การมองเห็นภาพ
ความนิยมของผู้ชม: / 78
แย่มากดีมาก 

 

 

คลิกปุ่มด้านบน ดูการทดลอง

   

การมองเห็นภาพ

ทดลองเรื่องตา คลิกค่ะ


    คนเรามองเห็นภาพต่างๆ ได้เพราะแสงไปกระทบกับวัตถุแล้วสะท้อนเข้าสู่นัยน์ตาเรา ผ่านกระจกตา รูม่านตา แก้วตา ไปตกที่จอตา เซลล์รับภาพที่จอตาจะรับภาพ ในลักษณะหัวกลับแล้วส่งไปตามเส้นประสาทสู่สมองส่วนท้ายทอย สมองทำหน้าที่แปลภาพหัวกลับเป็นหัวตั้งตามเดิมของสิ่งที่เห็น

ความผิดปกติของสายตา


    เกิดขึ้นเพราะส่วนประกอบของนัยน์ตาทีลักษณะผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการมองเห็นไม่ชัดได้ ตาพร่าได้ ที่พบบ่อยได้แก่


   1. สายตาสั้น คือ การที่มองเห็นเฉพาะสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ สิ้งที่อยู่ไกลจะเห็นไม่ชัด
สาเหตุ เกิดจากลูกตามีความยาวมากกว่าปกติ ทำให้ระยะระหว่างแก้วตา และจอตาอยู่ห่างกันเกินไป ทำให้ภาพของสิ่งที่มองตกก่อนจะถึงจอตา


การแก้ไข ใส่แว่นตาที่ทำด้วยเลนส์เว้า เพื่อช่วยหักเหแสงให้ลงที่จอตาพอดี
   2. สายตายาว คือ การที่มองเห็นเฉพาะสิ่งที่อยู่ไกลๆ สิ้งที่อยู่ใกล้จะเห็นไม่ชัด
สาเหตุ เกิดจากลูกตามีความสั้นกว่าปกติ หรือผิวของแก้วตาโค้งนูนน้อยเกินไป ทำให้ภาพของสิ่งที่มองตกเลยจอตาไป ทำให้มองเห็นภาพใกล้ๆไม่ชัดเจน
การแก้ไข ใส่แว่นตาที่ทำด้วยเลนส์นูน เพื่อช่วยหักเหแสงให้ลงที่จอตาพอดี


   3. สายตาเอียง คือ การที่มองเห็นบิดเบี้ยวจากรูปทรงที่แท้จริง บางคนมองเห็นภาพในแนวดิ่งชัด แต่มองภาพในแนวระดับมองไม่ชัด เช่น มองดูนาฬิกา เห็นเลข 3,9 ชัด แต่เห็นเลข 6,12 ไม่ชัด
สาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากความโค้งนูนของแก้วตาไม่สม่ำเสมอ จอตาจึงรับภาพได้ไม่ชัดเจนเท่าทุกแนว
การแก้ไข ใส่แว่นตาเลนส์พิเศษ รูปกาบกล้วย หรือรูปทรงกระบอก แก้ไขภาพเฉพาะส่วนที่ตกนอกจอตา ให้ตกลงบนจอตาให้หมด


   4. ตาส่อน ตาเอก ตาเข ตาเหล่


    ตาส่อนและตาเอก หมายถึง คนที่มีตาดำสองข้างอยู่ในตำแหน่งไม่ตรงกัน ถ้าเป็นมากขึ้นเรียกว่า ตาเข และถ้าตาเขมากๆ เรียกว่า ตาเหล่ ซึ่งจะมองเห็นภาพเดียวกันเป็น 2 ภาพ เพราะภาพจาก ตาสองข้างทับกัน ไม่สนิท
สาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อบางมัดที่ใช้กลอกตา อ่อนกำลัง หรือเสียกำลังไป กล้ามเนื้อมัดตรงข้าม ยังทำงานปกติ จะดึงลูกตาให้เอียงไป ทำให้สมองไม่สามารถบังคับตาดำให้มองไป ยังสิ่งที่ต้องการ เหมือนลูกตาข้างที่ดีได้
การแก้ไข ควรปรึกษา จักษุแพทย์ในระยะที่เริ่มเป็น แพทย์อาจรักษาโดยการใช้แว่นตา หรือฝึกกล้ามเนื้อที่อ่อนให้ทำงานดีขึ้น หรืออาจรักษาโดยการผ่าตัด
 

