นักธรณีวิทยาชื่อ Charles Darwin (จบ)
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 

 

นักธรณีวิทยาชื่อ Charles Darwin (จบ)

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 พฤศจิกายน 2552

Charles Darwin วัย 70 ปี

     สำหรับบทบาทของการสร้างทฤษฎีธรณีวิทยาของ Darwin นั้น เขาก็มีความคิดที่ได้รับการยอมรับเช่นกัน โดยได้ใช้ความคิดหลักๆ ของ Lyell เรื่องการยกตัว และลดตัวของเปลือกโลก ดังที่ปรากฏในสมุดบันทึกที่ Darwin เขียนเมื่อปี 2379 ว่า โลกธรณีวิทยาขึ้นกับแรง 2 แรง คือ แรงยกขึ้นกับแรงกดลง และสมดุลระหว่างแรงทั้ง 2 นี้ เป็นตัวกำหนดลักษณะของผิวโลก นอกจากนี้ Darwin ก็เห็นพ้องกับ Lyell ว่า ผิวโลกมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาโดยอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม และการที่มีเปลือกหอยและก้างปลาบนภูเขานั้น เพราะแผ่นดินที่นั่นเคยเป็นท้องทะเลมาก่อน และแรงยกตัวได้ทำให้ท้องทะเลสูงจนเป็นภูเขา โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะดำเนินไปอย่างช้าๆ
       
       ในขณะที่นักธรณีวิทยาคนอื่นเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างฉับพลันกะทันหัน เช่น มีการระเบิดของภูเขาไฟ น้ำท่วม หรือแผ่นดินไหว เป็นต้น แต่ถึง Lyell อ้างว่า ความคิดเรื่องการยกตัว และลดตัวของแผ่นดินจะใช้ได้เฉพาะทวีปยุโรป เพราะเขาได้ศึกษาเฉพาะบริเวณเทือกเขา Alps เท่านั้น แต่ Darwin คิดว่า ความคิดนี้ใช้ได้ทั่วโลกจากการได้ไปเยือน 7 คาบมหาสมุทรและ 5 ทวีป เขาจึงได้เห็นเหตุการณ์ลดตัวและยกตัวของแผ่นดินอย่างกว้างขวางกว่า Lyell เช่น
       
       เมื่อเดินทางถึง Argentina เขาได้เห็นที่ราบที่กว้างใหญ่ไพศาล เห็น Valparaiso ใน Chile ที่มีหน้าผาสูงใกล้บริเวณชายหาด ซึ่งทอดตัวยาว 100 ไมล์ เห็นเทือกเขา Andes ที่สูงใหญ่กว่าภูเขาใดๆ ในยุโรป และเห็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ Valparaiso เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2378 ซึ่งทำให้พื้นดินถูกยกสูงขึ้นหลายเมตรด้วย จากข้อมูลทั้งหมดนี้ Darwin จึงสรุปว่า อเมริกาใต้ทั้งทวีปกำลังยกตัวสูงขึ้น และนั่นก็หมายความว่า เทือกเขา Andes ก็กำลังสูงขึ้นด้วย

สมุดบันทึกของ Darwin


       
        ผลงานชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งของ Darwin คือ เรื่องกำเนิดของปะการังซึ่งเขาได้เรียบเรียงไว้ในหนังสือชื่อ The Structure and Distribution of Coral Reefs หลังจากที่ได้พบว่า ปะการังจะไม่มีวันโผล่เหนือน้ำ ดังนั้น ปะการังจะเติบโตได้เฉพาะในบริเวณน้ำตื้นเท่านั้น
       
