ในสงครามไม่มีชัยชนะมาทดแทนได้
ความนิยมของผู้ชม: / 3
แย่มากดีมาก 

‘ในสงครามไม่มีชัยชนะมาทดแทนได้’
นายพลดักลาส แม็กคาร์เธอร์

“เราพยายามรวบรวมภาพในสมรภูมิไว้ให้มากที่สุด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเห็นได้ชัดว่าภาพการรบที่แท้จริง บ่อยครั้งจะเป็นการจัดฉากภาพถ่าย ...เราอยากได้ภาพจริงในยามที่ผู้นั้นไม่ได้ตั้งตัว”

โดย นันทยา ชุ้นสกุล



ไม่ว่านิยามของสงครามจะเปลี่ยนไปอีกกี่ร้อยความหมาย แต่สิ่งที่เราทุกคนได้รับจากผลของสงครามคือ ความสูญเสีย การพลัดพราก ความหวาดกลัว ความสิ้นหวัง เสียงกรีดร้องร่ำไห้ และความสูญเสียทั่วทุกหย่อมหญ้า บาดแผลทางจิตใจสาหัสไม่แพ้บาดแผลตามร่างกาย แม้จะผ่านเวลามาหลายสิบปี หลายคนยังคงไม่ลืมภาพความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
สงครามคือเครื่องมือสู่สันติภาพ หรือสงครามคือความสิ้นหวัง?

พิธีรำลึกครบรอบ 64 ปี เหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูโจมตีญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมายืนยันได้เป็นอย่างดี เสียงระฆังกังวานก้องบาดลึกเข้าไปในจิตใจของผู้สูญเสียดังขึ้นเวลา 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลาที่เครื่องบินทิ้งระเบิดบี -29 จากฐานบินทิเนียนทิ้งระเบิดปรมาณู "ลิตเทิลบอย" โจมตีฮิโรชิม่า นับเป็นระเบิดปรมาณูที่ใช้ในการทหารครั้งแรก ทั้งเมืองราบเรียบเป็นหน้ากลองในชั่วพริบตา 3 วันต่อมา "แฟตแมน" ระเบิดปรมาณูลูกที่สอง ถูกนำไปทิ้งที่เมืองนางาซากิ ผู้รอดชีวิตครั้งนั้นล้วนตกอยู่ในฝันร้ายจากกัมมันตรังสีตกค้างจนถึงปัจจุบัน 


ทหารอิตาลีเศร้าละห้อย เดินแถวยาวเข้าค่ายกักกัน
 


สงครามประวัติศาสตร์ครั้งนั้นถือเป็นสงครามโชกเลือดที่สุด เพียงระยะเวลา 6 ปี นับแต่สงครามปะทุขึ้น เมื่อปีค.ศ.1939 กระทั่งสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1945 การห้ำหั่นของทหารกว่า 100 ล้านนาย คร่าชีวิตเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายไปกว่า 60 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือนผู้บริสุทธิ์ สาเหตุล้วนมาจากการอดอาหาร โรคระบาด และการรบราฆ่าฟัน แม้ฝ่ายสัมพันธมิตรจะได้รับชัยชนะแต่ก็ใช่ว่าจะไม่สูญเสียเลย ทุกคนล้วนตกเป็นเหยื่อด้วยกันทั้งนั้น ซากศพกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่วแผ่นดิน ผืนน้ำ ทหารไม่น้อยชิงจบชีวิตตัวเองแทนการยอมถูกจับเป็นเชลยศึก
ริชาร์ด โฮล์มส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและนักเขียนสารคดีมืออาชีพ โฮล์มส์ได้เก็บรวบรวมภาพถ่ายในสงครามโลกครั้งที่ 2 จากสมรภูมิทั่วทุกมุมโลกโดยช่างภาพจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์อิมพีเรียล(Imperial War Museum) มาทำเป็นหนังสือชื่อว่า World War II in Photographs ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่สงครามปะทุกระทั่งถึงการปราชัยของฝ่ายอักษะ ทั้งภาพถ่ายสุดคลาสสิกที่ทุกคนคุ้นตา อาทิ นาวิกโยธินปักธงชาติบนยอดเขาซือริบาฉิบนเกาะอิโวจิมา, นายพลแม็กคาร์เธอร์เดินลุยน้ำขึ้นกลับฝั่งฟิลิปปินส์, เมฆดอกเห็ดเหนือนางาซากิ ฯลฯ และภาพถ่ายอีกจำนวนมากที่ไม่เคยตีพิมพ์ที่ไหนมาก่อน 
 


