dowload sourcecode ที่นี่

การคอมไพล์ sourcecode

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ภาคการศึกษา 1/2552 มีผู้ลงทะเบียนเรียนวิชาฟิสิกส์ 1 จำนวน 2 พันกว่าคน หลังจากการสอบกลางภาค มีนักศึกษาขอถอนรายวิชา และไม่เข้าสอบ รวมทั้งนักศึกษาที่มี่ชื่อ แต่ไม่เคยเข้าเรียน เหลือจำนวนนักศึกษาประมาณ 1900 กว่าคน ซึ่งเป็นจำนวนเกือบถึงขีดจำกัดของโปรแกรม ผมจึงต้องขยายขีดความสามารถของโปรแกรมนี้ให้รองรับข้อมูลให้ได้มากขึ้น โดยขยายให้รับจำนวนนักศึกษาได้ไม่เกิน 4000 คน เนื่องจากเวลาผ่านไปนาน จึงจำไม่ได้ว่าได้คอมไพล์โปรแกรมนี้อย่างไรบ้าง โฟลเดอร์แต่ละโฟลเดอร์ เกี่ยวข้องกันอย่างไร จัดทำเป็น JAR file แล้วนำไปใส่ในเว็บไซต์อย่างไร ต้องมานั่งทบทวนรื้อฟื้น เป็นเวลานาน จึงคิดว่าน่าจะเขียนไว้เป็นบันทึกช่วยจำ เมื่อใดต้องการ update ก็ไม่ต้องไปรื้อค้นที่ไหน อ่านทบทวนจากตรงนี้แหละ

เริ่มต้นไปตามลำดับดังนี้นะครับ

การแก้ไขและคอมไพล์โปรแกรม

ตั้งสมมติฐานไว้ว่าในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรามีโปรแกรมจาวา (JDK - Java Development Kit) ตั้งแต่รุ่น 6 ขึ้นไป พร้อม Text Editor อะไรก็ได้ที่ถนัดใช้ (ของผมก็ Editplus) ติดตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว ระบบปฏิบัติการที่ใช้เป็นวินโดว์ XP เริ่มต้นด้วยการนำ source code ไปเก็บไว้ที่ drive C จัดโฟลเดอร์ให้ มีลักษณะเป็นลำดับชั้นดังนี้

เขียนเป็นแผนภาพต้นไม้ (hierarchy) ได้ดังนี้

 

ในโฟลเดอร์ MathTools จะเก็บ class file ที่ผ่านการคอมไพล์ แบ่งเป็นโฟลเดอร์ย่อยตามลักษณะหัวข้อทางคณิตศาสตร์

โฟลเดอร์ Common คลาสในโฟลเดอร์นี้ใช้เก็บค่าคงที่ทั่วไป ค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ฟังก์ชันที่จะต้องใช้ร่วมกันทั้ง project

โฟลเดอร์ Derivative เก็บคลาสที่ใช้หาอนุพันธ์

โฟลเดอร์ DifferentialEq เก็บคลาสใช้ในการแก้สมการอนุพันธ์แบบสามัญ

โฟลเดอร์ Integration เก็บคลาสการหาปริพันธ์เบื้องต้น

โฟลเดอร์ LinearAlgebra เก็บคลาสการคำนวณเมตริกซ์ และดิเทอร์มิแนนท์ การแก้สมการระบบสมการเชิงเส้น

โฟลเดอร์ Regression เก็บคลาสที่ใช้การประมาณค่าโดยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด ได้แก่ Linear regression และ Polynomial regression.

โฟลเดอร์ SimpleStat เก็บคลาสที่ใช้ในการคำนวณทางสถิติเบื้องต้น ได้แก่ การหาความถี่ ความถี่สะสมของข้อมูล การหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การคำนวณหาค่า Z รวมทั้งการคำนวณคะแนน T ปกติ