 

 

มารู้จักดวงตาของเรา
  ดวงตาของเรา
เป็นอวัยวะที่สำคัญและซับซ้อนที่สุดอวัยวะหนึ่งของเรา คนส่วนใหญ่รู้จักดวงตาคู่นี้ไม่มากไปกว่า ส่วนที่ทำหน้าที่ในการมองเห็น "ดวงตาเป็นหน้าต่างของเราสู่โลก" และหากเกิดปัญหากับสายตาก็จะมีผลต่อคุณภาพชีวิตของเรา ในบรรดาประสาทสัมผัสที่มนุษย์มี สายตาทำให้เราได้รับรุ้อย่างกว้างไกลและแจ่มชัดที่สุด หากไม่มีสายตาโลกของเราก็จะเล็กลง ยากที่จะคิดถึงโลกซึ่งไร้สีสันและใบหน้า ยากที่จะคิดถึงการที่ต้องใช้จินตนาการ ร่วมกับประสาทสัมผัสอื่นๆเพื่อ "สร้างภาพ" โลกรอบตัวเรา วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ "หน้าต่างหัวใจ" บานนี้กับครับ
   
การมองเห็นของดวงตา
ดวงตา
มีรูปทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.2 - 2.5 ซม. บรรจุอยู่ในกระดูกเบ้าตา เพื่อป้องกันอันตราย ด้านหน้ามีเปลือกตาและขนตา ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายต่อดวงตา เปลือกตาจะกระพริบ เพื่อให้น้ำตาเคลือบกระจกตาอยู่เสมอ อวัยวะกลมๆ เล็กๆคู่นี้จะประกอบด้วยเนื้อเยื่อสำคัญ 3 ส่วน ทำหน้าที่แตกต่างกันและมีกล้ามเนื้อยึดอยู่ 6 มัด สำหรับช่วยให้ดวงตาทั้งสอง สามารถทำงานสัมพันธ์กันตลอดเวลา
ส่วนประกอบหลักในการมองเห็น
1. กระจกตา ( Cornea)
มีหน้าที่หลักเกี่ยวกับ การหักเหแสงที่ผ่านเข้าไปในลูกตา
2. เลนส์ตาหรือแก้วตา (Crystalline lens)
ทำหน้าที่รวมแสง (Focus) เพื่อให้ไปตกบนจอประสาทตา
3. จอประสาทตาหรือจอรับภาพ (Retina)
ทำหน้าที่เป็นตัวรับภาพคล้ายกับฟิล์มในกล้องถ่ายรูป
ตามองเห็นได้จากขั้นตอนดังต่อไปนี้
แสงผ่านไปที่กระจกตา ( Cornea ) เป็นส่วนที่ใสจากกระจกตา แสงผ่านไปที่รูม่านตา (Pupil) มีสีต่างกันตามเชื้อชาติ บ้างก็มีสีน้ำตาล ดำ ฟ้า เขียว เทา ทั้งนี้ขึ้นกับเม็ดสี (Melamin Pigment) ของคนๆ นั้น ม่านตาจะทำหน้าที่ในการปรับปริมาณของแสงเข้าไปในดวงตา เห็นได้ชัดว่า ในตอนกลางวันหรือเมื่อมองแสงจ้า รูม่านตาจะมีขนาดเล็ก และขยายใหญ่เมื่ออยู่ในที่มืด หลังม่านตา แสงจะไปที่เลนส์นัยตาหรือเลนส์แก้วตา (Lens) เลนส์จะทำหน้าที่ในการรวมแสงมาจากภายนอกให้โฟกัสที่กระจกตา เลนส์แก้วตาจะมีความใสมากเมื่ออายุน้อย และจะขุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ ความผิดปกติที่พบบ่อยๆ คือ ต้อกระจก ซึ่งก็คือการขุ่นของเลนส์แก้วตานั่นเอง ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกอันหนึ่งในผู้ใหญ่คือ ในคนอายุเกิน 40 ปี เลนส์จะลดความยืดหยุ่น ทำให้ไม่สามารถอ่านหนังสือตัวเล็กๆ ได้ ต้องอาศัยแว่นอ่านหนังสือที่เรียกว่า "สายตายาว" หรือสายตาคนแก่ ส่วนหลังเลนส์เป็นน้ำวุ้นใสๆ บรรจุอยู่เรียกว่า "น้ำวุ้นตา" (Vitreous Humor) ทำหน้าที่ช่วยในการหักเหของแสง ในคนสุงอายุหรือคนที่มีสายตาสั้นมากๆ จะมีการเสื่อมของน้ำวุ้นตานี้ ทำให้บางครั้งจะเห็นจุดดำคล้ายยุงหรือแมลงลอยไปมาในขณะที่มองดูวัตถุสีขาว เมื่อแสงผ่านจุดนี้ก็จะตรงไปสิ้นสุดที่จอรับภาพ (Retina) ซึ่งเป็นส่วนของประสาทตานับล้านเส้น เป็นส่วนที่จะแปลงภาพที่มองเห็น ภาพที่ปรากฏขึ้นจะเป็นภาพหัวกลับและประสาทตา (Optic Nerve) จะส่งภาพไปที่สมองและคนก็จะเห็นภาพในขณะนั้นว่าชัดหรือไม่ชัดอย่างไร

