Intercooler
ความนิยมของผู้ชม: / 170
แย่มากดีมาก 

 

 

Intercooler

คลิกค่ะ     

คลิกที่ ดูการทำงาน

     อุปกรณ์ชิ้นนี้จะต้องมีควบคู่กับเครื่องยนต์ที่มีเทอร์โบ

     เทอร์โบนั้นจะทำงานโดยใช้แรงดันของไอเสีย ขับให้กังหัน Turbine หมุนด้วยความเร็วสูง นั่นก็หมายความว่ากังหันด้าน Compressor หมุนเร็วตามไปด้วย ซึ่งความเร็วที่หมุนนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 100,000-200,000 รอบ/นาที เลยทีเดียว ด้วยความเร็วขนาดนั้น อากาศจึงถูกอัดเข้าสู่กระบอกสูบได้มากตามที่เครื่องยนต์ต้องการ แต่อากาศที่ถูกอัดด้วยความเร็วขนาดนั้น โมเลกุลของอากาศจะเสียดสีกันจนเกิดความร้อนสูง โมเลกุลของมันก็จะขยายตัวทำให้ความหนาแน่นของมันลดลง ปริมาณอากาศที่จะเข้ากระบอกสูบได้ก็จะน้อยลง เครื่องยนต์จะได้กำลังไม่เต็มที่

     ดังนั้นจึงต้องมีการลดอุณหมิของอากาศก่อนที่จะเข้าเครื่องยนต์ เมื่ออากาศเย็นลงความหนาแน่นก็จะเพิ่มขึ้นด้วย Intercooler หน้าที่ของมันคือช่วยลดอุณหภูมิของอากาศ เปรียบง่ายๆ ก็เหมือนกับ "หม้อน้ำ" ของรถยนต์มีหน้าที่ลดอุณหมิของน้ำหล่อเย็นนั่นเอง ถ้าไม่มีเจ้า Intercooler หากอุณหภูมิของอากาศเพิ่มขึ้นทุกๆ 10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิของไอเสียจะสูงขึ้นเป็น 3 เท่า ผลคือเครื่องยนต์จะร้อนจัด สมรรถนะก็ได้ไม่เต็มที่ เจ้าอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นนี้ควรจะทำงานร่วมกัน ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป เครื่องยนต์ก็จะไม่สามารถทำงานได้สมบูรณ์นัก
 

    ก่อนอื่นเราต้องทราบกันก่อนว่า อากาศมีอุณหภูมิปกตินั้น จะมีความหนาแน่นในตัวเอง  และมีปริมาณออกซิเจนเพื่อใช้ในการเผาไหม้ปะปนอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งเพียงพอต่อการสันดาปในห้องเผาไหม้ปกติ

    แต่เมื่อใดที่อากาศ ถูกอัดให้แน่นโดยกังหันเทอร์โบ มันก็จะมีความร้อนสูงขึ้นจากการอัดตัวนั้น แต่ในทางตรงกันข้าม อากาศที่ร้อน ยอมมีความหนาแน่นน้อยลง (วิทยาศาสตร์ ป. 4) และก็จะมีออกซิเจนปะปนอยู่น้อยลงตามไปด้วย และถ้ามันถูกส่งเข้าห้องเผาไหม้ไปทั้งอย่างนั้น (ร้อนๆ) ก็จะทำให้เครื่องยนต์ได้รับปริมาณอากาศที่เบาบาง (เพราะ ECU รถยุคใหม่ วัดเอาปริมาณการไหลเทของอากาศมาคำนวนการจ่ายน้ำมันโดยไม่สนว่าจะหนาแน่นหรือเบาบาง) และมีออกซิเจนน้อย รวมทั้งยังจะทำให้มีความร้อนสะสมในระบบสูงเกินกว่าที่ควร

   ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องลดอุณหภูมิของอากาศที่เครื่องยนต์ต้องนำไปใช้นั้น ให้เย็นลงจนถึงระดับปกติ เพื่อให้เครื่องยนต์ของเรา ได้รับทั้งปริมาณอากาศจากที่ถูกอัดโดยเทอร์โบ และได้ปริมาณออกซิเจนในอากาศที่หนาแน่น เพียงพอต่อการสันดาปในรอบสูงสูง โดยที่ไม่ก่อให้เกิดความร้อนสะสมในระบบเครื่องยนต์มากนัก เป็นการเพิ่มแรงม้าให้เครื่องยนต์ โดยใช้งานได้ต่อเนื่องเป็นระยะทางยาวนาน และลดการสึกหรอของชิ้นส่วนภายในได้มากทีเดียวครับ
 







   

     หรือรถบางรุ่นอาจไม่ได้นำไปติดตั้งไว้ที่หน้ารถ กลับเอาไปไว้ในตำแหน่งอื่นๆ และแต่การดีไซน์ระบบท่ออากาศและขนาดในห้องเครื่องเช่นอาจนำไปไว้ด้านบนแล้วเจาะช่องรับลมพร้อมติดพัดลมดูดอากาศเพิ่ม ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการคำนวญขนาดเพื่อให้ได้ปริมาณอากาศที่เหมาะสม เพียงพอ ไม่มาก ไม่น้อยเกินไปด้วยครับ (ในรูปเป็นของรถHummer ซึ่งไม่มีพื้นที่หน้ารถให้หม้อน้ำและหม้ออินเตอร์อยู่ จึงถูกยกมาไว้ข้างบนแทน


ดังนั้น .................หน้าที่หลักของ อินเตอร์คูลเลอร์ คือ
ช่วยลดอุณหภูมิของอากาศก่อนที่จะเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์


     โดยเจ้าอินเตอร์คูลเลอร์นี้ มันจะมีลักษณะเป็นแผลงระบายความร้อน คล้ายกับรังผึ้งหม้อน้ำ แต่ด้านในกลับกลวงเพื่อให้อากาศไหลผ่านภายในท่อด้านในได้โดยสะดวก เพื่อให้อากาศที่วิ่งผ่านนั้นได้รับการแลกเปลี่ยนเอาความร้อนออกไป และเพิ่มมวลรวมของอากาศก่อนเข้าไปจุดระเบิดนั่นเอง

     อิอิ ง่ายจะตายไปครับ สำหรับหลักการทำงานของอุปกรณ์ที่มีท่านพี่คนหนึ่งตั้งชื่อเป็นภาษาไทยซะตรงตัวเชี่ยวว่า "หม้อเย็นสากล"
 




   บรรยายภาพ หลักการทำงานของเทอร์โบ และอินเตอร์คูลเลอร์ แบบระบายความร้อนด้วยอากาศ
1 อากาศอุณหภูมิปกติ ถูกดูดผ่านกรองอากาศ เข้าระบบเผาไหม้ โดยมีเทอร์โบเป็นตัวดูด และอัดอากาศ
2 อากาศที่ถูกอัดเข้าสู่ท่ออากาศ ก่อนเข้าอินเตอร์คูลเลอร์ จะร้อนขึ้นมาก
3 อากาศผ่านเข้าสู่อินเตอร์คูลเลอร์ และถูกแลกเปลี่ยนความร้อน โดยอากาศที่เย็นกว่า ไหลผ่านรังผึ้งระบายความร้อนของอินเตอร์
4 อากาศที่อัดแล้ว เย็นแล้ว จะเข้าสู่ห้องเผาไหม้ตามความต้องการของเครื่องยนต์
5 อากาศที่สันดาปแล้ว จะถูกคลายออกทางช่องระบายไอเสีย และกลายเป็นไอเสียรถยนต์ทั่วไป
6 แต่แทนที่จะถูกปล่อยทิ้งสู่ภายนอกโดยไม่มีประโยชน์ ไอเสียที่เครื่องยนต์คลายออกมานั้น จะถูกนำไปใช้หมุนกังหันเทอร์โบอีกฝั่งหนึ่ง เพื่อปั่นให้กังหันด้านของไอดี อัดอากาศเข้าระบบตามวงรอบ (จุดที่ 1)
7 แล้วก็หมดหน้าที่ของมัน...เจ้าไอเสีย..เชิญออกไปสู่ชั้นบรรยากาศโลก เพิ่มมลพิษ และสร้างเรือนกระจกให้โลกร้อนขึ้นต่อไปตามสบายครับ อิอิ