ในโฟลเดอร์ JApp เป็นโฟลเดอร์ที่ใช้เก็บ โปรแกรมประเภท Application ซึ่งเรียกใช้คลาสต่าง ๆ ที่อยู่ใน โฟลเดอร์ MathTools แบ่งเป็นโฟลเดอร์ย่อย ตามชื่อ Application ที่สร้างขึ้น ซึ่งขณะนี้มีเพียงโฟลเดอร์ย่อยเพียงโฟลเดอร์ย่อยเพียงโฟลเดอร์เดียวคือ TS (เป็นชื่อย่อของ TScore) ในอนาคตถ้าต้องการสร้าง Application อื่น ๆ อีก ก็สามารถเก็บเป็นโฟลเดอร์ย่อยภายใต้โฟลเดอร์ JApp นี้

ในโฟลเดอร์ src ใช้เก็บโปรแกรมต้นฉบับ (Source code) ในที่นี้จะแสดงเฉพาะโฟลเดอร์ของโปรแกรมต้นฉบับที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมคำนวณคะแนน T ปกติ เพื่อกำหนดระดับคะแนนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เท่านั้น ซึ่งมีโฟลเดอร์ย่อยที่เกี่ยวข้อง 5 โฟลเดอร์ย่อย คือ

โฟลเดอร์ Common เป็นโปรแกรมต้นฉบับที่เก็บค่าคงที่ ซึ่งโปรแกรมคำนวณคะแนน T ปกติ ฯ นี้มีการเรียกใช้ค่าคงที่เหล่านี้

โฟลเดอร์ Integration เก็บโปรแกรมต้นฉบับที่ใช้หาค่าปริพันธ์แบบต่าง ๆ

โฟลเดอร์ SimpleStat เก็บโปรแกรมต้นฉบับที่ใช้คำนวณค่าสถิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรม

โฟลเดอร์ TScore เก็บโปรแกรมต้นฉบับที่ใช้คำนวณ คะแนน T และ การตรวจสอบการรับข้อมูลจากแป้นพิมพ์ หรือจากไฟล์ ก่อนที่จะนำไปสู่ขั้นตอนการคำนวณ เมื่อคอมไพล์ได้แล้วจะถูกเก็บรวมไว้ในโฟลเดอร์ MathTools/SimpleStat

โฟลเดอร์ test เก็บโปรแกรมต้นฉบับ ของ Application แบ่งตามเวอร์ชันต่าง ๆ ที่พัฒนามาเป็นลำดับ จากภาพจะเห็นว่าผมพัฒนาไว้ถึงเวอร์ชั่น A04

สมมติว่าผมแก้ไขโปรแกรม 3 โปรแกรม คือ AboutPanel.Java, HelpPanel.java อยู่ใน Folder c:/JavaMathTools/src/test/A04 และ CommonConstants.java อยู่ในโฟลเดอร์ c:/JavaMathTools/src/Common/ โดยใช้ text editor ที่ถนัด เมื่อแก้ไข เปลี่ยนแปลงโปรแกรมตามที่ต้องการแล้ว อย่าลืม save file ด้วย

การคอมไพล์โปรแกรม จะทำการคอมไพล์เฉพาะ 3 ไฟล์ที่กล่าวมาแล้วเท่านั้น ไฟล์อื่น ๆ ที่ไม่มีการแก้ไข เราจะไม่ไปคอมไพล์มันใหม่ และในที่นี้จะแสดงการคอมไพล์ด้วยวิธีธรรมดา ไม่มีการใช้ Ant หรือ Netbean หรือ Eclipse เข้ามาช่วย

เริ่มต้นด้วยการคลิกที่ปุ่ม Start แล้วคลิกที่เมนู run แล้วพิมพ์คำว่า cmd ลงในกรอบดังรูป

คลิกปุ่ม OK จะได้หน้าต่างที่แสดง command mode หรือ DOS mode ดังรูป (พิมพ์คำว่า cmd นะครับ ไม่ใช่ command ถ้าอยากรู้ว่าทำไม ลองทดสอบดูเอาเองก็แล้วกัน)

ใช้คำสั่ง cd (change directory) เปลี่ยนโฟลเดอร์ ให้เคอร์เซอร์ปรากฏที่ c:\JavaMathTools/src ดังรูป