ขั้นตอนการทำงานของตาทำให้เกิดลักษณะต่างๆดังนี้

• ถ้าแสงผ่านเข้าไปในตาแล้ว รวมแสงที่จอรับภาพพอดีเราเรียกลักษณะนี้ว่า สายตาปกติ (EMMERTROPIA)
• ถ้าแสงผ่านเข้าไปในตาแล้วรวมแสง ก่อนหรือหลังจอรับภาพพอดี เราเรียกลักษณะนี้ว่า สายตาผิดปกติ (AMERTROPIA)
.........................................................


สายตาผิดปกติ

คือลักษณะที่การมองเห็นมีปัญหาเกิดขึ้น (Refractive error) ซึ่งแยกได้หลายประเภทดังนี้

สายตาสั้น (Myopia)

คือภาวะที่แสงสะท้อนจากวัตถุมีการหักเหและโฟกัสเกิดขึ้นก่อนที่จะถึงจอประสาทตา (retina) ทำให้การมองเห็นภาพในระยะไกลไม่ชัดเจน

สายตายาว (Hyperopiaหรือ Hypermetropia)

หมายถึงภาวะที่แสงสะท้อนจากวัตถุมีการรวมตัวหรือ Focus เลยตำแหน่งของจอประสาทตาไป ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนทั้งใกล้ไกล

สายตาเอียง (Astigmatism)

หมายถึงภาวะที่การรวมตัวของแสง (focus) ที่ตกบนจอประสาทตามีมากกว่า 1 จุด ทำให้การมองเห็นเป็นภาพซ้อน (Double vision)

สายตาคนสูงอายุ (Presbyopia)

สายตาประเภทนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเกิดกับทุกคนเมื่อมีอายุประมาณ 40 ปี ขึ้นไป



แหล่งอ้างอิง :
แว่นบิวตี้ฟูล

 

 


Views: 19682

Be first to comment this article

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Statistics

สถิติผู้เยี่ยมชม: 38387294

Who's Online

ขณะนี้มี 19 บุคคลทั่วไป ออนไลน์