปที่เรื่องของรางวัลโนเบลต่อไป

รางวัลโนเบลถือกำเนิดจากชาวสวีเดนชื่อ อัลเฟรด เบอนาร์ด โนเบล (Alfred Bernard Nobel) เกิดที่กรุงสตอกโฮล์มเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1833 เขาประสบความสำเร็จในการผสมไนโตรกลีเซอรีนกับทรายละเอียดชนิดหนึ่ง เรียกว่า ดินเบา(kieselguhr) สามารถขึ้นรูปเป็นแท่งทรงกระบอกยาวได้ และได้ตั้งให้ชื่อมันว่า ไดนาไมต์ซึ่งสร้างชื่อเสียง และความร่ำรวยให้โนเบลอย่างมากโดยมีโรงงานผลิต 90 แห่งใน 20 ประเทศ ไดนาไมต์เป็นระเบิดที่มีแรงระเบิดรุนแรง มีขนาดเล็กและใช้งานสะดวก เช่น ใช้ในการขุดอุโมงค์ ระเบิดหิน และสร้างสะพาน จึงเป็นที่ต้องการมากในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และยังมีการนำไปใช้ในสงครามคร่าชีวิตผู้คนไปเป็นอันมาก ดังนั้น เมื่อเขาถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม  ค.ศ. 1896 รวมอายุได้ 63 ปี เขาได้เขียนพินัยกรรมลงวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1895 มอบทรัพย์สินส่วนใหญ่ให้เป็นเงินทุน สำหรับมอบให้แก่บุคคลที่มีผลงานดีเด่นที่ก่อคุณประโยชน์แก่มวลมนุษย์ชาติทั้งโลก ใน 5 สาขา ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี สรีรวิทยาหรือแพทยศาสตร์ วรรณกรรม และสาขาสันติภาพ

www.nobelprize.org

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1901 เป็นต้นมา ประมาณตั้งแต่เดือนตุลาคมของทุกปี ก็จะมีการทยอยประกาศรายชื่อบุคคลที่มีผลงานดีเด่น ที่ก่อคุณประโยชน์แก่มวลมนุษย์ชาติทั้งโลก ให้เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลในแต่ละสาขา และมีพิธีมอบรางวัลในวันที่ 10 ธันวาคม อันตรงกับวันคล้ายวันถึงแก่อนิจกรรมของอัลเฟรด โดยการจัดการและการมอบรางวัลเตรียมการทั้งหมดโดยมูลนิธิโนเบล

ถึงปี 2008 นี้มีผู้ได้รับรางวัลโนเบลรวมทั้งหมด 789 คน เป็นผู้ชาย 754 คนและผู้หญิง 35 คน กับอีก 20 สถาบัน รวมทั้งสิ้น 809 ราย ต่อไปนี้เป็นสถิติรางวัลโนเบลที่เกี่ยวกับแวดวงนิวเคลียร์

สถิติที่ 1 เริ่มตั้งแต่ปีแรกของการแจกรางวัลโนเบลคือ ค.ศ. 1901 ปีนั้น รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปีแรกตกเป็นของผลงานทางนิวเคลียร์ คือ การค้นพบรังสีเอกซ์ของชาวเยอรมันชื่อ วิลเฮล์ม คอนราด เรินต์เกน (Wilhelm Konrad Roentgen)

www.gutenberg.org

สถิติที่ 2 สองปีถัดมา ค.ศ. 1903 ผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล คือ มารี กูรี (Marie Curie) ที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า มาดามคูรี และเป็นรางวัลในสาขาฟิสิกส์จากผลงานทางนิวเคลียร์โดยตรงโดยมีผู้ได้รับรางวัลร่วมกัน 3 คน รางวัลครึ่งหนึ่งเป็นของชาวฝรั่งเศสชื่อ อองรี แบ็กเกอแรล (Henri Becquerel) ที่มักออกเสียงกันเป็นภาษาอังกฤษว่า เบ็กเคอเรล จากผลงานการค้นพบปรากฏการณ์กัมมันตภาพรังสี (radioactivity) อันเป็นการค้นพบว่าสารบางชนิดมีการแผ่รังสีออกมา ส่วนรางวัลอีกครึ่งหนึ่งเป็นของมาดามคูรีกับสามีชื่อปีแอร์ ในการทุ่มเทศึกษาทำความเข้าใจต่อปรากฏการณ์การแผ่รังสีที่ว่านี้