        สำหรับในกรณีการเกิดปะการังแบบ atoll (โขดหินที่ล้อมรอบหนองน้ำ lagoon) Darwin ได้พบว่า atoll จะอุบัติบนแผ่นดินที่กำลังจมลงอย่างช้าๆ โดยมีปะการังในบริเวณที่ปริ่มน้ำใกล้บริเวณยอดเขาที่กำลังทรุดตัวลง เมื่อปะการังเจริญเติบโตจนทำให้เกิดหมู่เกาะปะการัง ส่วนแผ่นดินที่ทรุดจะทำให้เกิด lagoon เหนือยอดเขาเดิม และ Darwin ก็ได้อธิบายว่า ปะการังจะไม่เติบโตใน lagoon เพราะมันต้องการน้ำที่ไหลผ่านตลอดเวลา มันจึงจะเติบโตได้ แต่น้ำใน lagoon นั้นนิ่งเกินไป ดังนั้น เมื่อใดที่แผ่นดินทรุดอย่างรวดเร็ว ปะการังจะตายหมด นั่นคือ ปะการังก็มีวิวัฒนาการ โดยมีการเคลื่อนที่ของท้องมหาสมุทรเป็นตัวกำหนดการอุบัติของปะการังชนิดต่างๆ
       
        ถึงทุกวันนี้ ทฤษฎีกำเนิดปะการังของ Darwin จะได้รับการโต้แย้งในบางจุด แต่ความเด่นของทฤษฎีนี้ก็มีตรงที่ใช้คำอธิบายง่าย ๆ และสามารถอธิบายได้มากมายหลายประเด็น

ทฤษฎีการเกิดปะการังของ Darwin (สีแดง) คือปะการังที่กำลังเติบโตในน้ำตื้นรอบๆ เนินสูงที่กำลังทรุด จนในที่สุด เนินทรุดต่ำกว่าระดับน้ำทะเล แล้วปะการังเติบโตเหนือยอดเนินจนกลายเป็น atoll ซึ่งเป็นโขดปะการัง รูปวงแหวนที่ล้อมรอบหนองน้ำ lagoon


       
        ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2375 ขณะที่เรือ Beagle จอดที่ Montevideo ในอเมริกาใต้ Darwin เก็บซากฟอสซิลของสัตว์บกได้ 12 ชิ้น จึงเป็นสัตว์ที่ไม่มีใครเคยเห็น เขาเริ่มคิดเรื่องสาเหตุของการสูญพันธ์ตามแนวคิดของ George Cuvier ผู้ได้พบซากฟอสซิลของ Megatherium (สัตว์ขนาดใหญ่) ในปี 2339 ที่ Paraguay เมื่อกลับถึงอังกฤษในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2379 Darwin จึงเอาฟอสซิลไปให้ Richard Owen ผู้เคยเป็นศิษย์ของ Cuvier ดู ในเดือนมกราคมปี 2380 Owen ยืนยันว่ากระดูกบางส่วนเป็นของสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว และอีกบางส่วนเป็นกระดูกของสัตว์ชนิดใหม่ Macrauchenia Patachonica ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับตัว llama และ guanaco
       
        ในปัจจุบัน Darwin จึงสรุปว่า การสูญพันธุ์ของสัตว์จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ เพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ นั่นเอง และสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปนั้น ได้ถูกแทนที่ด้วยสัตว์สปีชีส์ใหม่ จากนั้น Darwin ก็ได้เปรียบเทียบการกระจายของสปีชีส์ในบริเวณต่างๆ และอีก 22 ปีต่อมา เขาได้ตีพิมพ์ “On the Origin of Species”
       
        สำหรับผลงานวิชาการด้านธรณีวิทยาของ Darwin มีมากมายได้แก่ “The Structure and Distribution of Coral Reefs” (2385) “Geological Observations on the Volcanic Islands Visited during the Voyage of H.M.S. Beagle, together with Some Notices of the Geology of Australia and the Cape of Good Hope” (2387) และ Geological Obsevations on South America” (2389)
       
        คุณหาอ่านบทบาทของ Darwin ในฐานะนักธรณีวิทยาเพิ่มเติมได้จาก “Darwin and the Darwin Revolution โดย Gertrude Himmelfarb (1959) ที่จัดพิมพ์โดย Doubleday Company INC., New York
       
       สุทัศน์ ยกส้าน เมธีวิจัยอาวุโส สกว.
 

 

 


Views: 2373

Be first to comment this article

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Statistics

สถิติผู้เยี่ยมชม: 54480952

Who's Online

ขณะนี้มี 8 บุคคลทั่วไป ออนไลน์