สุดยอดภาพโฆษณาชวนเชื่อ แม็กคาร์เธอร์เดินลุยน้ำขึ้นฝั่งเลเต ฟิลิปปินส์
 


โฮล์มส์เล่าอย่างหมดเปลือกว่า “เราพยายามรวบรวมภาพในสมรภูมิไว้ให้มากที่สุด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเห็นได้ชัดว่าภาพการรบที่แท้จริง บ่อยครั้งจะเป็นการจัดฉากภาพถ่าย เราพยายามจะไม่ใช้ภาพจากการจัดฉากในทุกที่ที่เลี่ยงได้ เราอยากได้ภาพจริงในยามที่ผู้นั้นไม่ได้ตั้งตัว”
“ส่วนหนึ่งเป็นผลงานของทหารที่ฝ่าฝืนกฎข้อบังคับของกองทัพ บางคราวภาพนั้นแทนความเสี่ยงของช่างภาพ และบางคราวภาพที่บันทึกไว้บ่งบอกว่าผู้ถ่ายภาพจะเสียชีวิตในอีกไม่กี่วินาทีถัดไป!”
ภาพถ่ายแต่ละใบบอกเล่าเหตุการณ์ ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกอย่างชัดเจนได้ดีกว่าคำบรรยายใดๆ แววตาที่ฉายแววความหวังเต็มเปี่ยมแม้ในยามไร้ซึ่งอิสรภาพ เด็กน้อยไร้เดียงสากับซากปรักหักพังจากการทิ้งระเบิด ภาพเชลยศึกเยอรมันอุ้มทหารอังกฤษผู้สูญเสียขาจากกับระเบิด ตอกย้ำคำกล่าวที่ว่า “ในสงครามยังมีพื้นที่ให้ความรักแทรกตัวอยู่” แต่ในอีกมุมหนึ่ง ศพทหารถูกคลื่นซัดเกยหาด ซากไร้ลมหายใจของผู้อพยพที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ กลับสะท้อนให้เห็นว่าสงครามต่างก็สร้างความเจ็บปวดให้ทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ได้ไม่ต่างกัน การเดินทางตามรอยภาพถ่ายเหล่านี้ทำให้เราได้เรียนรู้บทเรียนอันยิ่งใหญ่ เพื่อให้ทุกคนตระหนักและหาทางหยุดยั้งโศกนาฏกรรมไม่ให้เกิดซ้ำรอย 

 


ยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี ถือเป็นการส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เรืออเมริกันขนถ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์
 


สำนักพิมพ์มติชนจึงนำบทเรียนแห่งหายนะในหนังสือเล่มนี้มาถ่ายทอดเป็นภาษาไทยในชื่อ “บันทึกภาพประวัติศาสตร์ในสงครามโลกครั้งที่ 2” โดย “นพดล เวชสวัสดิ์” นักแปลผู้คร่ำหวอดที่มีผลงานแปลมาแล้วมากมาย สำนักพิมพ์มติชนหวังให้หนังสือ “บันทึกภาพประวัติศาสตร์ในสงครามโลกครั้งที่ 2” สะท้อนความจริงอันหดหู่ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เช่นเดียวกับภาพสงครามที่นำเสนอในรูปแบบต่างๆ อาทิ ภาพยนตร์ สารคดี ฯลฯ รวมไปถึงหนังสือตีแผ่ความโหดร้ายจากสงครามก่อนหน้านี้ อาทิ เพื่อนตายสหายศึก, สมรภูมิเดือดโอกินาวา,นางาซากิ เสียงครวญแห่งสันติ, เด็กหญิงผู้ชูธงขาว, ยุทธภูมินรกอิโวจิมา, หลั่งเลือดที่นานกิง, คิมฟุก บาดแผลแห่งสงคราม,หมออำมหิตจากนรก, 101 วันนรกในแบกแดด

และอีกหนึ่งผลงานที่กำลังจะออกมาเปิดโปงความเลวร้ายที่มนุษย์กระทำต่อกันคือ Tiger Force หน่วยรบพันธุ์นรก ถ่ายทอดเบื้องลึกเบื้องร้ายที่ไม่เคยเปิดเผยของกองกำลัง Tiger Force ที่กระทำการอย่างป่าเถื่อนโหดร้ายต่อเหยื่อผู้บริสุทธิ์ในเวียดนาม การนำเสนออย่างตรงไปตรงมา ทำให้หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี ค.ศ.2004

สมควรแล้วหรือที่เราจะยินยอมให้ความโลภ ความขัดแย้งของคนบางกลุ่ม สร้างความทรงจำที่โหดร้ายติดตรึงไปชั่วลูกชั่วหลาน หากคนในบ้านเราเมืองเรายังคิดจะประหัตประหารฟาดฟันกันเอง จ้องเอารัดเอาเปรียบ ทำร้ายผู้อ่อนแอกว่าอย่างไม่มีทางสู้ ลิดรอนอิสรภาพทางความคิด สภาพที่เรากำลังเผชิญอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับสมรภูมิ และผลของมันเลวร้ายยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ! 

 


ตำรวจเดินเท้าปลอบชายผู้พาหมาออกไปเดินในระหว่างที่ภรรยาทำอาหารกลางวันในวันอาทิตย์
---------------------------

ค่ายกักกันเบอร์เกน-เบ็ลเส็น ปลดปล่อยโดยทหารอังกฤษ ในเดือนเมษายน 1945 มีหลุมศพรวม 10,000 ศพที่ไม่มีการฝัง
-----------------------------


ปักธงชาติสหรัฐบนยอดเขาซือริบาฉิ ภาพเลื่องชื่อในสงคราม แต่เป็นภาพจัดฉาก



โดย นันทยา ชุ้นสกุล
วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

 


Views: 7084

Be first to comment this article

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Statistics

สถิติผู้เยี่ยมชม: 50542923

Who's Online

ขณะนี้มี 17 บุคคลทั่วไป ออนไลน์