            สถิติที่ 3 และ 4 ก็แน่นอนละว่ามาดามคูรีกับสามีเป็นสามีภรรยาคู่แรกที่ได้รับรางวัลโนเบล (มีทั้งหมด 4 คู่) และยังเป็นสามีภรรยาคู่แรกที่ได้รับรางวัลร่วมกัน (มีอีก 1 คู่ และแปลกมากที่เป็นลูกสาวและลูกเขย ของปีแอร์กับมาดามคูรีนั่นเอง) ด้วย ซึ่งก็เป็นรางวัลจากผลงานทางนิวเคลียร์ดังกล่าวแล้ว

fun.familyeducation.com/slideshow/love/49015.html

สถิติที่ 5 และ 6 ก็เป็นของมาดามคูรี คือ เป็นคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลถึงสองครั้ง (ได้สองครั้งมีทั้งหมด 3 คน กับ 2 สถาบัน และองค์การกาชาดสากลได้สามครั้ง) โดยที่เธอได้รับรางวัลครั้งที่ 2 เมื่อ ค.ศ. 1911 จากผลงานการค้นพบธาตุกัมมันตรังสีเรเดียมและพอโลเนียม และเป็นรางวัลในสาขาเคมี เธอจึงเป็นคนแรกที่ได้รับรางวัลสองครั้งในสองสาขา (ต่อมามีอีก 1 รายเท่านั้นคือ ไลนัส พอลิง (Linus Pauling) ได้รับรางวัลในสาขาเคมีในปี 1954 และสาขาสันติภาพในปี 1962 แต่พอลิงมีความพิเศษกว่าคือ เป็นรางวัลที่ได้รับคนเดียวโดด ๆ ทั้งสองครั้ง


สถิติที่ 7-10 สถิติหนึ่งยังคงเป็นของมาดามคูรีอีกคือ เป็นแม่กับลูกสาวคู่แรก (และมีอยู่คู่เดียว) ที่ได้รับรางวัลโนเบล ลูกสาวของเธอมีชื่อว่า อีแรน โชลีโล-กูรี (Irene Joliot-Curie) ได้รับรางวัลร่วมกับสามีของเธอชื่อว่า เฟรเดริก โชลีโย (Fr?d?ric Joliot) จากผลงานการสังเคราะห์ธาตุกัมมันตรังสีขึ้นมาใหม่ที่ไม่เคยมีอยู่ในธรรมชาติได้สำเร็จเป็นครั้งแรก บุคคลทั้งหมดนี้เป็นชาวฝรั่งเศส และก็แน่นอนว่าอีแรนก็เป็นลูกสาวของปีแอร์ด้วย ทั้งคู่จึงเป็นพ่อกับลูกสาวคู่แรก (และคู่เดียว) ที่ได้รับรางวัลโนเบล ไปด้วย นอกจากนี้มาดามคูรีกับเฟรเดริกยังเป็น แม่ยายกับลูกเขยคู่แรกและคู่เดียว ที่ได้รับรางวัลโนเบล และในทำนองเดียวกันปีแอร์กับเฟรเดริกก็ยังเป็น พ่อตากับลูกเขยคู่แรกและคู่เดียว ที่ได้รับรางวัลโนเบลอีกด้วย

http://www.curie.fr/img/photos/musee/ifjc-b.jpg

สถิติที่ 11 คือ พ่อกับลูกชายคู่แรกที่ได้รับรางวัลโนเบล (มี 6 คู่) ได้แก่ชาวอังกฤษชื่อว่า เจ.เจ. ทอมสัน (J. J. Thomson) ผู้เป็นพ่อ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์เมื่อ ค.ศ. 1906 จากการค้นพบอิเล็กตรอน อันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของอะตอม และลูกชายชื่อว่า จอร์จ แพเจ็ต ทอมสัน (George Paget Thomson) ได้รับรางวัลในสาขาฟิสิกส์เช่นกันเมื่อปี 1937 จากการค้นพบการทดลองการเลี้ยวเบนของอิเล็กตรอน (ที่พ่อของเขาค้นพบ) ด้วยผลึก

http://www.nndb.com/people/

สถิติที่ 12 และ 13 พ่อกับลูกชายคู่แรก (และคู่เดียว) ที่ได้รับรางวัลโนเบลร่วมกัน ได้แก่ชาวอังกฤษชื่อ วิลเลียม แบรกก์ (William Bragg) ผู้เป็นพ่อและลูกชาย ชื่อว่า ลอว์เรนซ์ แบรกก์ (Lawrence Bragg) ที่ประหลาดคือ ลอว์เรนซ์ถือว่าเป็นชาวออสเตรเลีย เพราะมีแม่เป็นชาวออสเตรเลีย เขาเกิดและเติบโตในออสเตรเลียจนอายุ 19 ปีจึงติดตามพ่อที่กลับไปใช้ชีวิตที่อังกฤษ ทั้งคู่ได้รับรางวัลจากผลงานการใช้รังสีเอกซ์วิเคราะห์โครงสร้างของผลึก นอกจากนี้ลอว์เรนซ์ยังเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลที่อายุน้อยที่สุด คือ 25 ปี