เริ่มต้นด้วยการคอมไพล์ไฟล์ชื่อ AboutPanel.java โดยพิมพ์คำสั่งดังรูป

พารามิเตอร์ที่ต่อท้ายคำสั่ง Javac มีอยู่ 3 ส่วนดังนี้

-d .. หมายถึงบอกให้คอมไพเลอร์รู้ว่า class file ที่ได้จากการคอมไพล์ จะถูกจัดเก็บไว้ในโฟลเดอร์ใด จุด 2 จุดบอกให้รู้ว่าเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่อยู่เหนือโฟลเดอร์ src แต่จะเป็นโฟลเดอร์ย่อยใดนั้นให้ดูจากคำสั่ง package ที่ปรากฏอยู่ใน sourcecode ของโปรแกรม

-cp .. ย่อมาจากคำว่า class path เป็นการบอกคอมไพเลอร์ให้ทราบว่า การเข้าถึง class file ณ ที่โฟลเดอร์ใด จุด 2 จุดบอกให้คอมไพเลอร์ทราบว่า class file ถูกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่อยู่เหนือโฟลเดอร์ src ไปหนึ่งโฟลเดอร์

./test/A04/AboutPanel.java เป็นการบอกชื่อไฟล์ที่มีนามสกุล java เป็นไฟล์ที่เราต้องการคอมไพล์ อย่าลืมจุดที่ปรากฏหน้าเครื่องหมาย / ซึ่งบอกให้ทราบถึงตำแหน่งปัจจุบันที่เคอเซอร์อยู่

ถ้าโปรแกรมไม่มีข้อบกพร่อง การคอมไพล์จะผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ไม่มีการแจ้งข้อความผิดพลาดใด ๆ ปรากฏให้เห็น

จากนั้นคอมไพล์อีก 2 ไฟล์ที่เหลือดังรูป สังเกตบรรทัดที่ 2 นะครับว่า ไฟล์ต้นฉบับชื่อ CommonConstants.java อยู่ต่างโฟลเดอร์ กับ AboutPanel.java และ TScorePanel.java

ขั้นต่อไปเป็นการทดลอง run โปรแกรม โดยใช้คำสั่งดังนี้

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดจะเห็นโปรแกรมทำงาน

การทำ JAR file

โปรแกรมภาษาจาวาจะประกอบด้วยคลาสหลาย ๆ คลาส แยกกันอยู่ต่างโฟลเดอร์ เมื่อจะนำไปใช้งานที่เครื่องอื่น ๆ จะต้อง copy หลายไฟล์และหลาย ๆ โฟลเดอร์ ทำให้ยุ่งยากในการใช้งาน จึงได้มีการรวบรวมคลาสที่ต้องใช้งานเหล่านี้ นำไปเก็บไว้ในไฟล์เดียวกัน เมื่อจะโยกย้ายโปรแกรมไปที่เครื่องอื่น ๆ หรือจะ upload ขึ้น server เพื่อใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต ก็จะมีเพียงไฟล์เดียวนี้เท่านั้น โดยไฟล์ที่ว่านี้จะถูกบีบอัดให้เล็กลงเรียกว่า JAR file ซึ่งย่อมาจาก Java ARchive file

เราจะรวบรวมโปรแกรมของเราให้อยู่ในรูป JAR file ที่ชื่อว่า TScoreCal.jar โดยมีขั้นตอนดังนี้

สร้าง manifest file เพื่อให้ JRE (Java Runtime Environment) รู้ก่อนว่าจะเรียกใช้คลาสใดเป็นคลาสแรกในการเริ่มต้นทำงาน

ข้อความใน manifest file ที่ชื่อว่า myManifest.txt โดยเก็บไว้ในโฟลเดอร์ c:\JavaMathTools มีข้อความเพียงบรรทัดเดียวดังนี้

ความหมายคือ เมื่อโปรแกรมเริ่มต้นทำงานจะเริ่มที่คลาส TScoreApp ซึ่งเก็บไว้ในโฟลเดอร์ JApp/Ts

ทำให้เป็น JAR file โดยใช้คำสั่งดังนี้

เขียนทวนอีกครั้ง ในรูปภาพอาจมองไม่ชัด

C:\JavaMathTools>jar –cvmf myManifest.txt TScoreCal.jar JApp MathTools/Common MathTools/Integration MathTools/SimpleStat