     ตามหลักแล้ว อินเตอร์ฯ ที่ดี จะต้องลดความร้อนของไอดีให้ได้มากที่สุด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องมีขนาดใหญ่ที่สุดนะครับ

     บางครั้งก็เกิดความเข้าใจกันไปผิดๆว่า ถ้าอินเตอร์มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะระบายความร้อนของอากาศได้ดีขึ้นและเพียงพอต่อระบบโดยไม่ได้คำนึงถึงอัตราเร่งของอากาศ ที่ช้าลงจนทำให้ขาดประสิทธิภาพในด้านปริมาณอากาศที่ควรได้รับจากการมีเทอร์โบ ส่วนใครจะบอกว่าติดลูกใหญ่ๆมีประโยชน์เอาไว้ขู่คู่ต่อสู้บนถนนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ  

     อินเตอร์ใบใหญ่เกินพอดีและโล่งเกินกว่าจะรักษาอัตราเร่ง อาจเป็นสาเหตุของอาการรอรอบ บูสต์มาช้า หรือบูสต์ไม่ขึ้นได้เช่นกันครับผม

    ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่แท้จริงของอินเตอร์ฯ จึงไม่ใช่เฉพาะเรื่องของขนาดอินเตอร์ จำพวกขนาด ความกว้าง ความยาว ของอินเตอร์เท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงวัสดุ การออกแบบครีบระบายความร้อน และการติดตั้งให้ได้รับลมเย็นได้ดีที่สุด ซึ่งจะมีผลต่อประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้มากกว่าโดยไม่สูญเสียอัตราเร่งที่เป็นสาระสำคัญของระบบอัดอากาศ

    จากพื้นฐานที่ว่า อินเตอร์ที่ดี ต้องระบายความร้อนไอดีได้มากที่สุด โดยไม่ให้เสียอัตราเร่งและมวลอากาศ จึงได้เกิดการพัฒนารูปแบบของการระบายความร้อนให้แก่อากาศในอินเตอร์คูลเลอร์อีกมากมาย แล้วแต่ว่าจะสามารถดึงเอาอะไรมาใช้กันได้บ้าง เช่น

1แบบที่เห็นกันอยู่ทั่วๆไป คือ เอาอากาศเย็น มาใช้ระบายความร้อนให้อากาศในระบบโดยมีพัดลมหม้อน้ำช่วดูดอากาศให้ไหลผ่าน ติดพัดลมเพิ่มถ้าจำเป็น และอาศัยแรงลมจากการปะทะด้านหน้ารถเวลาวิ่งเร็วๆ
2 เอาน้ำที่อยู่ในระบบหล่อเย็น แบ่งส่วนหนึ่งมาหล่อเย็นรังผึ้งอินเตอร์ เอาน้ำในระบบเฉพาะของอินเตอร์มาระบายความร้อน (Air to water intercooler และ (water-to-air intercooler แล้วแต่ว่าใครเป็นฝ่ายวิ่งหาใคร)
3 เอาน้ำแข็งเทใส่ช่องเก็บน้ำแข็งในอินเตอร์ (ใช้งานระยะสั้นๆเช่นในสนามแดร๊ก)
4 ใช้สเปรย์น้ำ ฉีดเป็นฝอยไปที่แผลงอินเตอร์เพื่อระบายความร้อน
5 ขับรถลงน้ำซะเฉยๆเลย 
6 ติดตั้งระบบทำความเย็นให้มันซะเลย อ่ะอ่ะ อย่าเพิ่งบอกว่าตลกนะครับ มีจริงๆ (Refrigerated Air Water Intercooler)
7, 8, 9, 10 ........ฯลฯ อีกมากมาย


Views: 21416

Be first to comment this article

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Statistics

สถิติผู้เยี่ยมชม: 49928575

Who's Online

ขณะนี้มี 12 บุคคลทั่วไป ออนไลน์