สถิติที่ 14 ในบรรดาพ่อกับลูกชายทั้ง 6 คู่ เป็นรางวัลจากการค้นพบในแวดวงนิวเคลียร์มากที่สุดถึง 3 คู่ โดยสองคู่แรกอยู่ในสถิติที่ 9 และ 10 และยังมีอีกคู่หนึ่งคือ ชาวเดนมาร์กชื่อว่า นีลส์ โบร์ (Niels Bohr) ผู้พ่อที่มีผลงานรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี 1922 คือ การศึกษาโครงสร้างของอะตอมและรังสีที่ปล่อยออกมาจากอะตอม กับลูกชายชื่อว่า อาเก เอ็น. โบร์ (Aage N. Bohr) ด้วยรางวัลจากผลงานสาขาฟิสิกส์ประจำปี 1975 คือ การค้นพบการเชื่อมโยงระหว่างผลรวมการเคลื่อนที่ (collective motion) กับการเคลื่อนที่ของอนุภาคภายในนิวเคลียสของอะตอม ซึ่งนำไปพัฒนาทฤษฎีโครงสร้างของนิวเคลียสของอะตอมอีกทอดหนึ่ง


แวดวงนิวเคลียร์ครอบครองสถิติ “ที่สุดของรางวัลโนเบล” ไว้เป็นส่วนใหญ่ ที่ไม่ได้ครอบครองก็คือ สถิติการได้รับรางวัลโนเบลร่วมกันมากกว่าหนึ่งคนมีเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปีแรกของการแจกรางวัล โดยเป็นรางวัลในสาขาสันติภาพซึ่งเป็นของชอง อองรี ดูนอง (Jean Henri Dunant) ชาวสวิสผู้ก่อตั้งองค์การกาชาดสากล กับเฟรเดริก ปาสซี (Fr?d?ric Passy) ชาวฝรั่งเศส


สถิติต่อมาคือพี่ชายกับน้องชายเป็นของชาวดัตช์ชื่อ ยาน ทินเบอร์เจน (Jan Tinbergen) สาขาเศรษฐศาสตร์ กับนิโคลาส ทินเบอร์เจน (Nikolaas Tinbergen) สาขาสรีรวิทยาและแพทยศาสตร์ (สถิติพี่สาวกับน้องสาว พี่สาวกับน้องชาย หรือพี่ชายกับน้องสาว ยังไม่มี)


สถิติคนที่มีอายุมากที่สุดเป็นของชาวอเมริกันเกิดในโปแลนด์ชื่อ เลโอนิด เฮอร์วิกซ์ (Leonid Hurwicz) สาขาเศรษฐศาสตร์ปี 2007 ได้รับขณะมีอายุ 90 ปี


มีคนสองคนที่ปฏิเสธรางวัลคือชาวฝรั่งเศสชื่อ ชอง-ปอล ซาร์ตร์ (Jean-Paul Sartre) สาขาวรรณกรรม กับชาวเวียดนามชื่อเลอ ดุก โท (Le Duc Tho) สาขาสันติภาพ และมีอีกสี่คนที่ถูกรัฐบาลประเทศตนบังคับไม่ให้รับรางวัล โดยเป็นชาวเยอรมันสามคน คือ ริชาร์ด คุน (Richard Kuhn) อะดอล์ฟ บูเทนันดท์ (Adolf Butenandt) และเกอร์ฮาร์ด โดมักค์ (Gerhard Domagk) อีกคนเป็นชาวรัสเซียชื่อ โบริส พาสเตอร์แนก (Boris Pasternak) เป็นรางวัลสาขาวรรณกรรมประจำปี 1958


รางวัลโนเบลรางวัลหนึ่งซึ่งแม้ “ไม่ใช่” สถิติที่สุด แต่ก็น่าจะเอ่ยถึง และเป็นรางวัล “ล่าสุด” ที่แวดวงนิวเคลียร์ได้รับ นั่นคือรางวัลในสาขาสันติภาพประจำปี 2005 โดยรางวัลครึ่งหนึ่งตกเป็นของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency (IAEA)) อันเป็นหน่วยงานหนึ่งขององค์การสหประชาชาติ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1957 ทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการนิวเคลียร์ทั่วโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และรางวัลอีกครึ่งหนึ่ง เป็นของชาวอียิปต์ชื่อโมฮาเมด เอลบาราได (Mohamed ElBaradei) ผู้อำนวยการใหญ่คนปัจจุบันของทบวงการนั่นเอง สำหรับผลงานได้แก่ ความพยายามร่วมกันเพื่อป้องกันการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางทหาร และในการประกันว่า การใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติเป็นไปในวิถีทางที่ปลอดภัยที่สุด

The Nobel Peace Prize 2005

www.nobelprize.org

 


Views: 2203

Be first to comment this article

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Statistics

สถิติผู้เยี่ยมชม: 49668323

Who's Online

ขณะนี้มี 59 บุคคลทั่วไป ออนไลน์