ความหมายของคำสั่ง jar ในประโยคนี้คือ เป็นการสร้าง JAR file ที่ชื่อว่า TScoreCal.jar โดยนำ Manifest file ที่ชื่อว่า myManifest.txt รวมเข้าไปด้วย คลาสต่าง ๆ ที่จะนำไปรวมกันอยู่ในโฟลเดอร์ JApp, MathTools/Common, MathTools/Integration และ MathTools/SimpleStat

ถ้าอยากทราบความหมายของ -cvmf คืออะไร ให้พิมพ์คำสั่ง jar แล้วกด Enter จะพบว่าจะมีวิธีใช้คำสั่ง jar และความหมายของพารามิเตอร์ต่าง ๆให้เราทราบ

ถึงขั้นตอนนี้เราจะได้ TScoreCal.jar ขนาดประมาณ 34.4 KB เมื่อดับเบิลคลิก เราจะเห็นโปรแกรมทำงาน สามารถนำไฟล์ TScoreCal.jar นี้เพียงไฟล์เดียว ไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ (โดยมีข้อแม้ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นต้องมี JRE ติดตั้งอยู่ในเครื่องด้วย)

การทำ Digital Signature และนำไปใส่ไว้ใน Web Server

การที่จะทำให้โปรแกรมที่อยู่ในรูป jar file สามารถทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตโดยอาศัย Java Web Start นั้น จะต้องทำการสร้างลายเซ็น (sign) ให้แก่ jar file ในที่นี้คือ TScoreCal.jar เสียก่อน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน (ป้องกันการเปลี่ยนแปลงแก้ไข โปรแกรม หรือทำโปรแกรมแอบอ้างเพื่อล้วงข้อมูลผู้ใช้งาน) ในการปรับปรุงโปรแกรมแต่ละครั้ง ข้อมูล binary และขนาดของ TScoreCal.jar เปลี่ยนไป ต้องสร้างลายเซนใหม่ทุกครั้งเมื่อ upload สู่ web server

ขั้นตอนการสร้างลายเซน มีดังนี้

1. สร้าง mykey สำหรับการสร้าง self sign certificate เริ่มดังนี้

C:\JavaMathTools>keytool -genkey -keystore mykey -alias me

คำสั่งนี้เป็นการให้โปรแกรม keytool สร้าง keystore ชื่อว่า mykey (จะเป็นชื่ออื่นก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้อง mykey) เก็บไว้ในโฟลเดอร์ JavaMathTools ตามด้วย option –alias หมายถึง key ที่สร้างขึ้นนี้จะมีหลากหลายรูปแบบ แต่ที่กำลังจะสร้างให้มีรูปแบบที่ชื่อว่า me

2. รอสักครู่ จะขึ้นหน้าจอให้ใส่ password สำหรับ keystore ดังนี้ ในที่นี้ใส่ physics0 ซึ่งจะไม่แสดงให้เห็นบนจอภาพ

3. จะมีการถามคำถามอีกหลายบรรทัด เป็นข้อมูลของเราเอง ดังนี้ (ตรงส่วนที่ล้อมกรอบสีเหลืองคือข้อมูลที่เราต้องพิมพ์ลงไป)

4. ขั้นตอนสุดท้ายจะถาม password สำหรับ private key อีกครั้ง

Keystore file ที่ชื่อ mykey จะถูกสร้างขึ้นมา เราสามารถเรียกดูโดยใช้ text editor ทั่วไป จะพบว่าเป็นตัวอักษรขอม อ่านไม่รู้เรื่อง เพราะถูกเข้ารหัสเอาไว้

5. ถึงแม้เราจะมี keystore แล้วก็ตามยังไม่สามารถ จะ sign JAR file ได้ จะต้องสร้าง certificate สำหรับการ sign เสียก่อน โดยใช้โปรแกรม keytool ตัวเดิม สามารถสร้าง self signed certificate ได้

ถึงขั้นตอนนี้ เรามี certificate พร้อมที่จะ sign JAR file ได้แล้ว

ถ้าต้องการตรวจสอบเพื่อความมั่นใจว่า certificate และ keystore นั้นพร้อมใช้งานได้จริง ๆ สามารถใช้คำสั่ง keytool โดยเพิ่ม Option –list ดังนี้

เมื่อใส่ password แล้ว หน้าจอจะแสดง ชนิดของ keystore ผู้สร้าง keystore และ certificate fingerprint

