ยางประหยัดน้ำมัน
ความนิยมของผู้ชม: / 7
แย่มากดีมาก 

 

ยางประหยัดน้ำมัน

เรียบเรียงโดย : บุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์

งานข้อมูลเทคโนโลยีวัสดุ


        ในสภาวการณ์น้ำมันแพงแบบนี้ ทำให้มีการรณรงค์เรื่องการประหยัดน้ำมัน ประหยัดพลังงาน และส่งเสริมให้ใช้แก๊สโซฮอล์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกเหนือจากการประชาสัมพันธ์รณรงค์การประหยัดพลังงานแล้ว ก็มีการประชาสัมพันธ์เทคนิคหรืออุปกรณ์ช่วยประหยัดน้ำมันต่าง ๆ ทั้งที่เป็นแนวความคิดเก่า หรือแนวความคิดใหม่เป็นระยะ และหนึ่งในผลิตภัณฑ์ช่วยประหยัดน้ำมัน ที่มีการประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจนก็ คือ ?ยางประหยัดน้ำมัน? นั่นเอง แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ยางรถยนต์ประหยัดน้ำมันที่ประชาสัมพันธ์กันนั้น ช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างไร?

ปัจจัยที่มีผลต่อความประหยัดน้ำมัน


        ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงปัจจัยอย่างสภาพการจราจรที่หนาแน่น-ไม่หนาแน่น สภาพเครื่องยนต์เก่า-ใหม่ แต่หมายถึงปัจจัยที่มีผลโดยอิงหลักการทางวิทยาศาสตร ์ของการเคลื่อนที่ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ออกมาได้ว่า ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของรถยนต์คันหนึ่งนั้น เป็นผลจากการเอาชนะแรงต้าน การเคลื่อนที่ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นความเฉื่อยของรถยนต์ (ตามกฎของนิวตัน) ความเสียดทานจากถนน แรงฉุดของอากาศ (air drag) และแรงต้านทานการหมุนของล้อ (rolling resistance) ดังนั้นคงเห็นได้ชัดเจนว่าแรงต้านทานการเคลื่อนที่นั้นมีอะไรบ้าง แต่ว่าแรงต้านแต่ละชนิดนั้นมีผล หรืออิทธิพลต่อการเคลื่อนที่ของรถยนต์มาก- น้อยเพียงใด?


จาก การศึกษาอิทธิพลของแรงต้านต่าง ๆ รวมถึงลักษณะการขับขี่ต่อความประหยัดน้ำมัน ได้พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า การขับขี่ในเมืองหลวงที่รถมีการเคลื่อนที่และหยุดบ่อย ๆ นั้น แรงต้านจากความเฉื่อย (จากการออกตัวและการเบรก) มีผลกับการใช้พลังงาน 35% ความเสียดทานของถนนมีผลประมาณ 45% แรงฉุดจากอากาศมีผลประมาณ 5% และแรงต้านทานการหมุนของล้อมีผลประมาณ 15%
ขณะที่การขับขี่รถยนต์นอกเมือง (ขับด้วยความเร็วคงที่) ถือว่าไม่มีการออกตัวและเบรกเหมือนการขับขี่ในเมือง แรงต้านจากความเฉื่อยจึงไม่ถูกรวมเข้ามา ดังนั้นแรงต้านที่เหลือจึงมีเพียงแรงเสียดทานจากถนนที่มีผลประมาณ 15% ขณะที่แรงต้านทานการหมุนของล้อมีผลประมาณ 25% แต่แรงฉุดจากอากาศจะมีผลถึง 60%
        จากข้อมูลนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีเพียงแรงฉุดของอากาศกับแรงต้านการหมุนของล้อเท่านั้น ที่สามารถเปลี่ยน แปลงได้ แรงฉุดของอากาศเป็นแรงที่มีทิศทางตรงข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ สามารถลดได้โดยออกแบบรถยนต์ให้มีรูปทรงโค้งมนและมีผิวเรียบ ส่วนแรงต้านทานการหมุนของล้อเป็นแรงที่เกิดขณะวัตถุมีการหมุน แรงนี้มีสาเหตุเนื่องจากการเสียรูปของวัตถุบริเวณพื้นผิวสัมผัส เช่น บริเวณพื้นผิวสัมผัสระหว่างดอกยางและผิวถนน เป็นต้น ดังนั้นแรงต้านทานการหมุนจึงขึ้นอยู่กับความแข็ง ความยืดหยุ่นของวัสดุแต่ละชนิด ตัวอย่างเช่น ล้อยางมีแรงต้านทานการหมุนมากกว่าล้อเหล็ก พื้นทรายมีแรงต้านทานการหมุนมากกว่าพื้นคอนกรีต ยางรถที่มีหน้ายางกว้างจะมีแรงต้านทานการหมุนมากกว่า ยางรถหน้ายางแคบ เป็นต้น

เติมซิลิกาลงไปช่วยลดแรงต้านการหมุน

 

การลดแรงต้านทานการหมุนเพื่อประหยัดน้ำมัน

 

        จะลดแรงต้านทานการหมุนของล้อลงได้อย่างไร? มีการวิจัยตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 พบว่าการผสมซิลิกา (silica) ลงในสูตรเนื้อยางสำหรับผลิตดอกยาง (tread) สามารถลดแรงต้านทานการหมุนของล้อลงได้มากกว่าล้อยางทั่วไปประมาณ 20% ทั้งนี้เนื่องจากซิลิกาทำหน้าที่เป็นสารตัวเติมเสริมแรง (reinforcement) ชั้นดีให้กับเนื้อยาง ทำให้ยางมีความแข็งแรงมากขึ้น จึงเกิดการเสียรูปขณะสัมผัสกับผิวถนนน้อยลง ขณะที่ยางทั่วไปในปัจจุบันนิยมใช้ผงเขม่าดำ (carbon black) เป็นสารตัวเติมเสริมแรงเพราะมีราคาถูก และจากผลการทดสอบในรถยนต์จริงได้ข้อมูลออกมาว่า การนำซิลิกาไปใช้เป็นสารตัวเติมในดอกยางจะช่วยให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันเชื้อ เพลิงได้เพิ่มขึ้นประมาณ 5%

มุมมองเชิงบวกของยางประหยัดน้ำมัน

   1. ช่วยให้รถยนต์ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น
   2. ลดการปลดปล่อยมลภาวะทางอากาศ

มุมมองเชิงลบ


   1. ข้อมูลบางแหล่งระบุว่า การใช้ซิลิกาเป็นสารตัวเติมในดอกยาง จะส่งผลให้ดอกยางสึกหรอได้ง่ายขึ้น
   2. ยางประหยัดน้ำมันมีราคาสูงกว่ายางปกติทั่วไป

หมายเหตุ

ข้อมูลจากบางเว็บไซต์ระบุว่า การลดความหนา (ความสูง) ของดอกยางลงประมาณครึ่งหนึ่งก็สามารถลดแรงต้านทานการหมุนของล้อได้ ซึ่งนั่นหมายถึงสามารถช่วยให้รถประหยัดน้ำมันได้ (เล็กน้อย) แต่ในมุมมองของผู้ใช้รถยนต์  ความหนาของดอกยางที่ลดลงหมายถึงอายุการใช้งานของยางรถยนต์นั้นก็สั้นลงด้วยเช่นกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง


Views: 6213

Be first to comment this article

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Statistics

สถิติผู้เยี่ยมชม: 49663587

Who's Online

ขณะนี้มี 27 บุคคลทั่วไป ออนไลน์