6. การ sign JAR File ทำได้โดยใช้คำสั่ง jarsigner ดังนี้

ถึงขั้นตอนนี้แสดงว่าเรา sign JAR file ได้สำเร็จแล้ว มีข้อความเตือน (warning:) แปลว่า certificate นี้หมดอายุแล้ว ตรงนี้ไม่มีผลอะไรต่อขั้นตอนต่อไป เข้าใจว่าโปรแกรม jarsigner มีปัญหาเกี่ยวกับการรับรู้ พ.ศ. จึงแจ้งข้อความเตือนนี้ขึ้นมา

เมื่อเราเข้าไปดูใน JAR file (TScoreCal.jar) โดยใช้โปรแกรม WinRar พบว่า จะมีไฟล์เกิดขึ้นใหม่ 2 ไฟล์ คือ me.dsa (digital signature) และ me.sf เฉพาะ me.sf เท่านั้นที่สามารถอ่านได้จาก text editor

และ เมื่อเปิดไฟล์ manifest.mf พบว่าจะมีข้อความอีก หลายบรรทัดเพิ่มขึ้นมา

7. ถ้าต้องการตรวจสอบ ว่า jarsigner สามารถ sign jar file ได้ถูกต้องไหม เราสามารถใช้คำสั่ง jarsigner ตรวจสอบดูได้ ดังนี้

C:\JavaMathTools>jarsigner –verbose –verify –certs TScoreCal.jar

จะแสดง Output ได้ผลลัพธ์ดังนี้

8. ขั้นตอนนี้อาจข้ามไป ถ้าเราไม่ใช่ Web Admin เขียนเผื่อไว้กันลืม เพราะผมก็ต้องไปตั้งค่าที่ web server ด้วย ถ้ามีการตั้งค่าเหล่านี้ไว้แล้ว ก็ไม่ต้องทำซ้ำอีก การตั้งค่าระบบของ Web server (หรือที่เรียกว่า configure web server ) โดยเพิ่ม MIME type ซึ่งจะเป็นตัวบอกให้ Web server รู้ว่า JNLP file นั้นจะต้องใช้คู่กับ java

กรณีที่ Web server เป็น Apache สำหรับระบบปฏิบัติการวินโดว์ เข้าไปที่โฟลเดอร์ /conf/mime.types ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ อาจเป็น /etc/mime.types

เปิดไฟล์ mime.types โดยใช้ text editor เพิ่มเติมข้อความต่อไปนี้

Application/x–java-jnlp

จากนั้นให้ restart server เพื่อให้ server รับรู้ค่าที่ตั้งขึ้นใหม่

กรณีที่ Web server เป็น IIS (Internet Information Services)

- เรียกใช้ administrator tools แล้วคลิกเมาส์ที่ IIS Management Console เมื่อหน้าต่างของ IIS Management ปรากฏขึ้น ให้คลิกเมาส์ปุ่มขวาที่ชื่อ Server ที่ panel ด้านซ้ายมือ เลือก Properties จาก drop-down menu

- ที่หัวข้อ MIME Map คลิกที่ปุ่ม Edit

- หน้าต่าง ที่มีชื่อว่า File Type จะปรากฏขึ้นมา คลิกที่ New Type

- ตรงข้อความ File Type box พิมพ์คำว่า jnlp

- ตรงข้อความ Content Type (MIME) box ให้พิมพ์ข้อความ Application/x-java-jnlp-file jnlp

- คลิก OK เพื่อปิด File Type box คลิก OK อีกครั้งเพื่อปิดหน้าต่าง File Type คลิก OK ที่หน้าต่าง Properties และ save the changes

- Restart server เพื่อให้รับรู้ค่าที่ตั้งขึ้นใหม่

9. นำไฟล์ต่อไปนี้ไปติดตั้งที่ Web Server มีไฟล์หลักอยู่ 3 ไฟล์ ดังนี้

TScoreCal.jnlp เป็นไฟล์ที่ใช้บอกคุณลักษณะต่าง ๆ เพื่อให้ Java Web Start รู้ว่าจะเริ่มต้นให้โปรแกรมทำงานได้อย่างไร

index.html เป็น html file ที่มีลิงค์ ไปยัง TScoreCal.jnlp

TScoreCal.jar JAR file ที่ได้รับการ sign แล้ว สามาถทำงานได้โดยผ่านทาง Java Web Start

 

TScoreCal.jnlp เป็นไฟล์ที่เขียนด้วย XML เป็นไฟล์ที่ใช้บอกให้ Java Web Start รู้ว่าจะรันโปรแกรมนี้ ในลักษณะอาการอย่างไรบ้าง ข้อความในเอกสารนี้มีดังนี้

อธิบายความหมายของแต่ละประโยค ดังนี้

<?xml version=" 1.0" encoding="utf- 8" ?>

เป็นระบุคุณลักษณะเฉพาะ (specification) ของ ภาษา XML เพื่อให้ตัวแปลภาษาหรือ parser สามารถรับรู้และแปลได้ถูกต้อง

<!—JNLP file for Normalized T Score Calculation -->

เป็น comment ของไฟล์ เพื่อบอกให้รู้ว่าไฟล์ JNLP นี้ใช้กับโปรแกรมใด

<jnlp

spec=" 1.0+"

codebase="http://203.158.100.140 / TScore"

href="TScoreCal.jnlp">

จัดเป็น tag ที่สำคัญหรือต้องมีของ jnlp file ทุกไฟล์ บอกถึงโปรโตคอลของ Java Web Start ว่าจะใช้รุ่นใด ในที่นี้ใช้ 1.0+ บอกถึงไฟล์นั้นอยู่ที่โฟลเดอร์ใด และชื่อไฟล์ jnlp ในที่นี้คือ TScoreCal.jnlp

<information>

<title>Normalize T Score Calculation.</title>

<vendor>RMUTT Physics</vendor>

<homepage href="http://203.158.100.140 / TScore/index.htm"/>

<description>The utility for calculating T Score</description>

<description kind="short">Normalized T Score Calculation via the capabilities of JAVA WebStart.</description>

<offline-allowed/>

</information>

ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ใช้บอกข้อมูลทั่วไปของโปรแกรมให้ผู้ใช้ได้ทราบในระหว่างการติดตั้งโปรแกรม ข้อความใน <title> จะกลายเป็นชื่อ icon บน desktop ของผู้ใช้ homepage ที่ใช้ต้องเปลี่ยนให้สอดคล้องกับชื่อ homepage ที่ติดตั้ง ถ้าผู้ใช้จำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็น Web server ต้องเปลี่ยนเลข IP ให้เป็น 127.0.0.1 ดังปรากฏใน text area ด้านบน

<security>

<all-permissions/>

</security>

ส่วนนี้จะบอกว่า สามารถเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ได้ทุกรูปแบบ

<resources>

<j 2 se version=" 1.6 + "/ >

<jar href="TScoreCal.jar"/>

</resources>

บอกถึงรุ่นของจาวาที่สามารถใช้ได้กับโปรแกรมนี้ ในที่นี้ให้ใช้ JRE ตั้งแต่ 1.6 ขึ้นไป jar file ที่เรียกใช้งานคือ TScoreCal.jar

<application-desc main-class="JApp.TS.TScoreApp"/>

ระบุถึงคลาสเริ่มต้น ที่จะให้โปรแกรมนี้ทำงาน

index.html เป็นไฟล์เอกสารที่เขียนโดยใช้ภาษา html เมื่อผู้ใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเข้ามาที่ website นี้ ไฟล์ index.html จะเป็นไฟล์เริ่มต้นที่แสดงผลในบราวเซอร์ของผู้ใช้ ข้อความใน index.html จะต้องมี tag ต่อไปนี้ อยู่ในส่วนหนึ่งส่วนใดของเอกสาร จึงจะสามารถเรียกใช้งาน TScoreCal.jar ได้

<a href="TScoreCal.jnlp">Run โปรแกรม Normalized T Score คลิกที่นี่ </a>

TScoreCal.jar เป็น jar file ที่รวบรวมเอาคลาสต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการคำนวณหาคะแนนทีปกติและตัดเกรด มาบีบอัดแล้วจัดเก็บไว้ในที่เดียวกัน และมีลายเซ็นเรียบร้อยแล้ว จึงจะใช้งานใน Java Web Start ได้

จบบทความเพียงเท่านี้